Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

16 ตุลาคม 2553

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

เตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์

เมื่อคิดจะมีลูก การเตรียมตัวให้พร้อมนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทั้งคุณพ่อและคุณแม่ เพื่อให้ลูกน้อยสมบูรณ์และเป็นปกติที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนประมาณ 3 เดือน เพราะในสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ คุณอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้ และเป็นช่วงเวลาที่กระทบกระเทือนต่อลูกในครรภ์ได้ง่ายที่สุดด้วย โดยเฉพาะคุณแม่ การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงและกินอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ
นอกจากนี้ยังควรเตรียมพร้อมในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ด้วย
วัคซีนหัดเยอรมัน คุณแม่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันก่อนตั้งครรภ์ เพราะหัดเยอรมัน หรือ Rubella นั้นอาจทำให้ลูกน้อยในครรภ์พิการได้ โดยเพฉพาะในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกน้อยกำลังสร้างอวัยวะภายในที่ซับซ้อน ถ้าหากแพทย์พบว่าคุณยังไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันก็จะฉีดวัคซีนให้ แต่คุณควรจะคุมกำเนิดหลังจากฉีดวัคซีนนี้อย่างน้อยอีก 3 เดือน
โรคทางพันธุกรรม  หากครอบครัวของคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติการเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ฮีโมฟีเลีย หรือโรคเลือดไหลไม่หยุด ทาลัสซีเมีย หรือโรคโลหิตจาง เป็นต้น ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อดูว่ามีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคทางพันธุกรรมได้มากน้อยแค่ไหน
โรคประจำตัว  หากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือลมชัก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อปรับเปลี่ยนยา และเตรียมพร้อมในการดูแลที่มากขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์
หยุดใช้ยาคุมกำเนิด  หากต้องการมีลูกควรหยุดยาคุมกำเนิด และให้เวลาธรรมชาติปรับสภาพร่างกาย โดยรอให้มีประจำเดือนอย่างน้อย 3 ครั้งก่อนตั้งครรภ์ โดยให้คุณพ่อใช้ถุงยางอนามัยในการคุมกำเนิดในช่วงนั้นแทน
หลีกเลี่ยงงานที่เสี่ยง  ควรดูว่ามีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมี ตะกั่ว ยาสลบ หรือเอกซเรย์หรือเปล่า เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะแท้ง หรือเป็นอันตรายต่อลูกได้ ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรทำ หรือหากเปลี่ยนงานได้ก็ควรเปลี่ยน
ควบคุมน้ำหนัก  คุณแม่ควรมีน้ำหนักในเกณฑ์มาตรฐานอย่างน้อย 6 เดือนก่อนตั้งครรภ์ และควรพบแพทย์เพื่อควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่ควรลดน้ำหนักเด็ดขาดในระหว่างตั้งครรภ์
กินอาหารที่มีประโยชน์  กินอาหารในครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม และกินผักผลไม้ให้เป็นนิสัย
เลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ควรเลิกเหล้าและบุหรี่ เพราะทั้งสองสิ่งนี้ทำให้ความสามารถในการมีลูกลดลง และยังมีผลต่อการเติบโตของทารกในครรภ์ด้วย
ออกกำลังกายเป็นประจำ  เพื่อให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง ควรออกกำลังกายด้วยการเดินหรือว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 20 นาที 
สัญญาณแบบนี้...ท้องแล้วจ้า ๑๐ สัญญาณ บ่งบอกว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ !!!
**หมายเหตุ ผู้หญิงแต่ละคนจะมีสัญญาณบ่งบอกที่แตกต่างกันไป คุณไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณบ่งบอกนี้ครบทุกข้อนะครับ
๑. เต้านมและหัวนมมีการเปลี่ยนแปลง
หากคุณตั้งครรภ์ คุณจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเต้านมและหัวนม ซึ่งจะเปราะบาง อ่อนไหว และมีความรู้สึกได้ง่ายขึ้นในระยะ ๓ เดือนแรกของการตั้งครรภ์         (หลังจากที่ประจำเดือนขาดประมาณ ๑ สัปดาห์) หรืออาจเกิดอาการบวม—คล้ายๆ กับอาการก่อนเกิดประจำเดือนที่หน้าอกใหญ่ขึ้น

๒. ประจำเดือนน้อยหรือกระปริดกระปอย
หากคุณตั้งครรภ์ ประจำเดือนอาจจะมาน้อยในช่วงที่มีการฝังตัวของไข่ในมดลูก และจะเกิดขึ้นประมาณ ๘-๑๐ วัน ก่อนที่ประจำเดือนปกติจะมา คุณสามารถแยกแยะจากประจำเดือนปกติได้ หากประจำเดือนมาก่อนกำหนด หรือหากประจำเดือนกระปริดกระปอย สีชมพูอ่อน และไม่ได้มาตามขนาดปกติ (ซึ่งอาจจะมามาก)

๓. บริเวณรอบหัวนมคล้ำขึ้นในการตั้งครรภ์ เมื่อถึงระยะเวลาที่รอบเดือนควรจะมา คุณจะสังเกตเห็นบริเวณรอบหัวนม (ที่เป็นวง) จะคล้ำขึ้นและขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยให้ทารกสามารถสังเกตเห็นหัวนมได้ง่ายขึ้นในการดูดนมมารดา และอาจจะยังสังเกตเห็นหลอดเลือดบริเวณรอบๆ เต้านมชัดขึ้น ตุ่มที่บริเวณรอบหัวนมก็จะมีมากขึ้น อาจจะมากถึง ๔-๒๘ ในรอบหัวนมหนึ่งๆ
๔. เหนื่อยง่ายขึ้น
อาการเหนื่อยได้ง่ายนี้จะเกิดขึ้นในระยะ ๘-๑๐ สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ เมื่อคุณตั้งครรภ์กระบวนการเผาผลาญพลังงานจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับการปรับตัวเพื่อให้กำเนิดอีกชีวิตหนึ่ง โดยมากแล้วอาการนี้จะหายไปในสัปดาห์ที่ ๑๒ ครับ

๕. อาการแพ้ท้องและอาเจียนอาการนี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ หลังจากตั้งครรภ์ ซึ่งจะเกิดอาการเวียนศีรษะ อาการนี้มักเป็นอาการที่เข้าใจผิดได้บ่อยๆ ว่าอาจจะไม่ใช่เกิดจากการตั้งครรภ์แต่เป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอหรืออะไรก็ตามแต่ อาการแพ้ท้องนี้เกิดได้ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน
๖. ปัสสาวะบ่อยขึ้น
ในระยะที่ประจำเดือนขาด ๑-๒ สัปดาห์คุณก็จะพบว่าคุณปัสสาวะบ่อยขึ้น บ่อยกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากทารกกำลังเติบโตอยู่ในมดลูกและกดทับกระเพาะปัสสาวะนั่นเอง

๗. ท้องผูก
คุณจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงของลำไส้ตั้งแต่แรกเริ่มตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงการตั้งครรภ์จะทำให้ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพน้อยลง

๘. อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้น
คุณอาจจะยังรู้สึกเป็นปกติดีตราบเท่าที่ระดับอุณหภูมิยังคงอยู่ในช่วงการประเมินการ แม้จะผ่านช่วงเวลาของการมีประจำเดือนมาแล้ว และเมื่อคุณตั้งครรภ์ ไข่จะตกจากรังไข่ และใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในการเดินทางไปถึงมดลูก ซึ่งจะเป็นการไปฝังตัว และในเวลานี้เองที่ร่างกายของคุณจะรู้ได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น

๙. ประจำเดือนขาดนี่อาจเป็นสัญญาณแรก โดยเฉพาะถ้าปกติประจำเดือนคุณมาสม่ำเสมอ เมื่อรวมกับสัญญาณอื่นๆ แล้วคุณก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่ากำลังตั้งครรภ์ แม้แต่ก่อนทำการตรวจด้วยซ้ำไป
๑๐. ผลจากการทดสอบการตั้งครรภ์
แม้เพียงประจำเดือนขาดไป ๑ วัน และคุณพร้อมที่จะรับรู้ความจริง ก็สามารถไปซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์มาทดสอบเองได้ที่บ้าน การทดสอบจากปัสสาวะจะมีความแม่นยำมากขึ้นหากตรวจหลังจากปฏิสนธิได้ ๑๐-๑๔ วัน หากคุณไม่สามารถรอจนถึงกระทั่งช่วงที่ประจำเดือนขาด การตรวจเลือดจะมีความแม่นยำ ในช่วง ๘-๑๐ วันหลังจากปฏิสนธิ และคิดอยู่เสมอว่าไม่มีการทดสอบใดที่ได้ผลถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แม้แต่การตรวจเลือด หากคุณตรวจแล้วมีผลว่าไม่ตั้งครรภ์แต่คุณยังรู้สึกเหมือนกับว่าคุณตั้งครรภ์ ให้ตรวจอีกครั้งหลังจากนั้น ๑ สัปดาห์
    
ขอแสดงยินดีกับคุณแม่ที่ตั้งท้องสมกับความตั้งใจ ท่านอาจจะเกิดอาการบางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บางท่านอาจจะกังวลว่าอาการดังกล่าวจะมีผลต่อตัวคุณแม่หรือลูกอาการต่างๆ ทีพบได้มีดังนี้
     - อาการแพ้ท้อง
     - การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม
     - อาการปวดหลัง
     - ปัสสาวะบ่อย
     - อาการปวดท้องน้อย
     - อาการปวดศีรษะ
     - ริดสีดวงทวาร
     - อาการจุกเสียดแน่นท้อง
     - นอนไม่หลับ
     - ตะคริว
     - อาการเหนื่อยหอบ
     - การเปลี่ยนผิวหนังในคนท้อง
     - อาการบวมและเส้นเลือดขอด
 

อาการแพ้ท้อง 

มักเป็นกันมากในหญิงมีครรภ์ที่เป็นครรภ์แรก ซึ่งมักจะเป็นในช่วง ๓ เดือนแรก ด้วยความเป็นกังวลที่ทำให้มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย แปรปรวนและหงุดหงิดค่อนข้างง่าย หากผู้ใดที่อยู่ใกล้ไม่มีความเข้าใจมักเกิดความรำคาญหรือว่ากล่าวอันเป็นเหตุให้คุณแม่มือใหม่เกิดอาการเครียดขึ้นมาได้
    
อาการต่างๆ ที่เป็นกันมากมักมีดังนี้ คลื่นไส้อาเจียนตอนเช้าๆ หรือตอนกลางวัน อ่อนเพลียหรือเบื่ออาหาร ร่างกายซูบซีดอิดโรย ตัวดำ หรือเหลืองซีด น้ำหนักตัวลด อาการนี้สามีอาจมีอาการร่วมด้วย ที่เราเรียกว่า แพ้ท้องแทนเมีย นั่นเอง ซึ่งถ้าปล่อยให้อาการเหล่านี้เป็นมากเป็นบ่อย อาจส่งผลกระทบถึงทารกที่กำลังจะคลอดออกมาตัวอาจเล็กลง และเป็นโรคขาดสารอาหารได้ หรืออาจจะคลอดออกมาก่อนกำหนด อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาเจียนคลื่นไส้มากคือ ร่างกายแม่รับทานอาหารน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายรับสารอาหารได้ไม่เพียงพอ ปฏิกิริยาต่างๆ ที่กล่าวมาจึงเกิดขึ้นได้
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น