16 พฤศจิกายน 2554

การใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010

   การใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel 2010




คู่มือการใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2010





วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube





วิดีโอ YouTube





วิดีโอ YouTube





วิดีโอ YouTube





วิดีโอ YouTube











การใช้งาน Microsoft Excel 2010



โปรแกรม Microsoft Excel 2010 เป็นโปรแกรมที่นิยมใช้ในการจัดการคำนวณ มีความสามารถในการคำนวณสูตรต่างๆ พร้อมทั้งฟังก์ชันที่ช่วยในการคำนวณทางคณิตศาสตร์อีกด้วย หรือจะจัดทำเป็นตารางงานก็ยิ่งสะดวกขึนไปอีก ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์มากมายจริง ๆ สำหรับ Excel เวอร์ชัน 2010 จะมีความคล้ายกับ Microsoft Excel 2007 อยู่พอสมควร แต่ก็มีการพัฉนาเทคนิคการใช้งานบางประการเพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างสะดวกมากขึ้น



ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 พิมพ์
หน้าต่างของโปรแกรม Microsoft Excel 2010 นั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่หลายส่วนด้วยกัน ดังนี้
1
ส่วนประกอบของโปรแกรม
1. แถบชื่อเรื่อง (Title Bar) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงชื่อโปรแกรม และรายชื่อไฟล์ที่ได้เปิดใช้งาน
2. แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access) = เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงคำสั่งที่ใช้งานบ่อย
3. ปุ่ม แฟ้ม (File) = เป็นส่วนที่ใช้ในการจัดเก็บคำสั่งการทำงานในโปรแกรม เช่น New Open, Save และคำสั่ง Print เป็นต้น
4. ปุ่มควบคุม = เป็นส่วนที่ใช้ควบคุมการเปิด หรือปิดหน้าต่างโปรแกรม
5. ริบบอน (Ribbon) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงรายการคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงานกับเอกสาร
6. พื้นที่การทำงาน = เป็นส่วนที่ใช้ในการแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ขั้นภายในเอกสาร
7. แถบสถานะ (Status Bar) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงจำนวนหน้ากระดาษ และจำนวนตัวอักษรที่ใช้ในเอกสาร
8. Name Box = เป็นช่องที่ใช้แสดงชื่อเซล์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น เช่น ถ้ามีการใช้งานข้อมูลในเซลล์ A1 รายชื่อเซลล์นี้ก็จะไปแสดงอยู่ในช่อง Name Box
9. แถบสูตร (Formula Bar) = เป็นช่องที่ใช้แสดงการใช้งานสูตรการคำนวณต่าง ๆ
10. เซลล์ (Cell) = เป็นช่องตารางที่ใช้สำหรับบรรจุข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งช่องเซลล์แต่ละช่องนั้นจะมีชื่อเรียกตามตำแหน่งแถว และคอลัมน์ที่แสดงตำแหน่งของเซลล์ เช่น เซลล์ B1 จะอยู่ใน คอลัมน์ B ในแถวที่ 1 เป็นต้น

11. คอลัมน์ (Column) = เป็นช่องเซลล์ที่เรียงกันในแนวตั้งของแผ่นงาน (Worksheet)
12. แถว (Row) = เป็นช่องเซลล์ที่เรียงกันในแนวนอนของแผ่นงาน
13. Sheet Tab = เป็นแถบที่ใช้แสดงจำนวนแผ่นงานที่เปิดขึ้นมาใช้งาน



การสร้างสมุดงาน ใน Excel 2010 พิมพ์
เมื่อเปิดโปรแกรม Excel 2010 ขึ้นมาใช้งานครั้งแรกนั้น จะเห็นได้ว่ามีสมุดงานขึ้นมาใช้งาน 1 ไฟล์ และในแต่ละสมุดงานนั้น ก็จะมีแผ่นงานให้ใช้งานได้ถึง 3 แผ่น แต่นอกจากสมุดงานที่โปรแกรมกำหนดให้มานั้น หากเราต้องการสร้างสมุดงานใหม่มาใช้ ก็สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 การสร้างสมุดงาน (Workbook) โดยทั่วไป
1. คลิกปุ่ม แฟ้ม (File) > สร้าง (New)
2. คลิกเลือก สมุดงานเปล่า (Blank Workbook)
3. คลิกเลือก สร้าง (Create)
1
วิธีที่ 2 การสร้างสมุดงาน (Workbook) จาก Template
เป็นการสร้าง Workbook ขึ้นมาใช้งานจากรูปแบบ Workbook ที่มีอยู่ในโปรแกรม ซึ่ง Workbook ใหม่ที่สร้างขึ้นมาก็จะมีลักษณะเหมือนต้นแบบที่ได้เลือกไว้ทุกประการ ซึ่งทำได้ตามขั้นตอนดังนี้
1. คลิกปุ่ม แฟ้ม (File) > สร้าง (New)
2. คลิกเลือก ตัวอย่างแม่แบบ (Sample templates)
2
3. คลิกเลือกสมุดงานที่ต้องการ
4. คลิกปุ่ม สร้าง (Create)
3
5. สมุดงานจะถูกสร้างขึ้นมาจากแม่แบบตามที่เลือก
4



Excel Shortcut ที่ควรรู้
ท่านเคยลากคลุมเลือกช่วงของข้อมูลยาว ๆ เกินหนึ่งหน้าบ้างไหม ถ้าเคยจะรู้สึกว่าทำงานไม่ค่อยสะดวก เพราะต้องเลื่อนหน้าจอลง พร้อมกับการเลือกข้อมูล ถ้าเป็นอย่างนี้ ต้องอาศัย Shortcut เข้าช่วย เพราะ Shortcut ใช้ปุ่มบน Keyboard ทำให้ทำงานได้สะดวกขึ้นอีกเยอะเลย Keyboard shortcut ที่ควรทราบ มีดังนี้
การพิมพ์และการแก้ไข
Ctrl + Enter ออกจากโหมดป้อนค่า หรือแก้ไข โดยไม่เปลี่ยนตำแหน่งเซลล์
F2 แก้ไขข้อมูลในเซลล์
Alt + Enter บังคับให้ขึ้นบรรทัดใหม่ภายในเซลล์เดียวกัน
F12 บันทึกเป็น
Ctrl + C คัดลอกเซลล์ที่กำลังถูกเลือก
Esc ยกเลิกการคัดลอก
Ctrl + V วางเซลล์ที่คัดลอก
Ctrl + X ตัดเซลล์ที่กำลังถูกเลือก
Ctrl + Alt + V ถ้ามีการคัดลอกข้อมูลไว้แล้ว จะแสดงหน้าต่างการวางแบบพิเศษ
การเลือกเซลล์
Ctrl + * เลือกเซลล์ที่ติดกันทั้งหมด เช่น มีข้อมูลในเซลล์ A1 ถึง A20 ขณะนี้เคอเซอร์อยู่ที่เซลล์ A5 ถ้ากด Ctrl ค้างไว้และ กดเครื่องหมาย * บริเวณ A1 ถึง A20 จะถูกเลือก ข้อมูลที่ไม่ติดกับข้อมูลชุดนี้ จะไม่ถูกเลือก
Ctrl + A เลือกพื้นทีทั้งหมดของชุดข้อมูลนั้น ๆ ถ้ากด Ctrl + a อีกครั้ง จะเป็นการเลือกแผ่นงานทั้งหมด
Ctrl + Shift + ปุ่มลูกศร ขยายพื้นที่การเลือกเซลล์จนถึงจุดสิ้นสุดของชุดข้อมูล (ชุดข้อมูลคือบริเวณที่ไม่มีเซลล์ว่าคั่น)
ดับเบิ้ลคลิกที่ Fill handle มีผลเช่นเดียวกับการลาก Fill handle เพื่อคัดลอกสูตรหรือข้อมูล
Shift + คลิก เลือกบริเวณพื้นที่สี่เหลี่ยม ตั้งแต่เซลล์แรกที่คลิกไว้ ครอบคลุมถึงบริเวณที่คลิก เช่น คลิกที่เซลล์ B5 และ ไป Shift + คลิก ที่เซลล์ E30 บริเวณที่ถูกเลือกคือ B5:E30
Shift + ปุ่มลูกศร ขยายพื้นที่การเลือกเซลล์อีก 1 เซลล์ ตามแนวทิศทางลูกศร
การเคลื่อนที่ไปยังเซลล์ต่าง ๆ
Ctrl + G หรือ F5 เปิดหน้าจอให้พิมพ์ตำแหน่งเซลล์ที่ต้องการไป
Home เลื่อนไปยังเซลล์แรกของแถวนั้น
ปุ่มลูกศร เลื่อนตำแหน่งไปยังเซลล์ ซ้าย ขวา บน ล่าง ตามแนวทิศทางลูกศร
Ctrl + ปุ่มลูกศร เลื่อนตำแหน่งไปยังเซลล์ริมสุดของพื้นที่ข้อมูลชุดนั้น ถ้าไม่มีข้อมูลจะเลื่อนไปยังตำแหน่งบนสุด ล่างสุด ซ้ายสุด ขวาสุด ของแผ่นงาน ตามแนวทิศทางลูกศร
PageDown/Up เลื่อนตำแหน่งขึ้น-ลง ครั้งละ 1 หน้า
การจัดการเกี่ยวกับไฟล์
Ctrl + F4 ปิดโปรแกรม
Ctrl + N เปิดไฟล์ใหม่

รวมสูตรการปัดเศษ ของ Excel

สูตรข้างล่างนี้ สามารถใช้ได้กับ Excel 2003-2010
สมมุติว่า ในเซลล์ A1 มีข้อมูล 123.456 เมื่อใช้สูตรข้างล่าง จะได้ผลดังนี้
สูตร ผลลัพธ์ ความหมาย
=ROUND(A1,2) 123.46 ปัดเศษ ทศนิยมสองตำแหน่ง
=ROUND(A1,-1) 120 ปัดเศษ เหลือจำนวนเต็มหลักสิบ
=ROUND(A1,-2) 100 ปัดเศษ เหลือจำนวนเต็มหลักร้อย
=ROUNDDOWN(A1,2) 123.45 ปัดเศษลง ให้มีจำนวนจุดทศนิยมตามที่กำหนด
=ROUNDUP(A1,2) 123.46 ปัดเศษขึ้น ให้มีจำนวนจุดทศนิยมตามที่กำหนด
=ODD(A1) 125 ปัดเป็นเลขคี่
=EVEN(A1) 124 ปัดเป็นเลขคู่
=CEILING(A1,0.5) 123.5 ปัดขึ้น เพื่อให้ตัวเลขที่กำหนดหารลงตัว เช่น ใช้ในกรณีที่ต้องกรหลีกเลี่ยงเศษที่ไม่มีหน่วยเงิน เช่น 45 สตางค์ ไม่มีเหรียญ ก็เลยปัดให้เป็น 50 สตางค์ คือ กำหนดให้เป็นทวีคูณของ 50 สตางค์
=FLOOR(A1,0.5) 123 ปัดลง เพื่อให้ตัวเลขที่กำหนดหารลงตัว เช่น หลีกเลี่ยง 45 สตางค์ ก็เลยปัดลงให้เป็น 00 สตางค์ คือให้ 50 สตางค์หารลงตัว หรือ พูดอีกอย่างว่า ให้เป็นทวีคูณของ 50 สตางค์ เป็นต้น
=INT(A1) 123 เอาเฉพาะเลขจำนวนเต็ม
=TRUNC(A1,2) 123.45 ตัดเอาจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่กำหนด ไม่มีการปัดเศษ
=MOD(A1,2) 1.456 เศษที่เหลือจากการหาร ของตัวหารที่กำหนด ในตัวอย่างคือ นำ 2 ไปหาร 123 เหลือเศษ 1
ทดลองการใช้สูตร ใน Excel Web App ข้างล่างนี้ (พิมพ์สูตรเสร็จแล้ว กดปุ่ม Enter)









เริ่มใช้งานโปรแกรมMicrosoft Excel 2007








ข้อมูลเปิดร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร

ข้อมูลเปิดร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร







บทที่ 1 กรมส่งเสริมการส่งออกกับการดำเนินโครงการ Thai Select



- นโยบายสนับสนุนการจัดตั้งร้านอาหารไทยของภาครัฐ

- ตราสัญญลักษณ์ Thai Select และสิทธิประโยชน์

บทที่ 2 ระเบียบการจัดตั้งร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร



- เงินลงทุน

- การจดทะเบียนสถานที่จำหน่ายและประกอบอาหารและการขอใบอนุญาตต่างๆ

- หลักเกณฑ์การนำเข้าพ่อครัว

- กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

-หน่วยงานที่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล



บทที่ 3 มาตรฐานและระเบียบด้านสุขอนามัย
- เอกสารด้านการจัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหาร

- สถานที่จำหน่ายและประกอบอาหาร

- สุขภาพและความปลอดภัย

- การดูแลควบคุมความปลอดภัยทั่วไป



บทนำ



อาหารไทยได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากได้รับการยกย่องถึงความอร่อย ความประณีต พิถีพิถัน สวยงาม รวมทั้งคุณค่าทางโภชนาการที่สูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค จึงทำให้ปัจจุบันมีจำนวนร้านอาหารไทยเปิดบริการในต่างประเทศทั่วโลกประมาณ 15,000 แห่ง ร้านอาหารไทยนอกเหนือจากการเปิดให้บริการเชิงธุรกิจแล้ว ยังถือว่าเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นไทยทั้งในเรื่องของอาหารและสินค้าไทย วัฒนธรรมไทย ตลอดจนการบริการด้วยไมตรีจิตแบบไทยไปสู่สายตาของชาวโลก กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดธุรกิจไทยในต่างประเทศว่า เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมการส่งออกสินค้าและบริการไทย โดยเฉพาะร้านอาหารไทยซึ่งเป็นธุรกิจไทยในต่างประเทศที่มีจำนวนมากที่สุด ดังนั้น กรมส่งเสริมการส่งออกจึงได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริการค้าในต่างประเทศจำนวนประมาณ 57 แห่ง ดำเนินการยกระดับและพัฒนาร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของอาหารไทย

การยกระดับและพัฒนาร้านอาหารไทยในต่างประเทศ นอกเหนือจากการจัดทำเครื่องหมายคุณภาพ Thai Select สำหรับรับรองร้านอาหารไทยที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และปัจจุบันมีร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thai Select ทั่วโลกประมาณ ---- แห่ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายอย่างต่อเนื่องที่จะส่งเสริมจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้ได้รับตรา Thai Select เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ที่ได้รับตรา Thai Select จะได้รับสิทธิประโยชน์จากการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของโครงการ ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการยกระดับและพัฒนาร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ก็คือ การปฏิบัติตามกฎระเบียบทางธุรกิจและสุขอนามัยของประเทศเจ้าบ้าน

จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันในสหราชอาณาจักรมีร้านอาหารไทยประมาณ 1,800 แห่ง และในสาธารณรัฐไอร์แลนด์มีจำนวนร้านอาหารไทย 45 แห่ง โดยผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ซึ่งอาจไม่มีกำลังและเวลาเพียงพอที่จะแสวงหาข้อมูลการสนับสนุนของรัฐบาลไทยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของท่าน การติดตามความเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งทางธุรกิจ การจ้างงาน และสุขอนามัยที่ต้องปฏิบัติตามของประเทศเจ้าบ้าน ตลอดจนการเตรียมความพร้อม หากมีการตรวจสอบและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอจากหน่วยงานของประเทศเจ้าบ้าน

ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ จึงได้จัดทำเอกสารรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการเปิดธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร ทั้งในส่วนของโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมทั้งกฎระเบียบเบื้องต้นด้านธุรกิจและสุขอนามัย เพื่อเผยแพร่ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยและผู้สนใจที่จะจัดตั้งร้านอาหารไทย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับความเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบทางธุรกิจ และการวางแผนดำเนินธุรกิจในอนาคต และหากผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักรได้รับการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคแล้ว ในที่สุด ร้านอาหารไทยจะกลายเป็นเครือข่ายที่สำคัญยิ่งต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องของประเทศไทยในตลาดสหราชอาณาจักรอย่างแน่นอน





บทที่ 1: กรมส่งเสริมการส่งออกกับการดำเนินโครงการ Thai Select



นโยบายสนับสนุนการจัดตั้งร้านอาหารไทยของภาครัฐ
Kitchen of the World and Thai Select

รัฐบาลได้ประกาศยุทธศาสตร์ให้ไทยเป็นครัวของโลก หรือที่เรียกว่า Thailand: Kitchen of the World เพื่อดำเนินงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาหารไทยอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร หนึ่งในยุทธวิธีสำหรับการดำเนินงาน ก็คือ การยกระดับและพัฒนาร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญของอาหารไทย จึงได้มีการจัดทำเครื่องหมายคุณภาพ Thai Select สำหรับรับรองร้านอาหารไทยที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนด



โครงการส่งเสริมภัตตาคาร/ร้านอาหารไทยทั่วโลก



กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดภายใต้โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมแลละสนับสนุนการจัดตั้งร้านอาหารไทยในต่างประเทศ โดยมีแนวทางการส่งเสริม ดังนี้

1. เพื่อให้ร้านอาหารไทยเป็นช่องทางในการจำหน่ายข้าวไทย โดยการขอความร่วมมือให้ร้านอาหารไทยใช้ข้าวไทย

2. สนับสนุนให้ร้านอาหารไทยเป็นช่องทางการจำหน่ายและ ประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP และ SMEs โดยขอความร่วมมือ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของไทยในการตกแต่งร้าน

3. ให้ร้านอาหารไทยเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของอุตสาหกรรมอาหารและภาพลักษณ์ประเทศไทย

4. สนับสนุนแฟรนไชส์ร้านอาหารไทยของภาคเอกชนให้ขยายตัวในต่างประเทศ

5. เป็นแหล่งส่งเสริมการท่องเที่ยวและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

กรมส่งเสริมการส่งออกได้ดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาและส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งในขณะนั้นมีจำนวนร้านอาหารไทยทั่วโลกประมาณ 5,000 ร้าน จนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่า มีจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 11,000 ร้าน และกรมส่งเสริมการส่งออกได้ตั้งเป้าหมายที่จะขยายจำนวนให้เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ร้านในปี 2550 -2551 โดยมีแผนดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมาย ดังนี้



1. จัดทำฐานข้อมูล

รวบรวมกฎระเบียบการเปิดภัตตาคาร/ร้านอาหารไทย ในต่างประเทศจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ และรวบรวมรายชื่อภัตตาคาร/ร้าน อาหารไทยในต่างประเทศเพื่อจัดทำฐานข้อมูล ให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจ ใช้ศึกษาเป็นแนวทางใน การเปิดร้านอาหาร

2. การมอบตราสัญลักษณ์ "Thai Select" ให้กับภัตตาคารไทยที่ได้มาตรฐานสุขอนามัยและรสชาติ

3. การจัดกิจกรรมของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริม เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ภัตตาคาร/ร้านอาหารไทย

4. การจัดทำ Directory

จัดทำ Directory ภัตตาคาร/ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ และภัตตาคาร/ร้านอาหารไทยที่ ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai Select



เครื่องหมายตรา Thai Select



กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดทำและคัดเลือกร้านอาหารไทย เพื่อมอบเครื่องหมายคุณภาพ Thai Select สำหรับรับรองร้านอาหารไทยที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศ จำนวน 56 แห่งทั่วโลก จะประสานกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยในต่างประเทศ เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกร้านอาหารไทยได้รับตราเครื่องหมาย Thai Select ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกร้านอาหารไทยที่แสดงความประสงค์จะขอรับตราเครื่องหมายดังกล่าว โดยได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 และในปัจจุบันมีร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง Thai Select ทั่วโลกประมาณ 600 แห่ง?

Thai Select คือ เครื่องหมายมาตรฐานประเภท Q – Mark

ร้านอาหารไทยที่จะได้รับการพิจารณารับรองเครื่องหมาย Thai Select แบ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่

· ประเภทอาหารไทยแท้ (Traditional Thai Cuisine) ทั้งแบบที่บริการเฉพาะที่เคาน์เตอร์และแบบที่ให้บริการเสิร์ฟตามโต๊ะอาหาร

· ประเภทอาหารไทยประยุกต์ (Modern Thai Cuisine) ทั้งแบบที่บริการเฉพาะที่เคาน์เตอร์และแบบที่ให้บริการเสิร์ฟตามโต๊ะอาหาร

· ประเภทร้านอาหารที่ขายอาหารเฉพาะ (Special Thai Cuisine) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมไทย เป็นต้น

· ประเภทร้านอาหารที่มีเครือข่าย (Chain Restaurant) ที่มีเมนูอาหารไทยที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับรัฐบาลไทย


คุณสมบัติของผู้สมัครขอใช้เครื่องหมาย Thai Select และเอกสารประกอบการสมัคร



1. เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเป็นสถานประกอบการด้านการบริการอาหารไทยในประเทศนั้นๆ

2. เป็นผู้ขึ้นทะเบียนในฐานข้อมูล กรมส่งเสริมการส่งออก

3. เป็นภาพลักษณ์ของกิจการที่ดีและไม่มีประวัติเสียหายในการดำเนินธุรกิจและไม่มีข้อร้องเรียน

โดยมีเงื่อนไขต้องมีการต่ออายุพร้อมการพิจารณาใหม่ทุกๆ 3 ปี

Thai Select Standard

l การประเมินร้านอาหารไทยเพื่อรับตราเครื่องหมาย Thai Select หรือที่เรียกว่า Thai Select Standard ครอบคลุมในเรื่องต่างๆ ได้แก่

- รสชาติและเอกลักษณ์ความเป็นไทย รายการอาหารที่จะต้องประกอบด้วยอาหาร

- จานหลักตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้

- วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่สามารถคงลักษณะอาหารไทย

- สภาพการตกแต่งร้านโดยรวมที่สะท้อนถึงความเป็นไทยอย่างผสมกลมกลืนและ

- มีรสนิยม

- ผู้ให้บริการและการต้อนรับที่แสดงถึงมิตรไมตรีของความเป็นไทย

- ระบบการจัดการด้านสุขลักษณะที่ดีภายในร้าน


Thai Select Restaurants in the UK



l อาหารไทยได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากได้รับการยกย่องถึงความอร่อย ความประณีต พิถีพิถัน สวยงาม รวมทั้งคุณค่าทางโภชนาการที่สูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค และขณะนี้มีร้านอาหารไทย ภัตตาคารที่ปรุงอาหารไทยกระจายอยู่ตามนครใหญ่ๆ และเมืองต่างในต่างประเทศทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 10,000 แห่ง โดยขณะนี้จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า เฉพาะในสหราชอาณาจักรมีร้านอาหารไทยประมาณ 1,650 แห่ง โดยจนถึงปัจจุบันนี้ ในสหราชอาณาจักรมีร้านอาหารไทยที่ได้รับตราเครื่องหมาย Thai Select จำนวน 137 แห่ง จากจำนวนร้านอาหารไทย 1,650 แห่ง และในสาธารณรัฐไอร์แลนด์จำนวน 3 แห่ง จากจำนวนร้านอาหารไทย 45 แห่ง


สิทธิประโยชน์ของร้านอาหารที่ได้รับตราเครื่องหมาย Thai Select ในสหราชอาณาจักร



ภาครัฐสนับสนุนด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพรวมของร้านอาหารที่ได้รับตราเครื่องหมาย Thai Select ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ

- ได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่าน website: www.thaiselect.co.uk


ของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน และ www.verythai.co.uk ของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน

- การจัดคูหาประชาสัมพันธ์ Thai Select โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ในงานแสดงสินค้านานาชาติด้านอาหาร อาทิ งาน IFE ณ กรุงลอนดอน, งาน Food Expo ณ นครเบอร์มิแฮม งาน Royal Show ณ “Warwick เทศกาลอาหาร อาทิ งาน Taste of Dublin และในปี 2009 งาน Taste of London

- การลงโฆษณาภาพรวม Thai Select ในวารสารชั้นนำด้านอาหารของสหราชอาณาจักร โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน อาทิ Square Meal, Delicious และวารสาร Food & Wine ในประเทศไอร์แลนด์ และการประชาสัมพันธ์ผ่านงานเทศกาลอาหารไทยในสหราชอาณาจักร

- ได้รับแจกจ่ายเอกสารเผยแพร่ และสื่อประชาสัมพันธ์ โดยสคต. ณ กรุงลอนดอน อาทิDirectory ร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thai Select ในสหราชอาณาจักร คู่มือเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ควรรู้ด้านสุขอนามัยตามกฎเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสหราชอาณาจักร นอกจากนั้น ร้านอาหารไทยที่ได้รับเครื่องหมาย Thai Select จะได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตลาดร่วมกับหน่วยงานไทยในสหราชอาณาจักร อาทิ โครงการ Amazing Thailand Card โดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ กรุงลอนดอน





บทที่ ๒ ระเบียบการจัดตั้งร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร



เงินลงทุน (Start Up Cost)

เงินลงทุนขึ้นเริ่มแรกส่วนใหญ่จะเป็นค่าสถานที่ที่นับว่าค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในเขตกรุงลอนดอน ค่าเช่าสถานที่ตั้งแต่ 10,000-50,000 ปอนด์ต่อปี ค่าเซ้งสถานที่หรือที่เรียกว่าเป็นค่า Premium อาจมีมูลค่าถึง 50,000-100,000 ปอนด์ หากรวมค่าปรับปรุงตกแต่ง และค่าอุปกรณ์ต่างๆ ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งค่าประกัน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การเปิดกิจการร้านอาหารในสหราชอาณาจักรอาจใช้จำนวนเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 150,000 ปอนด์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ปอนด์เท่ากับ 70 บาท) แต่ถ้าเป็นเขตพื้นที่รอบนอกกรุงลอนดอนและในเมืองอื่นๆ หรือร้านอาหารที่เป็นเพียงกิจการขนาดเล็กก็อาจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า



การจดทะเบียนสถานที่จำหน่ายและประกอบอาหารและการขอใบอนุญาตต่างๆ

o การจดทะเบียน

เป็นกฏข้อบังคับว่า ก่อนที่ท่านจะสามารถเปิดกิจการด้านอาหาร ท่านจะต้องจดทะเบียนสถานที่ประกอบกิจการนั้นๆ กับฝ่ายสาธารณสุขด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Health Department) ณ ที่สำนักงานสภาเทศบาล (Local Authority) ซึ่งสถานที่ประกอบการของท่านตั้งอยู่ ๒๘ วันก่อนจะเปิดร้าน หากท่านมีสถานที่ประกอบการหลายแห่ง ท่านจะต้องจดทะเบียนให้ครบทุกแห่ง

กฏข้อนี้ บังคับใช้กับทุกๆ กิจการที่เกี่ยวกับการจำหน่ายอาหาร รวมถึงการผลิตอาหารจำหน่ายจากในครัวเรือน (ทำขายที่บ้าน) ตั้งรถขาย (Mobile Catering) ขายจากแผงลอย (Outside Catering) หรือขายแบบชั่วคราวตามงาน (Festival catering) เพื่อให้ถูกต้อง ดังนั้นท่านจึงควรสอบถามข้อมูลการจดทะเบียนดังกล่าว จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขด้านสิ่งแวดล้อม ในสำนักงานสภาเทศบาลที่บ้านหรือที่ร้านท่านตั้งอยู่ก่อนเสมอ และในกิจการทุกๆ แห่งที่ท่านคิดจะเปิด หรือปรับปรุง, เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ ท่านจะต้องนำแบบแปลนการดัดแปลงนั้นไปขออนุญาตจากหน่วยงานนี้ก่อนการดัดแปลง ยกเว้น การขายอาหารตามหอประชุมหมู่บ้าน (Village Hall) ที่ไม่มีความจำเป็นจะต้องจดทะเบียน เพราะกลุ่มผู้อนุมัติให้ท่านขายอาหารนั้น คือผู้ที่ได้ขอจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว

นอกจากการจดทะเบียนสถานที่ประกอบการของท่านแล้ว ท่านอาจต้องจดทะเบียนการค้า และ/หรือ ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และในการเปิดกิจการค้า ท่านจะต้องจ่ายภาษีโรงเรือนในอัตราธุรกิจ ดังนั้นท่านจึงไม่ควรลืมสอบถามรายละเอียดนี้จากเจ้าหน้าที่ในสภาเทศบาลท้องถิ่นของท่านอย่างเด็ดขาด



o การขอใบอนุญาต



หากคิดว่าจะจัดทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ ท่านจะต้องขอใบอนุญาตก่อนเสมอ

1. ขายเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์

2. ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชม เช่น การรำ การจัดงานแสดง การเล่นดนตรีสด (Live Music) และกีฬาในร่ม

3. ขายอาหารร้อนรอบดึก (ตั้งแต่ห้าทุ่มไปจนถึงตีห้าของวันรุ่งขึ้น)

4. ตั้งแผงหรือใช้รถตู้ขายอาหารตามตลาดสดหรือข้างท้องถนน

ขั้นตอนวิธีการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารและการยื่นขออนุญาตสถานที่ประกอบการ

1. การยื่นขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร

1. นักธุรกิจไทยที่ประสงค์ประกอบธุรกิจร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร และต้องการยื่นขอวีซ่าแบบ Residence Visa จะต้องยื่นคำร้องผ่านสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย โดยผู้ยื่นขออนุญาตจะต้องแสดงหลักฐานว่ามีเงินทุนสำหรับลงทุนประกอบธุรกิจร้านอาหารเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 250,000 ปอนด์ และต้องเสนอแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจและจำเป็นต้องมีการจ้างงาน รวมมั้งมีความจำเป็นที่จะต้องนำพ่อครัวจากต่างประเทศ

2. ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจร้านอาหารในสหราชอาณาจักร ที่ไม่ต้องการดำเนินการตามข้อ 2.1.1 ก็สามารถที่จะยื่นขอวีซ่าแบบธุรกิจ (Business Visa) เพื่อเข้าไปดำเนินการหาผู้ร่วมลงทุน หรือจัดหาสถานที่ และยื่นขออนุญาตประกอบการ จากนั้นเมื่อสามารถจัดตั้งธุรกิจและดำเนินธุรกิจได้แล้ว ก็ค่อยยื่นขอต่อวีซ่า หรือหากบรรลุเงื่อนไขตามที่กำหนดก็อาจสามารถยื่นขอวีซ่าแบบ Residence Visa ได้ในภายหลัง

3. กรณีโรงแรมหรือร้านอาหารที่ประสงค์จะเปิดสาขาในเครือในสหราชอาณาจักร และจำเป็นต้องส่งตัวแทนไปเป็นผู้ดำเนินกิจการ ก็สามารถที่จะยื่นอนุญาตได้ที่สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย บุคคลดังกล่าวก็สามารถจะดำเนินการก่อตั้งธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านเงินทุนขั้นต่ำจำนวน 250,000 ปอนด์ ดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งสามารถยื่นขออนุญาตนำพ่อครัวเข้าไปทำงานได้

4. ผู้ประกอบกิจการร้านอาหารในสหราชอาณาจักรต้องได้รับใบอนุญาต โดยยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานท้องถิ่น Environmental Health Department ในเขตพื้นที่นั้นๆ

2. การยื่นขออนุญาตสถานที่ประกอบการ

1. ตึกอาคารที่จะสามารถใช้ประกอบกิจการร้านอาหารจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น (Local Authority) ของเขตพื้นที่นั้นๆ โดยจะต้องได้รับใบอนุญาต A3

2. ในกรณีสถานที่เป็นตึกอาคารที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการร้านอาหารผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารจะต้องยื่นขออนุญาต โดยจะต้องติดต่อสอบถามจาก City Planning Inspectorate ของเขตพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการได้รับอนุญาตของตึกอาคารว่าได้รับอนุญาตให้ใช้ประกอบกิจการร้านอาหารหรือไม่ และยื่นขออนุญาตเปลี่ยนเป็นใบอนุญาต A3 เช่น กรณีเปลี่ยนจากตึกอาคารที่ได้รับอนุญาตใช้ประกอบธุรกิจร้านค้า (A1) เป็นแบบ A3 สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น

3. ในด้านการจดทะเบียนธุรกิจ กรณีเป็นกิจการส่วนตัวขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องยื่นจดทะเบียนธุรกิจแต่อย่างใด โดยเพียงแต่ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารต่อหน่วยงานท้องถิ่นดังกล่าวแล้วในข้อ 2.1 แต่ในกรณีจัดตั้งในรูปของห้างหุ้นส่วน (Ordinary Partnership or Limited Partnership) บริษัทจำกัด (Company Limited or Public Limited Company) จะต้องยื่นจดทะเบียนธุรกิจต่อหน่วยงาน The Company House ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.companyhouse.gov.uk



4. กรณีประสงค์จะจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้าและบริการ (Trade Mark and Service Mark) จะต้องยื่นจดทะเบียนต่อหน่วยงาน The Patent Office ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.patent.gov.uk




หลักเกณฑ์การนำเข้าพ่อครัว

การขอ Work Permit

ตามกฎหมาย Nationality, Immigration and Asylum Act 2002 และตามระเบียบ Immigration Rules 128-135, Immigration Rules 199A-199C

•แรงงานต่างชาติต้องมี Work Permit และต้องเข้าประเทศโดยถูกต้องตามระเบียบคนเข้าเมืองของอังกฤษ
•สถานที่ติดต่อขอ Work Permit คือ Work Permits (UK), Home Office’s Immigration and Nationality โดยติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ Work Permits (UK), Customers Relations, PO Box 3468, Sheffield, UK Tel.(44)(0) 114-259 3776, E-mail : wpcustomers@ind.honeoffice.gsi.gov.uk,
•Website : http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/workingintheuk/


•ระยะเวลาการขอ Work Permit ประมาณ 6-12 สัปดาห์ ในกรณีที่เอกสารครบ
•ระยะเวลาสูงสุดในการให้ Work Permit คือ 5 ปี
•ประเภทของงานที่สามารถขอ Work Permit คือ 5 ปี
•ประเภทของงานที่สามารถขอ Work Permit ได้คือ
◦ผู้มีคุณวุฒิสูง มี 3 ประเภท ดังนี้
1) งานที่ใช้คุณสมบัติและลักษณะเฉพาะอย่างยิ่ง
2) ผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูง (Senior Executive หรือ Administrative)
3) นักเทคนิค ที่เชี่ยวชาญพิเศษ (Rare Skills)
◦สำหรับแรงงานประเภท Key worker คือแรงงานที่มีเทคนิคและเชี่ยวชาญที่ไม่มี ความสามารถ เฉพาะตัวสูง โดยเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานซึ่งนายจ้างต้องชี้แจงความจำเป็นที่บริษัทหรือธุรกิจต้องพึ่งพาแรงงานประเภทดังกล่าวนี้ และแสดงให้เห็นว่าเมื่อครบปีที่ออก Work Permit ให้แล้วนั้นจะต้องมีการฝึกงานให้แก่ Resident Worker เป็นการทดแทนด้วย
•งานที่สงวนไว้สำหรับคนท้องถิ่น โดยไม่ออก Work Permit ให้แก่ชาวต่างชาติได้แก่ เสมียน งานเลขานุการ หรืองานอื่น ๆ ที่คนอังกฤษสามารถทำได้ เช่น พี่เลี้ยงเด็ก พนักงานทำความสะอาด เป็นต้น
หลักฐาน/คุณสมบัติพ่อครัว แม่ครัว/ ค่าแรงและสวัสดิการ

◦ต้องทำงานในอาชีพพ่อครัวมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีติดต่อกัน
◦ค่าแรงประมาณ 1,000 ปอนด์สเตอร์ลิงขึ้นไป นายจ้างจ่ายสวัสดิการประกันสังคม ค่าประกันสุขภาพให้
อย่างไรก็ตาม ในปี 2551 นี้ รัฐบาลอังกฤษจะเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับการเข้าเมือง ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในระยะ 45 ปีที่ผ่านมา[1] โดยจะเปลี่ยนแปลงจากระบบเดิมที่ใช้ Work permit มาเป็นระบบให้คะแนน (Point-based system (PBS)) และตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกานยน 2551 เป็นต้นไป ระบบนี้จะใช้สำหรับผู้มีความชำนาญระดับที่ 2 (tier 2) และกับคนงานชั่วคราวระดับ 5 (tier 5) ซึ่งรวมถึงพนักงานที่ทำงานในร้านอาหาร

เมื่อระบบให้คะแนน (PBS) เริ่มใช้บังคับในปลายเดือนพฤศจิกายน 2008 แล้ว นายจ้าง เช่น ร้านอาหารไทย หรือ กิจการอื่น ๆ จะต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง (Sponsorship licence) เสียก่อน จึงจะมีสิทธิในการ

· นำพนักงานจากประเทศไทย เข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร หรือ

· ต่อวีซ่าให้พนักงานที่กำลังปฏิบัติงาน

ส่วนการต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนงานโดยระบบ Work permit แบบเดิม จะไม่สามารถกระทำได้อีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามผู้ที่มีวีซ่าที่ได้รับโดยระบบ Work permit แบบเดิมอยู่แล้วนั้น จะยังสามารถทำงานต่อไปได้จนกว่าวีซ่าจะหมดอายุ แต่หลังจากนั้น พนักงานที่ทำงานในร้านอาหารจะต้องหานายจ้างที่มีใบอนุญาตเป็นผู้รับรองแล้วเท่านั้น

ผู้รับรอง (Sponsor)

จุดประสงค์ของระบบ PBS คือต้องการให้ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในการนำแรงงานต่างถิ่นเข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร รับผิดชอบ ควบคุมไม่ให้บุคคลเหล่านั้นทำผิดกฎหมาย ดังนั้นหากนายจ้างต้องการนำแรงงานไทยมาทำงานในสหราชอาณาจักรก็จะต้องสมัครขอเป็นผู้รับรอง (Sponsorship Licence) กับโฮมออฟฟิสก่อน ซึ่งแตกต่างจากวิธีเดิมที่ใช้ระบบการขอ work permit

การออกใบรับรอง

ก่อนที่นายจ้างจะออกใบรับรองให้พนักงานใหม่จากประเทศไทยเข้ามาทำงาน นายจ้างจะต้องยืนยันว่า

· งานนี้อยู่ในระดับ NVQ หรือ SVQ 3 หรือสูงกว่า [2]

· นายจ้างได้ผ่านการตรวจหาแรงงานในประเทศแล้ว (Resident labour market test) หรืองานนี้อยู่ในรายการอาชีพขาดแรงงาน (Shortage occupations) หรือเป็นงานของพนักงานย้ายสาขา (Tier 2 intra-company transfer) และ

· พนักงานใหม่จะได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น ๆ ในอัตราที่เหมาะสม

ใบอนุญาตสำหรับผู้รับรอง

แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเอ และ ระดับบี

· ระดับเอ หมายถึง นายจ้างที่มีความน่าเชื่อถือและมีระบบบุคลากรที่เคร่งครัดรัดกุม จะได้รับใบอนุญาตให้นำพนักงานเข้ามาทำงานได้

· ระดับบี หมายถึง นายจ้างที่ใบอนุญาตยังไม่เรียบร้อย ซึ่งปัญหาส่วนมากจะเกี่ยวกับระบบการควบคุมบุคลากร โฮมออฟฟิสจะให้เวลานายจ้าง 3 เดือนเพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบต่าง ๆ จนสามารถเปลี่ยนใบอนุญาตจากระดับบี เป็น ระดับเอ หากไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลาที่กำหนด ก็อาจได้รับการขยายเวลาต่อ หรือถูกถอนใบอนุญาตได้

การขอใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง

นายจ้างที่จะได้รับใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง จะต้องเป็นนายจ้างที่มีกิจการและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้างที่มีหลายสาขา อาจขอใบอนุญาตทุก ๆ สาขา หรือ หลาย ๆ สาขารวมกลุ่มกันขอใบอนุญาตใบเดียวกันก็ได้

ตัวอย่างเอกสารประกอบที่ต้องใช้ในการขอใบอนุญาต

คือเอกสารที่แสดงความเป็นกิจการที่แท้จริง และการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น

· เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของหรือการมีสิทธิในสถานที่ที่ทำการของนายจ้าง (proof of ownership or lease of premises)

· ใบเสียภาษี (tax returns)

· ใบจดทะเบียนการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Certificate of VAT registration)

· ใบประกันความรับผิดชอบของนายจ้างต่อลูกจ้าง (Employer’s liability insurance) ที่มีมูลค่าประกันอย่างน้อย 5 ล้านปอนด์

· บัญชีธนาคารและจดหมายรับรองจากธนาคาร (bank statement and letter)

· บัญชีรายรับรายจ่าย (business accounts)

· หมายเลขของกิจการที่ใช้ในการเสียภาษี (Business Unique Tax Reference Number (UTR)

· หลักฐานการจดทะเบียนเพื่อให้นายจ้างหักภาษีและจ่ายค่าประกันสังคม (Evidence of Registration with HMRC as an employer to pay PAYE & National Insurance)

ค่าใช้จ่าย

· ค่าสมัครขอใบอนุญาตเป็นผู้รับรอง ระหว่าง 300-1000 ปอนด์ ขึ้นอยู่ว่านายจ้างนั้นมีขนาดอย่างไร และ

· ทุกครั้งที่ออกใบรับรองให้พนักงานใหม่ หรือให้พนักงานเก่าต่อวีซ่าต้องชำระเงินเป็นจำนวน 170 ปอนด์ต่อใบรับรอง

ระบบข้อบังคับใหม่ที่เรียกว่า ระบบให้คะแนน Point Based System (PBS) สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ukba.homeoffice.gov.uk/workingintheuk/tier2/

กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

· Food Premises Regulations 1991
กำหนดให้ผู้ประสงค์จัดตั้งร้านอาหารจะต้องยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานท้องถิ่น (Local Authority) หรือเทียบเท่าสำนักงานเขต หรือเทศบาลของเขตพื้นที่นั้นๆ

· Food Safety Act 1990, Food Safety (General Food Hygiene) Regulations 1995, Food Safety (Temperature Control) Regulations 1995
กำหนดกฎ ระเบียบด้านมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยของสินค้าอาหาร และร้านจำหน่ายสินค้าอาหาร โดยยังมีกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับสินค้าอาหารบางประเภทด้วย เช่น Dairy Products (Hygiene) Regulations 1995 และ Fresh Meat (Hygiene & Inspection) Regulations 1995 เป็นต้น

· Finance Act 1984
กำหนดให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องยื่นจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบกิจการที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ในอัตราร้อยละ 17.5

· Licensing Act 1988
ผู้ประกอบกิจการร้านอาหารที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล จะต้องยื่นขอใบอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น

· Office, Shops and Railways Act 1963
ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเปิดกิจการร้านอาหารในตึกอาคารที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ เพื่อวัตถุประสงค์เป็นร้านจำหน่ายอาหาร จะต้องยื่นขอใบอนุญาตเปลี่ยแปลงวัตถุประสงค์การใช้ตึกอาคารสำหรับใช้เป็นร้านอาหารด้วย

· Health and Safety at Work Act 1974 (และฉบับแก้ไขปรับปรุงปี 1992) Sanitary Conveniences Regulations 1964, Fire Protections Act 1971
เป็นกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ความสะอาด และการป้องกันอัคคีภัย โดยกฎหมายังกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการจะต้องมีการประกันภัยอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยแก่พนักงานและลูกค้าผู้ใช้บริการที่เรียกว่า Public Liability Insurance ด้วย

· Consumer Protection Act 1987
กำหนดข้อบังคับเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภค เช่น ในการจัดเก็บค่าบริการ (Service charges) การแจ้งราคาอาหารที่ต้องปิดประกาศไว้ชัดเจนบริเวณทางเข้าร้านอาหาร การระบุรายการอาหารอย่างครบถ้วนในเอกสารเมนูของร้าน และอื่นๆ

หน่วยงานที่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ดังนี้
- ผู้ประกอบการสามารถเข้าดูคำแนะนำในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจ การจดทะเบียนผู้เสียภาษี

การวางแผนทางการตลาด ตลอดจนระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยได้จากเวปไซด์ www.businesslink.gov.uk

- ในด้านการจดทะเบียนธุรกิจ กรณีเป็นกิจการส่วนตัวขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องยื่นจดทะเบียนธุรกิจแต่อย่างใด เพียงแต่ยื่นขอรับเลขที่ผู้เสียภาษีต่อหน่วยงานท้องถิ่น แต่ในกรณีจัดตั้งในรูปของห้างหุ้นส่วน(Ordinary Partnership or Limited Partnership) บริษัทจำกัด( Company Limited or Public Limited Company) จะต้องยื่นขอจดทะเบียนธุรกิจต่อหน่วยงาน The Company House

ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.companyhouse.gov.uk



- กรณีประสงค์จะจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้าและบริการ(Trade Mark and Service Mark) จะต้องยื่นจดทะเบียน

ต่อหน่วยงาน The Patent Office ซึ่งอาจสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ www.patent.gov.uk



- ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะดำเนินการนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือใช้ในกิจการสามารถหาข้อมูลการนำเข้าได้จากเวปไซด์ของ HM Revenue and Customs ที่ www.hmrc.gov.uk

หรือติดต่อขอข้อมูลและคำแนะนำจาก ศูนย์ให้คำปรึกษาธุรกิจระหว่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เวปไซด์ www.depthai.go.th อีเมล์ depcallcenter@depthai.go.th

หรือโทร Call Center 1169

หน่วยงานราชการของไทยในสหราชอาณาจักร
- สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน
Office of Commercial Affairs, 11 Hertford Street, London WIJ 7RN, Tel.: (44) 20-7493 5749

Fax.: (44) 20-7493 7416 Website : www.thaitradelondon.com




- สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน
Royal Thai Embassy, 29-30 Queen’s Gate, London SW4 5JB, Tel.: (44) 20-7589 2944 Fax.: (44) 207 823 9695

E-mail: thaiduto@btinternet.com



บทที่ ๓ มาตรฐานและระเบียบด้านสุขอนามัย

เอกสารด้านการจัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหาร

นับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๐๐๖ มีข้อบังคับใหม่ (ข้อบังคับ EC 852/2004) ระบุและประกาศใช้ในสหราชอาณาจักรว่า ท่านจะต้องมีคู่มือเกี่ยวกับ “ขั้นตอนการจัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหาร” โดยยึดหลักของ HACCP - HAZARD ANALYSIS AND CRITICAL CONTROL POINT (หลักการควบคุมและวิเคราะห์อันตรายในขณะผลิตและประกอบอาหาร) เป็นแนวทาง

HACCP คือวิธีการจัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหาร มีหลักการของการป้องกันอันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นกับอาหาร ดังนี้

» ตรวจสอบการทำงานพนักงานของท่านอย่างใกล้ชิด และคอยดูว่ามีความผิดพลาดใดอาจเกิดขึ้นได้บ้างในตอนไหน

» ตรวจสอบว่า มีจุดใดที่อาจก่อให้เกิดปัญหา เพื่อจะได้หาทางป้องกันและลดความเสี่ยงนั้นได้

» ทำคู่มือออกมาใช้ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อป้องกันและควบคุมไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้นในจุดต่างๆ

» หาวิธีการแก้ปัญหา หากมีปัญหาเกิดขึ้นจริง

» แน่ใจว่าขั้นตอนที่ตนตั้งขึ้นมาใช้ได้ผลดีจริง ด้วยการจดบันทึกเป็นระยะ

HACCP ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนเช่นหลายท่านคิด ข้อสำคัญคือท่านจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในการดูแลเรื่องความปลอดภัยของอาหารนั้นจริงๆ เมื่อลงมือปฏิบัติตามท่านจะสามารถรู้ได้ด้วยตัวท่านเองว่า ความเสี่ยงและอันตรายต่ออาหารนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจริง

โดยทั่วไป อันตรายต่ออาหารมีหลายรูปแบบ ในด้านโภชนาการ อันตรายหมายถึงโอกาสที่อาจทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค อันตรายดังกล่าวอาจมาจาก...

» จุลินทรีย์ – หมายถึงเชื้อโรคที่ผลิตสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เชื้อโรคที่มีพิษส่วนใหญ่อาศัยอยู่รอบๆ ตัวท่าน หากอาหารเก็บไม่ถูกที่ เช่นวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานๆ เชื้อโรคอาจเข้าปนเปื้อนและเจริญเติบโตได้

» สารเคมี – จากน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค, ยาปราบศัตรูพืช, สารเคมีปนเปื้อน, สารเคมีและโลหะจากกระป๋องบรรจุอาหาร, สารเติบแต่งสีสันอาหาร และสารเคมีอื่นๆ

» เศษอาหารและเศษวัตถุทั่วไป – เศษภาชนะแตก เศษเสื้อผ้า เครื่องประดับต่างๆ เครื่องสิ่งของและอุกรณ์เครื่องใช้ที่หัก ชำรุดทรุดโทรม หรือเศษอาหารที่มีความเสี่ยงสูงต่อผู้บริโภค เช่นเศษถั่ว เศษแป้งโปรตีน เศษอาหารทะเลและเห็ดที่มีพืษ เป็นต้น

ในการประกอบธุรกิจอาหาร อันตรายเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ท่านรับอาหารที่สั่งเข้ามา จนถึงขั้นสุดท้ายที่ท่านจัดอาหารออกเสิร์ฟลูกค้า

ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของท่านเจ้าของกิจการที่จะทำทุกอย่างให้มั่นใจว่า ขั้นตอนใน HACCP นั้นถูกปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ท่านยังต้อง...

» ยึดขั้นตอนนี้ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นแนวการปฏิบัติงานเสมอ

» ปรับปรุงคู่มือให้สอดคล้องกับลักษณะกิจการของท่านตลอดเวลา – ให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันที่สุด ด้วยการเขียนรายงานที่ถูกต้องตามความจริง

» แสดงการจดบันทึกในแต่ละวัน เช่น การลงใบบันทึกอุณหภูมิและใบตารางทำความสะอาด

» ตรวจสอบว่า พนักงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจและปฏิบัติตามคู่มือนี้อย่างเคร่งครัด

» สามารถแสดงคู่มือนี้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบความปลอดภัยอาหาร ได้ทุกเวลา

ในด้านการปฏิบัติ ท่านจะต้องมีคู่มือนี้ไว้ใช้ตลอดเวลา เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยของอาหาร นอกจากนี้ ท่านยังจะต้องบันทึกขั้นตอนต่างๆ ไว้เป็นรายงาน หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงขั้นตอนประการใด ก็ควรจะต้องคอยบันทึกไว้เช่นเดียวกัน

ข้อบังคับใหม่นี้มีความยืดหยุ่นมาก ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจของท่าน นั่นหมายความว่า ถ้าท่านเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดย่อม ก็สามารถทำรายงานขั้นตอนแค่สั้นๆ ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากซับซ้อน

และเพื่อสะดวกแก่ธุรกิจขนาดย่อมดังกล่าว ปัจจุบันรัฐบาล ได้จัดเตรียมคู่มือดังกล่าวไว้ให้

» ในอังกฤษและเวลส์ – คู่มือนี้ชื่อว่า SAFER FOOD, BETTER BUSINESS – เป็นคู่มือที่แนะนำเกี่ยวกับวิธีจัดการอาหารให้ปลอดภัย จัดทำโดย FSA (Food Standards Agency) โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดย่อมในท้องถิ่นต่างๆ มากกว่า ๕๐ แห่ง หากท่านประสงค์จะขอรับเอกสารชุดนี้ พร้อมดีวีดีคำอธิบายภาคภาษาไทย โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นของท่าน หรือโทรสั่งฟรีได้ที่ 0845 606 0667 หรือเข้าไปที่เว็บไซด์ www.food.gov.uk



» ในสก๊อตแลนด์ - คู่มือนี้ชื่อว่า CookSafe เป็นคู่มือที่แนะนำเกี่ยวกับวิธีจัดการอาหารให้ปลอดภัย จัดทำโดย FSA สาขาสก๊อตแลนด์ โดยได้รับความร่วมมือจากประกอบการร้านอาหารขนาดย่อมในท้องถิ่นต่างๆ และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านอาหารแห่งสก๊อตแลนด์ หากท่านประสงค์ขอรับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นของท่าน หรือเข้าไปที่เว็บไซด์ www.food.gov.uk



» ในไอร์แลนด์เหนือ – คู่มือนี้ชื่อว่า SAFE CATERING เป็นคู่มือที่แนะนำเกี่ยวกับวิธีจัดการอาหารให้ปลอดภัย จัดทำโดย FSA สาขาไอร์แลนด์เหนือ โดยได้รับความร่วมมือจากประกอบการร้านอาหารขนาดย่อมในท้องถิ่นต่างๆ เอกสารชุดนี้มีการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงธุรกิจด้านอาหารในไอร์แลนด์เหนือ ท่านใดประสงค์ขอรับ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นของท่าน หรือเข้าไปที่เว็บไซด์ www.food.gov.uk



สถานที่จำหน่ายและประกอบอาหาร

สถานที่ประกอบการมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการค้าและการขอใบอนุญาต ดังนั้น ก่อนที่ท่านจะเลือกสถานที่ประกอบการใดๆ ท่านจึงควรคำนึงถึงข้อสำคัญด้านล่างนี้ก่อนเสมอ

1. ความถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาหารและนโยบายการประกอบอาหารที่ถูกหลักอนามัย

2. ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในธุรกิจของท่าน

3. ช่วยทำให้ท่านสามารถจัดทำและบริการได้อย่างถูกสุขลักษณะดีจริงๆ

เป็นหน้าที่ของท่านเจ้าของกิจการอาหารที่จะต้องดูแลให้มั่นใจว่า สถานที่ประกอบการนั้น สะอาด ถูกหลักอนามัย รักษาและ/หรือทำความสะอาดได้ง่าย โดยการจัดวางระบบการป้องกันความเสี่ยงและจากการปนเปื้อนของสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่ออาหาร (Safety Management Systems) เช่น จัดวางระบบการป้องพาหะนำเชื้อโรคจากแมลงสัตว์รบกวน, มีอุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพดี สะอาด ไม่ชำรุดทรุดโทรม, มีผู้ประกอบการที่มีทักษะและสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง, พนักงานทุกคนรู้จักและเข้าใจกฏหมายด้านการรักษาความปลอดภัยของอาหารเป็นอย่างดี และทราบถึงผลเสียของการปรุงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะว่าจะก่อให้เกิดโทษต่อใคร เป็นต้น

o อ่างล้าง

เป็นหน้าที่ของเจ้าของกิจการ ที่จะต้องมีการจัดเตรียมอ่างล้างต่างๆ อย่างพอเพียงต่อการล้างและการทำความสะอาด เช่น อ่างล้างภาชนะและอ่างล้างอาหารที่ควรแยกออกจากอ่างล้างมือ มีน้ำร้อน น้ำเย็น ที่สะอาดใช้ดื่มได้ โดยเฉพาะอ่างล้างมือ ที่จำเป็นต้องมีน้ำยาล้างมือ แปรงขัดเล็บ กระดาษเช็ดมือชนิดเช็คแล้วทิ้ง (Single use/disposable paper towels) หรือเครื่องเป่าแห้ง ไว้ให้พนักงานใช้ในขณะปฏิบัติงาน และเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรค จำเป็นต้องมีมืออ่างล้างมือประจำห้องน้ำต่างหาก อย่าลืมดูแลให้มั่นใจ และแปะป้ายเตือนใจให้ทุกคนล้างมือตามบริเวณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างชัดเจน และหมั่นรักษาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา

o ห้องสุขา

ท่านจะต้องจัดเตรียมห้องสุขาไว้ให้พอเพียงต่อพนักงานและลูกค้าชาย-หญิงของท่าน ห้องสุขาต่างๆ จะต้องมีโถชักโครกที่เชื่อมต่อกับท่อระบายของเสียจำนวนเพียงพอ และห้องน้ำนั้นจะต้องไม่หันหน้าเข้าหาห้องครัวหรือห้องที่ใช้ประกอบอาหาร ภายในห้องสุขาจะต้องมีอ่างล้างมือ แต่ละอ่างต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม และใช้สำหรับล้างมือเท่านั้น พร้อมน้ำร้อน น้ำเย็น น้ำยาล้างมือ กระดาษเช็ดมือชนิดเช็คแล้วทิ้ง (Single use/disposable paper towels) หรือเครื่องเป่าแห้งเสมอ เพื่อทุกคนจะได้สามารถใช้ล้างมือหลังจากการใช้ห้องสุขาทุกครั้ง

o ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงาน

เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากร่างกายไปสู่อาหาร ท่านควรมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของพนักงานเป็นสัดส่วน เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของท่านเจ้าของกิจการที่จะตรวจสอบและทำให้มั่นใจว่า พนักงานของท่านแต่ละแผนกสวมใส่ชุดทำครัวหรือชุดยูนิตฟอรม์ที่สะอาดและเหมาะสม พนักงานประกอบการในห้องครัวจำเป็นต้องสวมใส่ผ้ากันเปื้อนที่สะอาดทุกครั้งในขณะจัดเตรียมและปรุงแต่งอาหาร พนักงานของท่านควรมีความรู้และสามารถรับผิดชอบตัวเองเกี่ยวกับเรื่องความสะอาดส่วนตัวนี้ได้ ความรู้และความรับผิดชอบดังกล่าว ท่านสามารถฝึกฝนอบรมพนักงานของท่านได้ การฝึกอบรมพนักงานจะมีกล่าวถึงอีกที่ในหน้าที่ ---

o พื้นผิว, ผนังห้องและเพดาน

ท่านจะต้องปฏิบัติให้มั่นใจว่า พื้นผิวที่ท่านจะใช้ในห้องครัวนั้นเป็นวัสดุซึ่งเรียบ ทนทาน ทำความสะอาดและรักษาได้ง่าย และไม่เป็นสนิม วัสดุที่นิยมใช้มากที่สุดคือ เหล็กสแตนเลส พยายามหลีกเลี่ยงวัสดุที่ดูดซับน้ำง่าย เช่น ไม้, พรมและกระดาษบุ (Wall-paper) ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเชื้อโรคสะสมในอนาคต พื้นผิวบริเวณที่ใช้ในการจัดเตรียมและประกอบอาหาร (รวมทั้งเครื่องครัว) โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสกับอาหารและที่มือสัมผัสบ่อยๆ คอยดูแลให้สะอาดและให้อยู่ในสภาพที่ดีเสมอ และเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการสะสม หมักหมนของสิ่งสกปรกและคราบกลิ่นไอ และไขมันจากอาหาร เพดานควรทำจากวัสดุที่ไม่ดูดหรืออุ้มน้ำได้ง่าย (เช่น พรม ไม้และกระดาษบุ) วัสดุที่นิยมใช้ เช่น เหล็กสแตนเลส แผ่นกระเบื้อง และ/หรือปูนฉาบเรียบอย่างดี ทาสีอ่อนๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง

คราบสกปรกฝังใน เพราะช่วยทำให้เห็นคราบสกปรกต่างๆ ได้ง่าย ควรดูแลให้พื้นผิวต่างๆ เหล่านี้ ให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ ป้องกันสะเก็ดสี และปูนปลาสเตอร์ที่หลุดร่อนตลอดเวลา

o หน้าต่าง ประตู

เพื่อป้องกันการรบกวนของแมลงสัตว์รบกวน ประตู หน้าต่างควรติดตั้งอย่างดี ไม่ชำรุด ไม่มีช่องว่างหรือรูโหว่ง เรียบตลอดและไม่ดูดซึมของเหลวง่าย ถ้าให้ดี ควรมีแผงชนิดที่ถอดออกล้างได้ และเพื่อป้องกันการปนเปื้อนควรหมั่นตรวจเช็คคราบสกปรกและฝุ่นละออง อย่าให้เกิดการสะสมหมักหมนตกค้างจนยากต่อการทำความสะอาด หรือถ้าจะใช้วัสดุอื่นใดที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม ก็ควรจะสอบถามและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ในเขตของท่านเสียก่อน

o อุปกรณ์เครื่องครัว

เพราะอุปกรณ์เครื่องครัวต้องสัมผัสกับอาหาร (เช่น เนื้อสด, อาหารสำเร็จรูปและ/หรืออาหารปรุงสุก) ดังนั้นท่านจึงควรมีอุปกรณ์เครื่องครัวไว้ใช้อย่างพอเพียง อย่าใช้เครื่องครัวปะปนกัน เพราะอาจจะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ ควรหมั่นตรวจสอบดูแล ซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องครัวให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ

เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดเครื่องครัว

ควรทำความสะอาดสถานที่ประกอบการ, อุปกรณ์และเครื่องครัวทุกครั้งหลังใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ควรมีไว้ใช้อย่างพอเพียง สิ่งอำนวยความสะดวกนี้จะต้องไม่ผุกร่อนง่าย และง่ายต่อการดูแลและรักษาความสะอาด ถ้าให้ดีควรมีที่เก็บเครื่องครัวที่สะอาดแล้วอย่างพอเพียง และเพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านจะต้องมีระบบเครื่องทำน้ำร้อนใช้ ซึ่งพอเพียงและทำงานดีตลอดเวลา

o ของเสีย ถังขยะ

ท่านจะต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขด้านสิ่งแวดล้อมเห็นว่า ท่านระวังการปนเปื้อนอย่างดี ดังนั้นท่านจึงจำเป็นต้องมีถังขยะ (เพื่อขยะเปียก เช่นเศษอาหาร, ขยะแห้ง เช่นชิ้นส่วนจากเครื่องบรรจุหีบห่อ และขยะ Recycle) ที่มีฝาปิดที่สนิทพอเพียง และเพื่อป้องกันแมลงวันไต่ตอมเศษอาหารและของเสียนั้นๆ

o ระบบถ่ายเทอากาศ

ท่านจะต้องตรวจเช็คและจัดเตรียมระบบถ่ายเทอากาศเพื่อสุขภาพของพนักงานทุกคน ระบบนั้นจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดีจริง ในการติดตั้งระบบต่างๆ เช่น ช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ (หน้าต่างช่องระบายอากาศที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ) หรือเครื่องดูดอากาศ สำหรับท่อถ่ายเทอากาศ ท่านจะต้องคำนึงถึงความสะดวกในการทำความสะอาดใส้กรอง การเปลี่ยนใส้กรองและอะไหล่อื่นๆ ในห้องอื่นๆ เช่น ห้องสุขา ควรมีช่องระบายอากาศตามธรรมชาติหรือแบบเครื่องดูดอากาศ

o แสงสว่าง

ต้องมีพอเพียง ทั้งแสงจากธรรมชาติและแสงสว่างจากไฟฟ้า หากหลอดไฟขาด จะต้องรีบเปลี่ยนทันที และหมั่นปลดลงเพื่อการทำความสะอาดอยู่เสมอ

o ท่อระบายน้ำเสียที่ดีพอ การออกแบบและการติดตั้งระบบที่ถูกต้อง ที่ผ่านการพิจารณาแล้วว่ามีการป้องกันไม่ให้เกิดปนเปื้อนเกิดขึ้น

สุขภาพและความปลอดภัย

กฏข้อบังคับด้านสุขภาพและความปลอดภัยเน้นว่า ท่านจะต้องป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานของท่านและบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่าน ทั้งพนักงานและลูกค้า ท่านควรมีระบบควบคุมอันตรายอย่างพร้อมเพียง โดยเฉพาะท่านที่มีพนักงานทำงานร่วมด้วยมากกว่าห้าคนขึ้นไป ท่านจะต้องจัดทำนโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัย พร้อมทั้งขั้นตอนการปฏิบัติให้เป็นลายลักษณ์อักษร

- การป้องกันอัคคีภัย (Fire Prevention)

เพื่อความปลอดภัยด้านทรัพย์สินและของบุคคล ท่านเจ้าของกิจการจะต้องประเมินความเสี่ยงทางอัคคีภัยในสถานที่ประกอบการ และหาวิธีการลดความเสี่ยงและการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวให้แก่ตัวท่าน พนักงานและแก่ลูกค้าเสมอ วิธีการดังกล่าวขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของอาคารหรือตึก ท่านสามารถสอบถามข้อมูลนี้จากสถานีดับเพลิงในท้องถิ่นที่ท่านอาศัยหรือตั้งร้านอยู่ หรือตรวจดูรายละเอียดในหนังสือคู่มือ “การป้องกันอัคคีภัย - ข้อแนะนำสำหรับนายจ้าง” www.anchive.officialdocuments.co.uk/document/fire/index

หรือซื้อได้จาก HSE BOOKS ในราคา 9.95 ปอนด์

- หลักการโภชนาการที่ดี

ท่านเจ้าของกิจการร้านอาหารจะต้องปฏิบัติทุกอย่างให้มั่นใจว่า อาหารที่ผลิตจำหน่ายนั้นปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่อาหารจะปลอดภัยต่อการบริโภคหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับหลักการโภชนาการที่ดีนั่นเอง ดังนั้นท่านเจ้าของกิจการจึงควรจัดเตรียมคู่มือที่เกี่ยวกับหลักการโภชนาการที่ดีนั้น คู่มือนี้ควรได้รับการเอาใจใส่อย่างดีและควรมีการพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เป็นหน้าที่ที่สำคัญของเจ้าของกิจการที่จะสนับสนุนให้พนักงานหรือผู้ประกอบอาหาร (Food handlers) ทุกคนได้มีส่วนร่วมกับคู่มือนี้ โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ศึกษาเกี่ยวกับการดูแลและการจัดเตรียมอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ความเข้าใจนี้ จะช่วยทำให้พวกเขาทุกคนเล็งเห็นความสำคัญของอาหารที่ถูกหลักอนามัย ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันไม่ให้อาหารของท่านเป็นพิษแล้ว ยังจะช่วยรักษาชื่อเสียงของท่านไปในตัวอีกด้วย

ท่านควรเข้าใจหลักการโภชนาการที่ดี ๕ ประการ ดังนี้คือ

๑. การป้องกันการปนเปื้อน (Cross-contamination),

๒. การทำความสะอาด (Cleaning),

๓. การควบคุมความเย็น (Chilling),

๔. การปรุง (Cooking)

๕. การดูแลควบคุมความปลอดภัยทั่วไป (Management)

การปนเปื้อน (Contamination)

แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคส่วนใหญ่มาจาก อาหารดิบ เช่น เนื้อสด ไข่แดง ผักสดและผลไม้, นํ้าที่ไม่สะอาด, ท่อน้ำเสีย, ขี้ดิน ขี้โคลน ฝุ่นละอองซึ่งปลิวเข้ามาและสะสมตามซอกมุมต่างๆ ในห้องครัวและในอาคารที่ใช้ในการผลิต, สัตว์เลี้ยงและแมลงหรือสัตว์รบกวน ก็นำความสกปรก และเป็นพาหะของเชื้อโรคและพยาธิทั้งหลายมาสู่อาหารได้ ดังนั้นจึงไม่ควรนำสัตว์เลี้ยง มาสู่ห้องครัว หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยงขณะปฏิบัติงาน หากพบร่องรอย เช่น รอยกัดแทะอาหารของหนูในบริเวณที่ผลิตอาหาร จะต้องแจ้งให้หัวหน้าทราบทันที

ถ้าหากท่านไม่จัดหาวิธีการป้องกันที่ดี อาหารอาจเกิดการปนเปื้อนได้ และเพราะการปนเปื้อนส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการสัมผัส แบคทีเรียมักแพร่กระจายจากฝ่ามือไปสู่เครื่องครัว, พื้นผิว, หรือจากผ้าขี้ริ้วหรือฟองน้ำที่สกปรกไปสู่อาหาร หรือบางทีจากอาหารสด เช่นเนื้อสด ไปสู่อาหารปรุงสุก อาหารพร้อมใช้รับประทาน

ดังนั้นเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งเหล่านี้ ท่านจึงควรแนะนำให้พนักงานและผู้ปรุงอาหารทุกคนดูแลรักษาสุขภาพและอนามัยส่วนตัว (Personal hygiene) ให้ดี เช่น

» ไม่ควรให้แต่งหน้าจัด

» ไม่ใช้หรือใส่นํ้าหอม/นํ้ายาโกนหนวดที่มีกลิ่นฉุนหรือแรงเกินไป

» ระวังไม่ให้ทาเล็บมือ, เล็บต้องสั้นและสะอาด

» ไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับขณะจัดเตรียมอาหาร เพราะนอกจากจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคแล้ว ยังอาจหลุดร่วงลงในอาหารได้อีกด้วย

» ไม่ให้ล้วง แคะ แกะ เกา ไอ จาม กัดเล็บ หรือเล่นผมขณะประกอบอาหาร

» ใช้เครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมและสะอาด (เช่น มีเสื้อคุม หมวกคลุมผม และผ้ากันเปื้อน), มีรองเท้าที่ทนทานเหมาะสม

» แจ้งอาการ ป่วยต่างๆ เช่น ท้องร่วง อาเจียน อาการคัน โรคผิวหนัง ไอ จาม เป็นไข้หวัด หรือเมื่อต้องดูแลผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว ให้หัวหน้างานทราบ

» ใช้กระดาษทิชชูที่สะอาดสั่งนํ้ามูก เสร็จแล้วล้างมือทันที

» ถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนใช้ห้องนํ้า และเมื่อปฏิบัติงานเสร็จ

» ไม่เป่าลมใส่แก้ว

» ไม่สูบบุหรี่ในที่ที่มีการจัดเตรียมอาหาร

» มีช้อนแยกในการชิมอาหาร

» ไม่จิ้มนิ้วดูดชิมอาหาร ไม่ชิมจากกระบวย ตะหลิว

และควรฝึกวิธีล้างมือที่ถูกต้องให้แก่พนักงานทุกคน และควรแนะนำให้พนักงานล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง เช่น

q เมื่อจะเข้าครัวปรุงอาหาร

q หลังจากจับต้องอาหารสดต่างๆ เช่น เนื้อสด ไข่ อาหารทะเล ผักสดและผลไม้

q หลังจากที่ใช้ห้องนํ้า

q หลังการไอ, จาม, ใช้ผ้าเช็คหน้า, แตะสัมผัสกับใบหน้า หรือเสยผม

q หลังจากทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นห้อง

q หลังจากที่ทิ้งขยะเสร็จ

ควรสอนพนักงานให้รู้จักวิธีการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเมื่อได้รับอุบัติเหตุหรือมีบาดแผล เช่น

· การทำความสะอาดแผลทันที ด้วยนํ้าอุ่นกับนํ้าสบู่ และยาฆ่าเชื้อ

· ปิดบาดแผลให้มิดชิด ด้วยพลาสเตอร์ชนิดที่กันนํ้า (เพื่อป้องกันเลือดไม่ให้ซึมออกมา) และมีสีนํ้าเงิน (จะได้เห็นได้ชัดเมื่อตกใส่อาหาร)

· ใส่ถุงมือ เมื่อต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหาร

สำหรับเครื่องครัวและพื้นผิวต่างๆ ควรหมั่นทำความสะอาดหลังการใช้งานเสมอ จัดระบบ “ใช้เสร็จล้างเลย” ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวทุกครั้ง และบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบริเวณที่มือสัมผัส จับต้องบ่อยๆ เช่นมือจับต่างๆ และบริเวณพื้นผิวที่สัมผัสอาหารจำพวกเนื้อสด ถ้าให้ดี ควรมีเขียงสีและมีดเฉพาะเพื่อแยกประเภทการใช้งาน

เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากเนื้อสดไปสู่อาหารปรุงสุกและอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ท่านควรมีอุปกรณ์เครื่องครัว เครื่องมือ เครื่องใช้ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งพอเพียง เนื้อสดควรจัดเก็บและห่อไว้อย่างดี เพื่อป้องกันน้ำเลือดหยดไหลซึม ควรจัดวางไว้ชั้นล่างสุด หรือวางไว้บนชั้นที่ต่ำกว่าชั้นที่ใช้เก็บอาหารพร้อมรับประทาน ควรกำชับและแนะนำพนักงานให้ช่วยกันหลีกเลี่ยงและป้องกันการปนเปื้อนเหล่านี้

อย่าปล่อยปละละเลย หมั่นเปลี่ยนผ้าขี้ริ้วที่สกปรกและฟองน้ำบ่อยๆ ถ้าให้ดีควรมีผ้าขี้ริ้วชนิดเช็คแล้วทิ้ง (Single use cloth) ไว้ใช้เยอะ และควรกำชับพนักงานให้ช่วยกันป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งนี้

- แมลงและสัตว์รบกวน (Pests)

แมลงและสัตว์รบกวน เช่น หนู แมลงสาบ แมลงวัน หรือนกพิราบ นอกจากจะนำเชื้อโรคและสิ่งสกปรกมาสู่อาหาร อาคารสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องใช้ในร้านอาหารแล้ว ยังอาจ...

q ทำให้อาหารเกิดการปนเปื้อน (จากเศษซากของสัตว์หรือแมลงรบกวน)

q ทำลายข้าวของและสถานที่

q สร้างความรำคราญใจให้ลูกค้าและพนักงาน

q ถูกร้องเรียนจากลูกค้า

q ทำให้ถูกสั่งปิดกิจการได้และถูกลงโทษทางกฏหมาย

ดังนั้นท่านจึงควรหาวิธีป้องกัน เช่น

q มีกล่องเก็บอาหารที่มีปิดฝามิดชิด หรือปิดด้วยตาข่ายกันแมลง

q ตรวจตราสถานที่/ห้องที่ใช้เก็บอาหาร หากมีช่องหรือรูโหว่ควรซ่อมแซมให้มีสภาพปกติ

q ปิดประตูหรือหน้าต่างให้สนิทตลอดเวลา หรือมีมุ้งลวดกันแมลง

q ตรวจตรา เช็คอาหารและสินค้าที่สั่งซื้อหรือนำเข้ามาส่งทุกครั้ง

q ตรวจรักษาและดูแลระบบระบายอากาศต่างๆ อย่างประจำ

q กำชับพนักงานให้แจ้งหัวหน้างานทันที ถ้าพบร่องรอยสัตว์หรือแมลงรบกวน

q กำจัดแหล่งที่มาและสิ่งที่ดึงดูดสัตว์และแมลงรบกวนมาสู่อาหารภายในอาคารสถานที่ เช่น ไม่วางอาหารทิ้งไว้ข้างนอกตู้เย็นนานๆ ควรปิดฝา หมั่นทำความสะอาด เก็บกวาดอยู่เสมอ และถังขยะควรมีฝาปิดสนิท

นอกจากนี้ ท่านยังควรฝึกอบรมพนักงานของท่าน ให้รู้จักวิธีการดูลักษณะร่องรอยการคุกคามของสัตว์หรือแมลงรบกวน เช่น

q รอยกัด รอยแทะและเศษอาหารที่ตกหล่นบนพื้น

q มูลสัตว์

q กลิ่นสาป กลิ่นเหม็น กลิ่นอับชื้น

q ซากต่างๆ เช่นซากแมลง คราบหรือปีกแมลง

q ตัวของแมลง ไข่และตัวอ่อนหรือตัวหนอน

q รอยเท้า รอยเปรอะเปื้อนของสัตว์

เจ้าของกิจการควรแนะนำอบรมให้พนักงานทราบว่า ควรทำอย่างไร หากพบร่องรอยการคุกคามของสัตว์หรือแมลงรบกวน ไม่ควรที่จะกำจัดแมลงเอง แต่ควรจ้างบริษัทปราบแมลงโดยเฉพาะ(Pest control) ซึ่งเขาจะมีเทคนิคในการปราบหรือกำจัดแมลงหรือสัตว์รบกวนที่ถูกต้องและถูกสุขลักษณะ

ควรมีเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทปราบแมลง หากพบปัญหาจะได้สามารถโทรติดต่อได้ทันที

นอกจากนี้ ท่านยังควรจะต้องระมัดระวังอันตรายจำพวกอื่นๆ เช่น เศษวัสดุสิ่งของ, สารเคมี เช่น จากนํ้ายาที่ใช้ซักล้าง ทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อ, ยาปราบวัชพืช, ยาดักแมลง, สารเคมีเจือปน และ/หรือโลหะจากอุปกรณ์เครื่องครัวที่ใช้ใส่อาหาร และอันตรายจากพืชที่มีพิษ เช่นเห็ดเมาและเห็ดที่มีพิษ [Toadstool] อีกด้วย

ท่านจึงควรศึกษาและหาวิธีป้องกัน เช่น หาวิธีป้องกันไม่ให้มีสิ่งของหรือเศษอาหารอื่นตกใส่อาหาร

ü ปฏิบัติตามกฏระเบียบของบริษัท หรือคำแนะนำจากคู่มือนี้ โดยเฉพาะในหัวข้อเรื่องความสะอาดและอนามัยส่วนตัว เช่น ไม่ล้วง แคะ แกะ เกา กัดเล็บ บีบสิว หรือหวีผม ในขณะที่จัดเตรียม, ประกอบหรือเสิร์ฟอาหาร อย่างเด็ดขาด

ü ไม่ควรใส่เครื่องประดับขณะทำงานที่เกี่ยวกับอาหาร

ü ใช้เครื่องแต่งกายที่เหมาะสม เช่น เนทคลุมผม, ผ้ากันเปื้อน และมีสภาพที่ดี ไม่ฉีกขาด

ü หมั่นตรวจสภาพสิ่งของเครื่องใช้ เมื่อเห็นว่าชำรุดทรุดโทรม แจ้งเจ้าของหรือผู้จัดการร้านทันที

ü ระมัดระวังเมื่อตัดหัวจุกขวด ตัดฝา หรือแกะหีบห่อ

ü ระวังเศษอาหาร หรือสิ่งของที่อาจตกเรี่ยราดได้ง่ายในร้าน ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งที่ทำภาระกิจเสร็จ

ü ระวังไม่วางสิ่งของไว้เกะกะบนพื้นห้อง หรือตามพื้นที่ที่ไว้จัดเตรียมอาหาร

ü ป้องกันแมลงและสัตว์รบกวนต่างๆ

วิธีป้องกันไม่ให้สารเคมีปนเปื้อนกับอาหาร

ü ล้างผักสดและผลไม้ให้สะอาดก่อนใช้ ก่อนเสิร์ฟ (ล้างก่อนหั่น)

ü ระมัดระวังทุกครั้งที่ใช้สารเคมีทำความสะอาด ไม่ฉีดหรือพ่นนํ้ายาในบริเวณที่เก็บอาหาร หรือที่ใกล้กับอาหาร หรือลงในอาหาร

ü ปฏิบัติตามกฏระเบียบของสถานที่ทำงาน

ü ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง หลังจากที่ปฏิบัติภาระกิจเสร็จ

ü แจ้งเจ้าของกิจการหรือผู้จัดการทันที ที่พบว่า อาหารมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น

การควบคุมความเย็น (Chilling)

แบคทีเรียคือสาเหตุที่ทำให้อาหารและคนส่วนใหญป่วยเป็นโรคท้องร่วงเพราะอาหารเป็นพิษ แบคทีเรียที่ทำให้อาหารเป็นพิษสามารถเติบโตได้ดีในอุณหภูมิตั้งแต่ ๕ องศาเซลเซียส ไปจนถึง ๖๓ องศาเซลเซียส ถ้าให้ดี อาหารสดทุกชนิดควรเก็บแช่เย็น พระราชบัญญัตกำหนดว่า อาหารต้องเก็บไว้ที่ ๘ องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่านี้ นี่คือข้อกำหนดที่ใช้ทั่วอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ

ส่วนที่สก๊อตแลนด์นั้น กฏหมายไม่ได้ระบุอุณหภูมิขั้นต่ำของการเก็บอาหารเย็น เพียงเน้นว่า ให้เก็บไว้ในตู้เย็นหรือห้องเย็น นอกจากนั้น สก๊อตแลนด์ก็ยังไม่ได้มีกฏข้อบังคับต่ออีกว่า อาหารชนิดนี้ควรวางไว้นอกตู้เย็นนานเพียงไร ในช่วงเสิร์ฟ แต่ถ้าให้ดีที่สุด ก็ไม่ควรนานไปกว่าสองชั่วโมง เพราะ นอกจากแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ง่ายและไวในเขตอุณหภูมิห้องแล้ว อาหารอาจจะยังดูไม่ดี กลิ่นเหม็นและเสียง่าย เพราะอาจจะเกิดเหงือ เช่นในช่วงฤดูร้อน เป็นต้น

แต่เพื่อตามปลอดภัยของผู้บริโภค อาหารก็ไม่ควรวางไว้นอกตู้เย็นนานไปกว่า ๒ ชั่วโมง ในทางปฏิบัติ ท่านควรตั้งอุณหภูมิตู้เย็นไว้ที่ ๕ องศาเซลเซียส ต้องคอยหมั่นตรวจสอบเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่า อุณหภูมิในตู้เย็นมีความเย็นพอ ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิตู้เย็นเหล่านี้เป็นระยะ เช่น ก่อนเปิดร้าน และก่อนที่จะปิดร้าน เป็นต้น

ส่วนการเสิร์ฟอาหารแบบบุฟเฟ่ ถ้าอาหารนั้นถูกปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ ๘ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้ นานกว่า ๔ ชั่วโมงอาหารนั้นอาจไม่ปลอดภัย ต่อการบริโภคควรเททิ้งทันที ดังนั้นจึงควรรักษาระดับอุณหภูมิของให้ดีและถูกต้องอยู่เสมอ เป็นหน้าที่ของเจ้าของกิจการที่จะต้องทำให้มั่นใจว่า อาหารเย็นเก็บเย็นจริง และมีหลักฐานการบันทึกอุณหภูมิจริง ท่านควรให้การอบรมพนักงานที่จะทำหน้าที่นี้ เกี่ยวกับความสำคัญของการตรวจสอบอุณหภูมิของอาหาร และควรกำชับให้พนักงานของท่านลงอุณหภูมิที่ตรวจพบตามความเป็นจริงเท่านั้น

- หลักการละลายอาหารแช่แข็งที่ถูกสุขลักษณะ

ขณะที่อาหารถูกแช่แข็ง แบคทีเรียไม่ตายและไม่เกิดการถูกทำลายใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่หยุดการเติบโตไปชั่วคราว เมื่ออาหารแช่แข็งละลายดี แบคทีเรียจะกลับมาเติบโตและแบ่งตัวได้ใหม่อีกครั้ง ดังนั้นท่านจึงควรระมัดระวังการละลายเนื้อและอาหารแช่แข็งทุกชนิดให้ดีและถูกหลักอนามัยเสมอ อาหารที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เนื้อสด – เนื้อไก่และสัตว์ปีกทุกชนิด เนื้อวัว เนื้อหมูบดละเอียด จะต้องละลายให้ทั่วถึง ถ้าให้ดีควรควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ในการละลาย เช่นละลายในห้องเย็นหรือในตู้เย็น ควรนำเครื่องในออกให้หมดหลังจากละลายเสร็จ ให้ดีควรมีถาดรอง เพื่อป้องกันนํ้าไหล, หรือน้ำหยดซึมไปสู่อาหารอื่นๆ และควรจะปรุงให้หมดภายในวันนั้นหรืออย่างมากที่สุดภายใน ๒ วัน ควรระวังการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นอย่างดี จะต้องกำชับให้พนักงานล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้งดีทุกครั้ง หลังการจับสัมผัสอาหารสดเหล่านี้ ถ้าเนื้อสดนั้นเป็นสัตว์ปีกที่มีเครื่องในอยู่ด้วย แยกเครื่องในออกมาปรุงให้สุกต่างหาก อย่าลืมทำความสะอาดภาชนะที่ใช้ เขียง มีดและบริเวณพื้นผิวต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้สะอาดหมดจดจริงๆ เมื่อนำมาปรุงสุกแล้ว ควรรับประทานให้หมด หากจะเก็บไว้เป็นอาหารเย็น รีบทำอาหารร้อนนั้นให้เย็นให้ไวที่สุด เช่นภายในเวลา ๙๐ นาทีก่อนที่จะนำไปเก็บในตู้เย็น

การปรุง (Cooking)

การใช้ความร้อนสูงและทำให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง จะช่วยทำลายเชื้อโรคแบคทีเรียในอาหารได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่จะต้องทำให้อาหารสุกดี อาหารที่ปรุงไม่สุก อาจทำให้เกิดอาการของโรคอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้นเวลาปรุงหรือเวลานำอาหารออกมาอุ่นต้องทำรวดเดียวให้สุกหรือร้อนพอดีเลย อย่าให้ขาดช่วง ในอังกฤษและเวลส์ กฏหมายกำหนดว่า อาหารต้องปรุงให้สุกที่ความร้อนสูงกว่า ๗๐ องศาเซลเซียส (แต่ในสก๊อตแลนด์กฏหมายบังคับว่า การนำอาหารออกมาอุ่นจะต้องตั้งไฟให้ความร้อนในอาหารสูงกว่า ๘๒ องศาเซลเซียส)

หากปรุงอาหารจำพวกสัตว์ปีก ให้ดีควรปรุงแยก แยกเครื่องในปรุงต่างหาก และควรถอดกระดูกออกก่อน หรืออาหารจำพวกเนื้อบด เช่นไส้กรอกและเบเกอร์ ที่จะต้องตรวจสอบให้หมั่นใจว่า สุกอย่างทั่วถึงดีจริง ไม่เช่นนั้นอาจมีแบคทีเรียหลงเหลือตกค้าง อาหารเมื่อปรุงสุกแล้วจะต้องทำการจัดเก็บให้เหมาะสมกับอุณหภูมิ ถ้าให้ดีอาหารร้อนควรเก็บไว้ในหม้ออุ่นที่ร้อนกว่า ๖๓ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้ นี่คือกฏข้อบังคับของกฏหมาย

เวลาเสิร์ฟอาหารแบบบุฟเฟ่ ถ้าอาหารนั้นถูกปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ๖๓ องศาเซลเซียส นานเกิน ๒ ชั่วโมงอาหารนั้นอาจถือว่าเริ่มมีความเสี่ยง ควรเสิร์ฟแบบนั้น ครั้งเดียว อาหารเหลือต้องเททิ้งหรือถ้าจะนำไปเก็บต้องรีบทำให้เย็นและเก็บไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะนำออกมาใช้ใหม่

ในสก๊อตแลนด์ กฏหมายกำหนดอุณหภูมิของอาหารร้อนไว้สูงกว่า ในอังกฤษและเวลส์ เช่นอาหารปรุงสุกจะต้อง ๗๕ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้ อุ่นอาหารที่ ๘๒ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้ แต่การเก็บอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว มีตัวเลขกำหนดเท่ากับที่อังกฤษและเวลส์ คือ ๖๓ องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านี้ แต่ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องเวลาที่นำอาหารออกมาสิร์ฟ

การดูแลควบคุมความปลอดภัยทั่วไป (Management)

- การฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสุขอนามัยอาหาร
พระราชบัญญัติเป็นเสมือนบรรทัดฐานที่ผู้ประกอบอาหารควรรู้และศึกษา, จดจำและนำไปปฏิบัติ เพราะจะทำให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตัวเอง, ผู้ร่วมงาน และต่อลูกค้า พระราชบัญญัติอาหารกล่าวถึงความสำคัญของการมีใบประกาศนียบัตรฟูดไฮยีน ซึ่งเจ้าของกิจการควรแนะนำหรือสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการทุกคน (เช่น ผู้ปรุง ผู้เสิร์ฟ) ศึกษาก่อนที่จะเริ่มงาน เพื่อจะได้นำความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นไปใช้ในขณะปฏิบัติงาน “การรักษาอนามัยของอาหาร คือจรรยาบรรณของผู้ประกอบอาหาร” เป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ การฝึกใช้หรือฝึกทำบ่อยๆ จะกลายเป็นนิสัยหรือบุคลิกที่ดี ที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตอาหารที่สะอาด ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ เช่นฝึกการล้าง มือทุกครั้งก่อนการทำครัว, หลังใช้ห้องนํ้า และหลังจากการจับอาหารดิบต่างๆ เป็นต้น

ประโยชน์ของการฝึกอบรม นอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจข้อดีและข้อเสียของการปฏิบัติตัว (และการไม่ปฏิบัติตัว) ถูกหลักอนามัยแล้ว ยังจะช่วยทำให้การทำงานในสถานที่ทำงานแห่งนั้น เป็นไปอย่างถูกหลักและบรรลุเป้าหมายอีกด้วย ดังเช่นที่ได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัติอาหาร ดังกล่าว

นอกจากนี้ การฝึกอบรมยังจะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งหลายเข้าใจความหมายและความแตกต่างระหว่างคำว่า ความเสี่ยง (Risk) และอันตราย (Hazard) ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ (ตลอดเวลา) กับอาหาร การฝึกอบรมพนักงานจึงจัดได้ว่าเป็น Due diligence อีกอย่างหนึ่ง ที่ท่านจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันปัญหาล่วงหน้า ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

- ทีมงาน

ความสำเร็จของธุรกิจส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันที่ดีของทีมงาน นอกจากความไว้วางใจและความรับผิดชอบของทุกคนในทีมแล้ว การพบปะพูดคุยของทุกคนในทีม ยังจะช่วยทำให้การทำงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น หากเป็นไปได้ท่านควรรับพนักงานที่มีประสบการณ์และ/หรือได้รับการฝึกอบรมด้านบริการอาหารมาก่อน

ส่วนพนักงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการผลิตและการปรุงอาหาร ท่านจะต้องให้ความดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนในด้านการฝึกอบรมในเรื่องความสะอาดด้านโภชนาการอย่างดี เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

พนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ ท่านควรจะต้องตรวจสอบก่อนว่า พวกเขาเข้าใจปัญหาหลักที่อาจจะทำให้อาหารเป็นพิษมากน้อยเพียงไร หากพวกเขายังไม่มีความเข้าใจในปัญหาดังกล่าว ท่านจะต้องจัดให้มีการอบรมเกิดขึ้นทันที

ส่วนบุคคลที่มีหน้าที่ในด้านการจัดเตรียมเกี่ยวกับขั้นตอนการจัดการเรื่องความปลอดภัยอาหาร (ไม่ว่าจะคนเดียวหรือหลายคน) จะต้องผ่านการฝึกอบรมมาอย่างพอเพียงจึงจะสมควรทำหน้าที่นี้ได้ ท่านสามารถยึดใช้เอกสาร Safer Food, Better Business ที่ FSA ผลิตขึ้นเพื่อธุรกิจขนาดย่อม ก็ได้ โปรดตรวจเช็ครายละเอียดนั้นได้ที่เว็ปไซด์ www.fsa.gov.uk

ท่านควรบันทึกและเก็บข้อมูลเรื่องการอบรมต่างๆ ของพนักงานไว้อย่างดี เพื่อจะได้นำออกมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อมีการตรวจสถานที่ประกอบการของท่าน

- การขนส่งและผู้ขายส่ง

ถ้าท่านไม่เลือกสถานที่ขายและสถานที่จัดส่งสินค้าที่มีคุณภาพที่ดี อาหารของท่านอาจเกิดปัญหาการปนเปื้อนและโรคอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้นท่านจึงจำเป็นจะต้องเลือกซื้อแต่เฉพาะอาหารและสินค้าที่มีคุณภาพที่ดีและมีมาตรฐานเท่านั้น ท่านจะต้องทำทุกอย่างให้มั่นใจว่า อาหารเหล่านั้นผ่านการตรวจสอบและการดูแลมาเป็นอย่างดี และที่สำคัญ เมื่ออาหารมาถึงท่านแล้ว ท่านจะต้องกำชับพนักงานของท่านทุกคนให้มีความรับผิดชอบต่อการดูแลอาหารเหล่านั้นเป็นอย่างดี อาหารเย็นควรเก็บให้เย็น เช่นต่ำกว่า ๘ องศาเซลเซียส และอาหารแช่แข็งควรนำเข้าเก็บอย่างดีทันทีในตู้แช่แข็ง เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคนั่นเอง

นอกจากนี้ ท่านยังจะต้องกำชับพนักงานของท่านให้คอยดูแลให้มั่นใจจริงๆ ว่า อาหารสดไม่วางเก็บไว้ที่เดียวกับอาหารปรุงสุก หีบห่ออาหารไม่ตกหล่นไปสู่อาหารภายใน และอาหารเย็น อาหารแช่แข็งเก็บได้ถูกต้องตามอุณหภูมิ

หากสินค้าใดไม่มีหีบห่อบรรจุที่ไม่ได้มาตรฐาน ท่านและ/หรือพนักงานของท่านจะต้องตีสินค้านั้นกลับไปยังผู้ขายส่งหรือโทรแจ้งให้บริษัทผู้ส่งทราบทันที ข้อสำคัญ ท่านควรมีบันทึกข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับบริษัทส่งขาย พร้อมทั้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ผู้ที่ท่านสามารถติดต่อหาได้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าว และท่านควรเก็บใบเสร็จรับเงินทุกใบ ทุกอย่าง อย่างดี เช่นซื้อจากใคร จำนวนเท่าใด วันไหน เวลาใด เป็นต้น

- การตรวจสอบและการเข้าเยี่ยมของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการ

โดยกฏหมายเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจความปลอดภัยทั่วไปด้านอาหาร จากสภาเทศบาลในท้องถิ่นสามารถแวะเวียนเข้าเยี่ยมร้านอาหารได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นไปในกรณีใดก็ตาม เช่นการตรวจสอบแบบสุ่ม หรือในกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไป แต่ปกติการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จะไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ปกติท่านจะถูกเข้าตรวจจากเจ้าหน้าที่นี้ทุกๆ หกเดือน แต่การตรวจสอบจะบ่อยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจและประวัติการตรวจพบในแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องการให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ท่านเสมอ เกี่ยวกับเรื่องการป้องกันอันตรายต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้นกับอาหาร แต่ถ้าอาหารของท่านไม่สะอาดไม่ปลอดภัย ท่านและ/หรือร้านของท่านอาจถูกลงโทษถึงขั้นดำเนินคดีได้ เช่น ถูกสั่งปิดกิจการทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร ถูกปรับ หรือจำคุก

ที่สำคัญ ท่านควรมีบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ในสภาเทศบาลท้องถิ่น พร้อมทั้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่ท่านสามารถโทรติดต่อหาได้ ในกรณีที่ท่านต้องการคำแนะนำและความช่วยเหลือ หรือในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารดังกล่าว

คู่มือชุดการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหาร เช่น Safer Food, Better Business ซึ่งจัดทำโดย FSA ได้กล่าวถึงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไว้ค่อนข้างละเอียด หากท่านใดมีความประสงค์ต้องการสั่งขอ กรุณาโทรติดต่อ 0845 6060667 หรือหารายละเอียดได้ที่เว็ปไซด์ www.fsa.gov.uk






ขอขอบคุณ ชมรมเพื่อนหญิงไทยในสหราชอาณาจักร Thai Women’s Organisation (www.thaiwomensorganisation.com) สำหรับข้อมูล

Occupation codes of practice under the skilled migrant tier









ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหราชอาณาจักร


http://otp.moc.go.th/modules/datacenter/images/File/United%20Kingdom/Thai%20Investment%20in%20UK.pdf













คู่มือคนไทยในสหราชอาณาจักรฯ

    




















คู่มือคนไทยในสหราชอาณาจักรฯ มีทั้งหมด 5 บท


บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับสหราช​อาณาจักร

 บทที่ 2 ข้อแนะนำเกี่ยวกับการเดินทา​งไปสหราชอาณาจักร

 บทที่ 3 การให้บริการคนไทยด้านกงสุล

 บทที่ 4 เมื่อประสบปัญหาในกรณีต่าง ๆ

 บทที่ 5 หมายเลขโทรศัพท์และเว็บไซต์​ของหน่วยงานที่สำคัญ





สามารถขอรับคู่มือคนไทยในสหราชอาณาจักรฯฟ​รี  ได้ที่

ฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอน
29 – 30 Queen’s Gate London SW7 5JB
Tel : 020-7589-2944








และร้านไทยสไมล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ลอนดอน ประเทศอังกฤษ (London, UK)
283-287 King Street, Hammersmith, London W6 9NH
Tel : 020 8846 9960 เปิดทำการทุกวัน เวลา 9.30 น. – 20.00 น.
อีเมล :
info@thaismile.com




































































.

12 พฤศจิกายน 2554

ตัวอย่างงานวิจัยระดับประถมศึกษา

          ตัวอย่างงานวิจัยระดับประถมศึกษา




ท่านสามารถเปิดดูงานวิจัยและก๊อปได้ โดยใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader การโหลดและการติดตั้งโปรแกรม Adobe Acrobat Reader






ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อทักษะการอ่านและเขียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 / วิทยานิพนธ์ของ สาวิตรี อยู่สุ่ม





ผลการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องคำราชาศัพท์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบซิปปา / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ มัลลิกา แก้งคำ





ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุภาพักตร์ สังข์เงิน





ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยกิจกรรมการเรียนร่วมมือเทคนิคเล่ารอบวง / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ช่อผกา บุทธิจักร์





ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ พันทิพา วะเกิดเป้ง





ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสารในชีวิตประจำวันกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 7 ขั้น / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุรีย์พร พันธุมาตย์





ผลการใช้กิจกรรมจับคู่บันทึกเทปเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ฉวีวรรณ ดวงมณี





การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องคำนาม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้บทเรียนการ์ตูนประกอบการจัดกิจกรรมด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศิริวรรณ อธิราช





การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบประสบการณ์กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องการประดิษฐ์ดอกไม้จากวัสดุธรรมชาติและวัสดุสังเคราะห์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศิริวัฒนา ไชยฮั่ง





การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบจิกซอว์ (Jigsaw) / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุริยา เพ็งลี






การเปรียบเทียบความคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องมาตราตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบเกมกับการเรียนแบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ ชุลีจิต ปะติเพนัง





การเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือที่ใช้แบบฝึกทักษะกับกลุ่มร่วมมือที่ใช้แผนผังความคิด / วิทยานิพนธ์ ของ เครือวัลย์ ภูมิศรีแก้ว





การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างนักเรียนที่มีแบบการเรียนระดับเชาวน์ปัญญาและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์แตกต่างกัน / วิทยานิพนธ์ ของ ประเนียน จุลวรรณโณ





การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านการเขียนการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษารูปแบบที่ 2 กับนักเรียนที่ได้รับการสอนแบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ ศรีนารถ สิทธิขวา





การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและการเขียนคำที่มีตัวสะกดของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยการใช้แบบฝึกทักษะประสมด้วยภาพกับแผนผังความคิด / วิทยานิพนธ์ ของ ประกายแก้ว มุกดาดี





การเปรียบเทียบคุณลักษณะนักวิจัยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อวิธีสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยวิธีสอนแบบโครงงานกับวิธีสอนตามคู่มือครู / วิทยานิพนธ์ ของ สุกัญญา วิเศษรัตน์





การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ เรื่องนาฏศิลป์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียน ด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบฝึกปฏิบัติกับการเรียนแบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ วารี รักหะบุตร





การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านและเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการจัดกิจกรรมด้วยบทเรียนการ์ตูนและแบบฝึกทักษะ / วิทยานิพนธ์ ของ เกศสุรีพร แสนบุญ





การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องการละเล่นพื้นบ้านชาติพันธุ์โย้ยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ประยุกต์ใชทฤษฎีพหุปัญญากับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ ประดิษฐ์ คิอินธิ





การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการคิดวิเคราะห์และความพึงพอใจในการเรียนรู้กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องธุรกิจในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้แบบ CIPPA กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ กนกพรรณ ภูกองพลอย






การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อการเรียนภาษาไทยชุดภาษาเพื่อชีวิต (ภาษาพาที) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญากับการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา / วิทยานิพนธ์ ของ ประทินทิพย์ พรไชยยา





การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการคิดอย่างมีเหตุผลและความมั่นใจในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เรื่องชุมชนของเราระหว่างการใช้บทเรียนการ์ตูนประกอบการจัดกิจกรรมแบบ 4 MAT การจัดกิจกรรมกลุ่มร่วมมือแบบ STAD และการจัดกิจกรรมแบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ คมสันติ์ โฉมยงค์





การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องบทประยุกต์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่ม TAI กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT / วิทยานิพนธ์ ของ ปาณิตา อาจวงษ์





การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD กับเทคนิค TAI / วิทยานิพนธ์ ของ ภาณี ระรื่นรมย์





การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ TAI เรื่องประโยคกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สมจิตร เดชครอบ






การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องสำนวน สุภาษิต และคำพังเพย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การ์ตูนประกอบกิจกรรมด้วยกลุ่มร่วมมือ แบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ นิรมล สมตัว





การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ รัตติกร ภิรมย์ไกรภักดิ์





การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD เรื่องรูปสี่เหลี่ยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ จริยา ทิมพิทักษ์





การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TAI กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องการบวก การลบ การคูณทศนิยม / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ประยูร กรุงรัมย์






การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยการจัดกิจกรรมกลุ่มร่วมมือแบบ STAD โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านด้วยนิทานพื้นบ้าน / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วานิช ยืนชีวิต






การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สาระภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกด ช่วงชั้นที่ 2 โดยการเรียนแบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ทัศฏาพร ทุยเวียง






การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความโดยใช้กิจกรรมกลุ่มร่วมมือเทคนิคจิกซอว์ (Jigsaw) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ นภาภรณ์ จรูญพันธุ์





การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียนในแม่ ก กา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ โสภิต พันธ์วิริยะกุล





การพัฒนางานเสริมสร้างวิถีประชาธิปไตยนักเรียนด้านสามัคคีธรรมโรงเรียนบ้านฝั่งแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ทวีศักดิ์ ชัยปัตถา





การพัฒนาชุดสื่อประสมเรื่องการเพาะเห็ดนางฟ้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อนงค์ โพธิ์แสง





การพัฒนาทักษะกระบวนการวิจัยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิทยาศาสตร์เรื่องวัสดุและสมบัติของวัสดุสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน / วิทยานิพนธ์ ของ มานิต กีรตินิตยา






การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์สาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศุภสินี ศรีโพนดวน





การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่องทัศนศิลป์ สาระทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ มานะ ปุณตุง





การพัฒนาโปรแกรมบทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องแผนภูมิชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศิริลักษณ์ พิมพ์แก้ว





การพัฒนาโปรแกรมบทเรียนเรื่องดนตรีโปงลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุวรรณ ภูทองขาว





การพัฒนาโปรแกรมบทเรียนเรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ พระสุปัญญา นรินโท






การพัฒนาผลการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพหุปัญญาเรื่อง เศรษฐีเฒ่าเจ้าปัญญา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ยุพาพักตร์ สะเดา






การพัฒนาผลการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อุษาวดี พรหมดีราช






การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องภาษาท่าและนาฏยศัพท์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสาระนาฏศิลป์โดยใช้สื่อวีดีทัศน์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วิยะดา ลาสอน






การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องการตำข้าวด้วยครกมองด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ Co-op Co-op ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ พยอม รุ่งสุวรรณ






การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่องจังหวัดขอนแก่น โดยใช้รูปแบบการจัดการการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคจิกซอว์ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สีอำพร วรวัตร






การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพหุปัญญา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องสมการและการแก้สมการ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุปรียา พันอุสาห์






การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมชุมชน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ณวพร นาคเลื่อน






การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษาแบบบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักธรรมทางพุทธศาสนาสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ พระฉัตรชัย ศรีน้อยขาว






การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องตัวประกอบของจำนวนนับ โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วราภรณ์ ระบาเลิศ







การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 4 MAT เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ มาลี พวนกิ่ง







การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ STAD โดยใช้แบบฝึกทักษะด้านการอ่านและการเขียนคำยากชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ กฤติกา เจริญยศ





การพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสมการและการแก้สมการกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับแบบฝึกทักษะ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ทัศนีย์ บุตรอุดม






การพัฒนาแผนการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แผนผังความคิดประกอบการแจกลูกสะกดคำ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วิภารัตน์ สุภาพ






การพัฒนาแผนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง น้ำ ฟ้า และดวงดาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วลัยลักษณ์ ขำผา






การพัฒนาแผนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องการดำรงชีวิตของสัตว์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วารุณี สิงห์จันทร์






การพัฒนาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวทางสังคมของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 / วิทยานิพนธ์ ของ กาญจนา คำเพราะ







การพัฒนาโมเดลปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 / วิทยานิพนธ์ ของ สาคร พิมพ์ทา





การสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนบทร้อยกรองประเภทกลอนแปดสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุภาภรณ์ กัณหาเรียง





ความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องแผนภูมิและการวัดความยาวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนรู้แบบ 4 MAT และแบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ ธิดารัตน์ เขียวอ่อน







ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดขอนแก่น / วิทยานิพนธ์ ของ ณัฐพงศ์ วงศ์สุ่ย






ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนในจังหวัดขอนแก่น / วิทยานิพนธ์ ของ แสงจันทร์ วรรณพันธ์







ผลการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ด้วยโปรแกรมบทเรียนเรื่องแรงและความดันกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เบญจมาศ บุญสิทธิ์






ผลการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ NHT เรื่องการอ่านเชิงวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุภาภรณ์ บัวพรหม







ผลการจัดการเรียนรู้ เรื่อง คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการกลุ่มร่วมมือ Co-op Co-op / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อรพินธ์ กันทะรัน






ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยโปรแกรมบทเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยีเรื่อง การคำนวณในตารางทำงาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุรภา สุโพธิ์แสน






ผลการจัดการเรียนรู้โดยเน้นทักษะกระบวนการทำงานเรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับในภาชนะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ แช่ม ศิริมาลา







ผลการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ แหลมทอง ศิริมาลา






ผลการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น เรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพัลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ จารุวรรณ ทิพยชาติ







ผลการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นเรื่องการขยายพันธุ์พืชกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เฟื่องลัดดา แก้วกองศรี







ผลการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านออกเสียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้นิทานพื้นบ้านประกอบการจัดกิจกรรมด้วยบทบาทสมมติ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ละมัย สายสินธุ์






ผลการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้เรื่องตัวเราชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เบญจพร ธรรมเสนา







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD เรื่องการเขียนคำที่มีตัวการันต์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ราตรี เสริฐเลิศ






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำในมาตราแม่ ก กา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เสงี่ยม โกฏิรักษ์






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อวีดิทัศน์ประกอบการฝึกทักษะสาระนาฎศิลป์ เรื่องรำวงมาตราฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ พรพิมล โสภา






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญาเรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ตฤณ บุตรผา






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญาสาระเศรษฐศาสตร์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ นงคราญ พรหมสาขา ณ สกลนคร






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่องการประดิษฐ์ดอกไม้จากผ้าใยบัวชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ รัชนีย์ อุตมะ







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT ประกอบผังมโนทัศน์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องอาหารและสารอาหารชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ภัคพล พองพรหม






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ (STAD) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องอักษรควบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศักดา ชัยสงคราม








ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค TGT เรื่องสมรรถภาพทางกายกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สิธิกิติ์ จันสามารถ







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบสื่อวีดิทัศน์ สาระนาฏศิลป์ เรื่องรำบูชาหลวงปูชาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เรืองวิไล ทาขามป้อม







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery Learning) เรื่องแสงและการมองเห็น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อังคณา ชาติพันธ์จันทร์







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุหรือเศษวัสดุเหลือใช้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุนา ดวงวงษา







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การประดิษฐ์ลายผ้าไหมแพรวาด้วยภูมิปํญญาท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เกศราพร สุวงทา







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วัชรินทร์ บัวพรหม







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่องอาหารและสารอาหารกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุวคนธ์ ผ่านสำแดง






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องไตรยางศ์สร้างคำ โดยใช้กิจกรรมโครงงาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ นวนิต ศรีเครือดง








ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้หนังสือส่งเสริมการอ่านประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ จุฑามาศ ชัยสงคราม






ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แบบฝึก / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ประภาพร เพิ่มพูล







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่อง การอ่าน การเขียนสะกดคำ ที่ประสมด้วยสระ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แบบฝึกทักษะ ประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เทียมจันทร์ ไสยวรรณ







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องการอ่านและการเขียนคำที่มีสระประสมชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามแนวคิดทฤษฎีพหุปัญญา / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ประยูร ยืนยิ่ง







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องชนิดของคำโดยใช้เทคนิค STAD ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ รักคณา ไชยทอง







ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมกลุ่มร่วมมือ แบบ NHT กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อุไรวรรณ นิลนวล







ผลการพัฒนาความสามารถการอ่านสะกดคำของเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบโฟนิกส์ร่วมกับการใช้เทคนิคการปรับพฤติกรรมเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรและการสอนแบบคู่มือครู / วิทยานิพนธ์ ของ รุจิรา ลายเมฆ








ผลการพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยกลวิธี DR-TA / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ อุดร วิชัยวงษ์








ผลการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องบทประยุกต์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ หยาดนภา ยัพราษฎร์








ผลการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องหลักภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ แสงงาน คำทา








ผลการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนเรื่อง งานธุรกิจและการประกอบอาชีพ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ภุมรินทร์ พลทะศรี








ผลการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนและเรียนตามคู่มือครูเรื่ององค์ประกอบทัศนศิลป์ที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / วิทยานิพนธ์ ของ ทรงยศ ไสยนิตย์








ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องรูปสี่เหลี่ยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4 MAT / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ นิคม เดชครอบ







ผลการเรียนรู้ด้วยโครงงานเรื่องโรคและการป้องกันกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ดวงพร แก่นพะเนาว์







ผลการเรียนรู้ด้วยบทเรียนบนเว็บเรื่องโปรแกรมประมวลผลคำวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐานชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ปัญณิศา กาญจน์อนุกูล









ผลการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค STAD เรื่องการวาดภาพเชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วิบูลย์ จรูญพันธุ์








ผลการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องการอ่านและการเขียนคำยากสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยแบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ณีรนุช เบ้าวันดี







ผลการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องสระลดรูปและสระเปลี่ยนรูปชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แบบทักษะประกอบกลุ่มร่วมมือแบบ STAD / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วาสนา ไชยชำ







พฤติกรรมการดูแลทันตสุขภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบสถานีอนามัยตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี / ธารทิพย์ ทองดี






การคิดเชิงเหตุผล การคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นและกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีพหุปัญญา / วิทยานิพนธ์ ของ รุ่งอรุณ มะณีโรจน์






การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องชนิดของคำชันประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือประกอบบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ ศศิธร เวียงวะลัย








การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องการผันวรรณยุกต์โดยใช้นิ้วมือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ รัสรินทร์ เสนารถรัฐพงศ์







การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอ่านจับใจความโดยการใช้คำถามตามแนวคิดของบลูม (Bloom) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วันทา สุขโสม






การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอ่านและการเขียนสะกดคำไม่ตรงมาตราตัวสะกดโดยใช้แบบฝึกกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สวัสดิ์ สุขโสม






การใช้กลวิธีช่วยจำเพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ สุดท้าย สัตนันท์







การใช้บทเรียนบนเครือข่ายแบบ Big Six Skills เรื่องข้อมูลสารสนเทศและคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการแก้ปัญหาโดยใช้สารสนเทศของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / วิทยานิพนธ์ ของ ปาลิตา บัวสีดำ







การเปรียบเทีบผลการเรีนรู้ด้วยบทเรียนบนเครือข่ายที่มีรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาต่างกันเรื่องการใช้โปรแกรม Microsoft Excel ของนักเรีนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / วิทยานิพนธ์ ของ รตนกร เขตสกุล






การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดและเขียนเชิงสร้างสรรค์วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีการเรียนรู้แบบ KWL และวิธีการเรียนรู้แบบ SYNECTICS / วิทยานิพนธ์ ของ จักรเพชร สุริยะกมล







การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ความรู้สึกเชิงจำนวนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องทศนิยมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือและวิธีการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ สุภชัย สุริยะกมล






การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องสารในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) กับแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) / วิทยานิพนธ์ ของ รุจาภา ประถมวงษ์






การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และการเขียนเชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยรูปแบบการสอนแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา (CLE) กับรูปแบบการสอนแบบพาโนรามา (PANORAMA) / วิทยานิพนธ์ ของ หทัยทิพย์ ชมภูพื้น






การเปรียบเทียบแนวความคิดเลือกเกี่ยวกับมโนมติชีววิทยา : พืชหรือสัตว์การจัดจำแนกพืช และการจัดจำแนกสัตว์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนตามรูปแบบของ Wheatley กับการสืบเสาะแบบ สสวท. / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ เกียรติศักดิ์ ศิริแสง







การเปรียบเทียบผลการเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นโดยใช้เทคนิคการรู้คิดที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดที่ผิดพลาดในมโนมติชีววิทยาและทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีเพศต่างกัน / วิทยานิพนธ์ ของ ประสาร จันเสนา








การเปรียบเทียบผลการเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นโดยใช้เทคนิคการรู้คิดและการเรียนสืบเสาะแบบ สสวท. ที่มีต่อแนวความคิดเลือกเกี่ยวกับมโนมติชีววิทยาเรื่องพืชหรือสัตว์การจัดจำแนกพืช การจำแนกสัตว์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีเพศต่างกัน / วิทยานิพนธ์ ของ เนาวรัตน์ อกศรี






การเปรียบเทียบผลการเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้นที่ใช้เทคนิคการรู้คิดที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดที่ผิดพลาดเกี่ยวกับมโนมติชีววิทยาและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลการเรียนวิทยาศาสตร์ต่างกัน / วิทยานิพนธ์ ของ พรทิพย์ ภัทราภิรักษ์








การเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น และการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 / วิทยานิพนธ์ ของ สัมฤทธิ์ สายสอน







การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องการบวกและการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์กับการเรียนแบบทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ / วิทยานิพนธ์ ของ แก้วใจ พุทธิวงษ์






การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์พื้นฐานกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์กับการเรียนแบบทักษะกระบวนการปฏิบัติ / วิทยานิพนธ์ ของ สุวพรรณ พรหมรับ






การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องคำควบกล้ำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการเรียนรู้ด้วยโปรแกรมบทเรียนแบบเว็บเควสท์กับการเรียนตามคู่มือครู / วิทยานิพนธ์ ของ ปิยธิดา รอบรู้






การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องระบบสุริยะและพลังงานแสงของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์และการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ / วิทยานิพนธ์ ของ ทิวากร ศรีตะวัน






การเปรียบเทียบผลการเรียนเรื่องงานใบตองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนกับการเรียนแบบโครงงาน / วิทยานิพนธ์ ของ นันทิยา นนท์อาสา







การเปรียบเทียบผลการเรียนและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เรื่องกาพย์ยานี 11 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน / วิทยานิพนธ์ ของ รัชนี ป้องทัพไทย







การเปรียบเทียบผลการเรียนและทักษะการคิดแก้ปัญหาเรื่องการหารชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนตามแนวการสร้างสรรค์ความรู้กับการเรียนตามปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ หนูพิน เทพเรียน








การเปรียบเทียบผลการให้คำปรึกษาแบบกลุ่มตามทฤษฎีเผชิญความจริงและทฤษฎียึดบุคคลเป็นศูนย์กลางเพื่อพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 / วิทยานิพนธ์ ของ รพีพร ระวิพันธ์







การเปรียบเทียบผลการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคการใช้คำถามกับการจัดกิจกรรมโดยใช้เทคนิคแผนผังความคิด / วิทยานิพนธ์ ของ ปวรา วงศ์ปัญญา







การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคิดวิเคราะห์ และทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลักประกอบแผนผังความคิดและสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น / วิทยานิพนธ์ ของ ทัศน์มน หนูนิมิตร







การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความรู้สึกเชิงจำนวนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง การคูณ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 4 MAT และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ นิภารัตน์ ตอสกุล








การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการยอมรับนับถือตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่องท้องถิ่นของเราระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะกับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ จีรพรรณ พระสุพรรณ์