Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

31 มกราคม 2555

การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน

       การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน




การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน








1. ความเป็นมาของการจัดกิจกรรมเรียนรู้โดยใช้ปัญหาฐาน


มัณฑรา ธรรมบุศย์ (2545 : 11-7) กล่าวว่าการศึกษาความเป็นมาของ PBL สามารถย้อนรอยอดีตไปถึงแนวคิดของนักการศึกษาในช่วงแรกของศตวรรษที่ 20 จอห์น ดิวอี (John Dewey) นักการศึกษาชาวอเมริกันซึ่งเป็นผู้ค้นคิดวิธีสอนแบบแก้ปัญหา และเป็นผู้เสนอแนวคิดว่า การเรียนรู้เกิดจากการลงมือทำด้วยตัวเอง (Learning by Doing) แนวคิดของดิวอีได้นำไปสู่แนวคิด ในการสอนรูปแบบต่างๆที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แนวคิด PBL ก็มีรากฐานแนวคิดมาจากดิวอีเช่นเดียวกัน PBL มีการพัฒนาขึ้นครั้งแรก โดยคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Faculty of Health Sciences) ของ มหาวิทยาลัย McMaster ที่ประเทศแคนนาดาได้นำมาใช้ในกระบวนการติว (Tutorial Process) ให้ กับนักศึกษาแพทย์ฝึกหัด วิธีดังกล่าวนี้ได้กลายเป็นรูปแบบ (Model) ที่ทำให้มหาวิทยาลัยในสหรัฐ อเมริกานำไปใช้เป็นแบบอย่างบ้าง โดยเริ่มจากปลาย ค.ศ. 1960 มหาวิทยาลัย Case Western Reserve ได้นำมาใช้เป็นแห่งแรก และได้จัดตั้งเป็นห้องทดลองพหุวิทยาการ (Multidiplomacy Laboratory) เพื่อเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับรูปแบบการสอนใหม่ๆ รูปแบบการสอนที่มหาวิทยาลัย Case Western Reserve พัฒนาขึ้นมานั้น ได้กลายมาเห็นพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ทั้งในระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษาและบัณฑิตวิทยาลัย ในช่วงปลาย ศตวรรษที่ 60 มหาวิทยาลัย McMaster ได้พัฒนาหลักสูตรแพทย์ (Medical Curriculum) ที่ใช้ PBL ในการสอนเป็นครั้งแรกทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นผู้นำ
PBL (World Class Leader) ในประเทศไทย การเรียนแบบใช้ปัญหาเป็นฐานเริ่มใช้ครั้งแรกในหลัก สูตรแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2531 และประยุกต์ใช้ในหลักสูตรสาธารณ สุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ทั้งนี้การเรียนแบบใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นวิธีการเรียนการสอนรูปแบบหนึ่ง ที่นำมาปรับใช้ในหลายๆ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ซึ่งการเรียนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐานนี้ได้รับ การยอมรับว่าเป็นการเรียนการสอนที่ให้ประสบการณ์ท้าทายความคิด ลักษณะนิสัยและการปฏิบัติ ร่วมกับการแก้ปัญหา เป็นการจูงใจผู้เรียนให้เรียนรู้การแก้ปัญหาโดยผ่านการสืบเสาะหาความรู้ และเรียนรู้ด้วยการค้นพบตนเองและจากการทำงานเป็นกลุ่ม


2. ความหมายของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน


สมทรง สิทธิ (ม.ป.ป. : 30) กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning : PBL) หมายถึง เป็นสภาพการจัดการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาเป็น เครื่องมือในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมาย เน้นการให้ผู้เรียนเผชิญสถานการณ์ปัญหา จริง หรือสภาพการณ์ให้ผู้เรียนเผชิญปัญหา วิธีการเรียนรู้ที่เริ่มต้นด้วยการใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ จากแหล่งวิทยาการที่หลากหลาย เพื่อนำมา ใช้ในการแก้ปัญหา โดยที่มิได้มีการศึกษา หรือเตรียมตัวล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวมาก่อน

ชวลิต ชูกำแพง (2551 : 135) การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นรูปแบบการเรียนรู้ ที่เกิดจากแนวคิดตามทฤษฏีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม โดยให้ผู้เรียนสร้างความรู้จากการใช้ ปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นริบทของการเรียนรู้

มัณฑรา ธรรมบุศย์ (2545 : 11-17) กล่าวว่า การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem based Learning หรือ PBL) เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตามแนวคิดตามทฤษฎีการ เรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) โดยให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่จากการใช้ปัญหาที่เกิด ขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นบริบท (Context) ของการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการคิด
วิเคราะห์และการแก้ปัญหา รวมทั้งได้ความรู้ตามศาสตร์ในสาขากลุ่มสาระที่ตนศึกษาด้วย การเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐานจึงเป็นผลมาจากกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก

วัลลี สัตยาศัย (2547 : 16) กล่าวว่า การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน หรือ PBL คือ วิธีการเรียนรู้ที่เริ่มต้นด้วยการใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าศึกษาความรู้ด้วยวิธี การต่างๆจากแหล่งวิทยาการที่หลากหลาย เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาโดยมีการศึกษาหรือเตรียมตัว ล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวมาก่อน

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน คือ วิธีการที่นักเรียนเป็นกลุ่มย่อยเรียนรู้โดยใช้ประเด็น สำคัญในกรณีปัญหาที่เป็นจริงหรือกำหนดขึ้น เป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเองโดยการสืบ ค้นข้อมูลหาความรู้หรือทักษะต่างๆแล้วนำความรู้ที่ค้นหามาเล่าสู่กันฟังพร้อมทั้งร่วมกันอภิปรายร่วม กันเรียนรู้แล้วลงสรุปความรู้ใหม่





3. กลไกพื้นฐานในการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน







ในการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นหลักนั้นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึง ก็คือ การให้ผู้
เรียนได้ผ่านการเรียนรู้ต่างๆอย่างครบถ้วน 3 ประการ คือ
1. Problem-based Leaning คือ ขบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนใช้ “ปัญหา” เป็นหลัก ใน
การแสวงหาความรู้ด้วยกลวิธีหาข้อมูลเพื่อพิสูจน์สมมติฐานอันเป็นการแก้ปัญหานั้น โดยผู้เรียนจะ
ต้องนำปัญหาเชื่อมโยงกับความรู้เดิม ความคิดที่มีเหตุผล และมีการแสวงหาความรู้ใหม่ขบวนการ
เรียนรู้แบบ Problem-based สามารถเกิดขึ้นได้กับการเรียนรายบุคคล หรือการเรียนกลุ่มย่อยได้ แต่การ
เรียนแบบกลุ่มย่อยจะช่วยให้รวบรวมแนวคิดในการแก้ปัญหาได้กว้างขวางมากกว่า
2. Self-directed Learning คือ ขบวนการเรียนรู้ ที่ให้ผู้เรียนมีเสรีภาพในการใช้ความ
รู้ความสามารถในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง โดยผู้เรียนจะต้องรับผิดชอบทั้งในด้านการกำหนดการดำเนินงานของตนเอง และการประเมินผลของตนเอง ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์งานของตนเอง
ด้วย
3. Small-group Learning คือ การเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย เป็นวิธีการที่ทำให้ผู้เรียนได้
พัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นทีม และยอมรับประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน
ค้นคว้าหาแนวความคิดใหม่ๆ
4. กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน

กูด (Good. 1973 : 25-30) ได้กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานมี 7
ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 กลุ่มผู้เรียนทำความเข้าใจคำศัพท์ ข้อความที่ปรากฏอยู่ในปัญหาให้ชัด
เจน โดยอาศัยความรู้พื้นฐานของสมาชิกในกลุ่ม หรือการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารตำราหรือสื่ออื่นๆ
ขั้นตอนที่ 2 กลุ่มผู้เรียนระบุปัญหาหรือข้อมูลสำคัญร่วมกัน โดยทุกคนในกลุ่มเข้า
ใจปัญหา เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ใดที่กล่าวถึงในปัญหานั้น
ขั้นตอนที่ 3 กลุ่มผู้เรียนระดมสมองเพื่อวิเคราะห์ปัญหาต่างๆอธิบายความเชื่อมโยง
ต่างๆของข้อมูลหรือปัญหา
ขั้นตอนที่ 4 กลุ่มผู้เรียนกำหนดและจัดลำดับความสำคัญของสมมติฐาน พยายามหา
เหตุผลที่จะอธิบายปัญหาหรือข้อมูลที่พบ โดยใช้พื้นฐานความรู้เดิมของผู้เรียน การแสดงความคิด
อย่างมีเหตุผล ตั้งสมมติฐานอย่างสมเหตุสมผลสำหรับปัญหานั้น
ขั้นตอนที่ 5 กลุ่มผู้เรียนกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้เพื่อค้นหาข้อมูลหรือความรู้ที่
จะอธิบายหรือทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ผู้เรียนสามารถบอกได้ว่าความรู้ส่วนใดรู้แล้ว ส่วนใดต้อง
กลับไปทบทวน ส่วนใดยังไม่รู้หรือจำเป็นต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 6 ผู้เรียนค้นคว้ารวบรวมสารสนเทศจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆเพื่อ
พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ขั้นตอนที่ 7 จากรายงานข้อมูลหรือสารสนเทศใหม่ที่ได้มา กลุ่มผู้เรียนนำมา
อภิปราย วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ แล้วนำมาสรุปเป็นหลักการและประเมินผลการ
เรียนรู้
พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์ (2544 : 42) ได้กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาไว้ดัง
นี้
1. ทำความเข้าใจกับปัญหาเป็นอันดับแรก
2. แก้ปัญหาด้วยเหตุผลทางคลินิกอย่างมีทักษะ
3. ค้นหาการเรียนรู้ด้วยระบวนการปฏิสัมพันธ์
4. ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
5. นำความรู้ที่ได้มาใหม่ในการแก้ปัญหา
6. สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู้แล้ว
สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ (2550 : 8) ได้แบ่งขั้นตอนการจัดการ
เรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานไว้ ดังนี้
ขั้นที่ 1 เชื่อมโยงปัญหาและระบุปัญหา เป็นขั้นที่ครูนำเสนอสถานการณ์ปัญหาเพื่อ
กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจและมองเห็นปัญหา สามารถระบุสิ่งที่เป็นปัญหาที่ นักเรียนอยากรู้
อยากเรียนและเกิดความสนใจที่จะค้นหาคำตอบ
ขั้นที่ 2 กำหนดแนวทางที่เป็นไปได้ นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนการศึกษา ค้นคว้า
ทำความเข้าใจอภิปรายปัญหาภายในกลุ่ม ระดมสมองคิดวิเคราะห์ เพื่อหาวิธีการหาคำตอบ ครูคอย
ช่วยเหลือกระตุ้นให้เกิดการอภิปรายภายในกลุ่มให้นักเรียนเข้าใจวิเคราะห์ปัญหาแหล่ง ข้อมูล
ขั้นที่ 3 ดำเนินการศึกษาค้นคว้า นักเรียนกำหนดสิ่งที่ต้องเรียน ดำเนินการศึกษาค้น
คว้าด้วยตนเองด้วยวิธีการหลากหลาย
ขั้นที่ 4 สังเคราะห์ความรู้ นักเรียนนำข้อค้นพบ ความรู้ที่ได้ค้นคว้ามา แลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกัน อภิปรายผลและสังเคราะห์ความรู้ที่ได้มาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด
ขั้นที่ 5 สรุปและประเมินค่าของคำตอบ นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปผลงานของกลุ่มตน
เอง และประเมินผลงานว่าข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้ามีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด โดยพยายามตรวจ
สอบแนวคิดภายในกลุ่มของตนเองอย่างอิสระทุกกลุ่มช่วยกันสรุปองค์ความรู้ในภาพรวมของปัญหา
อีกครั้ง
ขั้นที่ 6 นำเสนอและประเมินผลงาน นักเรียนนำข้อมูลที่ได้มาจัดระบบองค์ความรู้
และนำเสนอเป็นผลงานในรูปแบบที่หลากหลาย ครูประเมินผลการเรียนรู้และทักษะกระบวนการ
ปิ่นนเรศ กาศอุดม (2542 : 24) ได้กล่าวถึงกระบวนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การเตรียมแผนการสอน ได้แก่ การกำหนดวัตถุประสงค์ และเนื้อหาขั้นพื้นฐาน
ที่ผู้เรียนจะต้องศึกษาหาความรู้ การสร้างปัญหาที่สอดคล้องกับความจริง ที่ปรากฏอยู่ในชุมชน หรือ
สังคม และแนวทางการประเมินผล เพื่อเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวของผู้เรียนเอง
2. การบริหารการเรียนการสอน ขั้นตอนนี้เป็นการนำแผนซึ่งเตรียมไว้ในขั้นตอนที่
1มาใช้กับผู้เรียน โดยให้ผู้เรียนผ่านกระบวนการที่สำคัญ 3 ประการ คือ
2.1 การระบุปัญหา ผู้เรียนจะพบกับปัญหาที่ผู้สอนได้ตั้งไว้ให้ และผู้เรียนจะต้อง
ค้นคว้าหาความรู้ให้ได้ว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ใช้กระบวนการคิดที่มีแหตุผลด้วย วิธีการเชื่อมโยง
ความรู้เดิมมาประยุกต์ให้เกิดความคิดในสิ่งใหม่
2.2 การเรียนการสอนเป็นกลุ่มย่อย การจัดให้ผู้เรียน เรียนเป็นกลุ่มย่อย เป็นวิธี
การที่เหมาะสมที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระดมความรู้มาช่วยแก้
ปัญหา และเกิดความรู้ใหม่ ในเวลาเดียวกัน ผู้เรียนและผู้สอนได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดที่กำหนด
ไว้ ในระยะนี้ ผู้เรียนจะกำหนดแนวทางการค้นคว้า หาความรู้เพื่อนำมาแก้ไขต่อไป ด้วยการแบ่งภาระ
หน้าที่ให้สมาชิกไปศึกษาหาความรู้
3. การประเมินผลการเรียนการสอน การประเมินผลการเรียนรู้เน้นที่การให้ผู้เรียนได้
ประเมินตนเอง และประเมินผลสมาชิกในกลุ่มด้วย ฉะนั้นการประเมินผลจึงนิยมใช้เพื่อการประเมิน
ความก้าวหน้าของผู้เรียนผู้สอนจะทำการประเมินเน้นที่กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และนำข้อมูล
มาบอกผู้เรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป
สมทรง สิทธิ (ม.ป.ป. : 30) ได้กล่าวถึงกระบวนการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
โดยมี 6 ขั้นตอนดังนี้
1. กำหนดปัญหา
2. ทำความเข้าใจปัญหา
3. ดำเนินการศึกษาค้นคว้า
4. สังเคราะห์ความรู้
5. สรุปและประเมินค่าของคำตอบ
6. นำเสนอและประเมินผลงาน
จากที่กล่าวมาข้างต้นขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานมีหลายขั้นตอน
ในการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนต้องกำหนดขั้นตอนให้เหมาะสมกับนักเรียน ระดับชั้น สาระวิชา ตลอด
จนเนื้อหาสาระในการเรียนแต่ละครั้ง สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้รูปแบบขั้นตอนการจัดการเรียนรู้
แบบใช้ปัญหาเป็นฐานของสำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นกรอบความคิด
ในการวิจัย มี 6 ขั้นตอนตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่ไม่ยุ่งยากและ
ซับซ้อนเกินไป



5. ลักษณะสำคัญของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
มัณฑรา ธรรมบุศย์ (2545 : 11-7) กล่าวว่า ลักษณะที่สำคัญของ PBL ได้แก่
1. ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้อย่างแท้จริง
2. การเรียนรู้เกิดจากกลุ่มผู้เรียนที่มีขนาดเล็ก
3. ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้ให้คำแนะนำ
4. ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้
5. ปัญหาที่ใช้มีลักษณะคลุมเครือ ไม่ชัดเจนปัญหาหนึ่งอาจมีคำตอบได้หลายคำตอบ
หรือแก้ไขปัญหาได้หลายทาง
6. ผู้เรียนแก้ไขปัญหาด้วยการแสวงหาความรู้ใหม่ๆด้วยตนเอง
7. ประเมินผลจากสถานการณ์จริง โดยดูจากความสามารถในการปฏิบัติ

 

6. บทบาทผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
ตามกระบวนการของหลักสูตรก่อนที่จะนำหลักสูตรไปใช้ ต้องมีกระบวนการเตรียม
ความพร้อมขององค์ประกอบทุกๆด้าน ทั้งด้านเอกสาร บทเรียน ผู้สอน นักเรียน และสิ่งอำนวยความ
สะดวกในการเรียน สำหรับองค์ประกอบด้านผู้สอน ในการเรียนแบบที่ใช้ปัญหาเป็นฐานนี้ ผู้สอนมี
บทบาทที่แตกต่างกันไปจากเดิม อาจารย์จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ให้ความรู้ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้
เรียนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจารย์จะต้องมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียน สร้าง
บทเรียนที่เป็นสถานการณ์ที่เป็นปัญหาเป็นหลัก ซึ่งในนี้จะกล่าวถึงบทบาทของผู้สอนที่จะทำหน้าที่
ในการอำนวยความสะดวกในการเรียน (Facilitator or Tutor) ให้ผู้เรียนเท่านั้น
บทบาทของ (Facilitator or Tutor)
1. ใช้คำถามนำและคำถามปลายเปิด
2. ช่วยผู้เรียนสะท้อนประสบการณ์ที่ผู้เรียนมีอยู่
3. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างอิสระ
4. เป็นพี่เลี้ยงดูแลให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน และให้การอภิปรายอยู่ใน
กรอบที่กำลังศึกษา
5. ตั้งประเด็นที่จำเป็นในการพิจารณาและอภิปรายร่วมกัน
6. ให้แนวทางในการค้นคว้าหาความรู้ ตลอดจนกระบวนการเรียนอย่างระมัดระวัง
7. กระตุ้นและให้การสนับสนุนผู้เรียน
8. จัดสิ่งแวดล้อมให้ผู้เรียนรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ให้ผู้เรียนแต่ละคนมีความพอใจ
และไม่กลัวต่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น
7. ประโยชน์ของการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
โสภณ บำรุง และสมหวัง ไตรต้นวงศ์ (2536 : 25-35) กล่าวถึงประโยชน์ไว้ดังนี้
1. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่องข้อ
มูลข่าวสารในโลกปัจจุบัน
2. เสริมสร้างความสามารถในการใช้ทรัพยากรของผู้เรียนได้ดีขึ้น
3. ส่งเสริมการสะสมการเรียนรู้ และการคงรักษาข้อมูลใหม่ไว้ได้ดีขึ้น
4. เมื่อใช้ในการแก้ปัญหาของสหสาขาวิชา ทำให้สนับสนุนความร่วมมือมากกว่า
การแข่งขัน
5. ช่วยให้เกิดการตัดสินใจแบบองค์รวมหรือแบบสหสาขาวิชาสำหรับปัญหาสุขภาพที่สำคัญ
8. การประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน
พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์ (2544 : 123-128) กล่าวถึงการประเมินผลของการเรียนรู้ โดย
ใช้ปัญหาเป็นฐานว่า เมื่อได้มีการพัฒนาวิธีการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เครื่องมือการประเมินผล
สอดคล้องกับแนวทฤษฎีที่ต้องใช้ในการประเมินการพัฒนาของผู้เรียนมีการบูรณาการวิธีการเรียนรู้
โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเข้าไว้เป็นการพัฒนาแผนการเรียนรู้ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน ได้แก่
1. แฟ้มงานการเรียนรู้
2. บันทึกการเรียนรู้
3. การประเมินตนเอง
4. ข้อมูลย้อนกลับจากเพื่อน
5. การประเมินผลรวบยอด

                                             ***********************

แนวคิด








เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นโดยสร้างความรู้จากกระบวนการทำงานกลุ่ม ตัวปัญหาจะเป็นจุดตั้งต้นของกระบวนการเรียนรู้ และเป็นตัวกระตุ้นการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล และการสืบค้นหาข้อมูลเพื่อเข้าใจกลไกของตัวปัญหา รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหา



การจัดกิจกรรมการเรียนรู้


ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้




1. ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหาจัดสถานการณ์ต่าง ๆ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ มองเห็นปัญหากำหนดสิ่งที่เป็นปัญหาที่ผู้เรียนอยากรู้อยากเรียน และเกิดความสนใจที่จะค้นหาคำตอบ


2. ทำความเข้าใจกับปัญหา ผู้เรียนจะต้องสามารถอธิบายสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อกับปัญหาได้


3. ดำเนินการศึกษาค้นคว้า กำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนและดำเนินการศึกษาค้นคว้าอย่างหลากหลาย


4. สังเคราะห์ความรู้ ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ค้นคว้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อภิปรายผลและสังเคราะห์ความรู้ที่ได้มาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่


5. สรุปและประเมินค่าของคำตอบ ผู้เรียนแต่ละกลุ่มสรุปสรุปผลงานของกลุ่มตนเอง ประเมินผลงานว่าข้อมูลที่ได้ศึกษาค้นคว้ามีความเหมาะสมเพียงใด โดยการตรวจสอบแนวคิดภายในกลุ่มของตนเองอย่างอิสระ ทุกกลุ่มร่วมกันสรุปองค์ความรู้ในภาพรวมของปัญหาอีกครั้ง


6. นำเสนอและประเมินผลงาน ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้มาจัดระบบองค์ความรู้และนำเสนอในรูปแบบผลงานที่หลากหลาย ผู้เรียนทุกคนและผู้เกี่ยวข้องกับปัญหา ร่วมกันประเมินผลงาน


                                                   ***********************


การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning หรือ PBL)
หมายถึง วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนที่ให้นักเรียนเรียนเป็นกลุ่มย่อยที่คละกันตามความสามารถ
โดยใช้ประเด็นปัญหาจากเหตุการณ์หรือสถานการณ์จริงหรือครูกำหนดขึ้น สำหรับเป็นสถานการณ์
กระตุ้นให้กลุ่มนักเรียนนำไปวิเคราะห์และค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหานั้นด้วยตนเอง โดยใช้ความรู้
ความสามารถและประสบการณ์พื้นฐานของนักเรียนนำมาพิจารณาประกอบการให้คำแนะนำจากครู
เพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การอภิปรายและสรุปองค์ความรู้ที่เป็นคำตอบของปัญหานั้นร่วมกัน
ซึ่งมีกระบวนการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานหรือ (PBL) รวม 6 ขั้นตอน คือ








1.1. สำรวจประเด็นที่เป็นปัญหา (Explore the Issues) หมายถึง ขั้น
การจัดกิจกรรมให้นักเรียน ทำความเข้าใจกับปัญหาโดยอาศัยความรู้พื้นฐาน หรือการศึกษา
จากเอกสารตำราหรือสื่ออื่น ๆ ที่น่าสนใจและใกล้ตัวนักเรียนเป็นอันดับแรก


1.2 นิยามปัญหา (Define the Problem) หมายถึง ขั้นการระบุปัญหาหรือ
ข้อมูลสำคัญ เพื่ออธิบายองค์ประกอบและความต้องการของปัญหา โดยพยายามจัดกิจกรรม
ให้นักเรียนทุกคนในกลุ่มเข้าใจปัญหา และสามารถค้นหาวิธีการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลอย่างแจ่มชัด


1.3 สืบเสาะหาวิธีการแก้ปัญหา (Investigate Solutions) หมายถึง
ขั้นการระดมสมองเพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหาที่กำหนดให้
รวมทั้งการอธิบายความเชื่อมโยงของข้อมูลหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องทุกส่วน


1.4 ดำเนินการศึกษาค้นคว้าแก้ปัญหา (Research the Knowledge) หมายถึง
ขั้นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ เพื่อศึกษาค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง


1.5 นำเสนอคำตอบหรือผลการแก้ปัญหา (Write Solution) หมายถึง
ขั้นการสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนคิดนำความรู้ที่ได้มาใหม่ เพื่อปรับใช้ในการแก้ปัญหา
ตามสถานการณ์หรือประเด็นคำถามอื่นที่จัดให้


1.6 ทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง (Review Performance) หมายถึง
ขั้นกิจกรรมการรายงานข้อมูลหรือสารทนเทศใหม่ที่นักเรียนได้จากการสรุปความรู้หรือกระบวนการ
แก้ปัญหา โดยการอภิปราย วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้แล้วนำมาสรุปเป็นหลักการ
และประเมินผลการเรียนรู้









ตัวอย่างงานวิจัยที่เกี่ยวกับการสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน









ท่านสามารถเปิดดูงานวิจัยฉบับเต็มและคัดลอกส่วนที่ท่านต้องการได้ โดยใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader การโหลดและการติดตั้งโปรแกรม Adobe Acrobat Reader









การพัฒนาผลการเรียนรู้เรื่องสารในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (The development of learning outcomes on the substance in daily life for sixth grade students taught by problem based learning approach) ระดับ ปริญญาโท












การพัฒนาผลการเรียนรู้และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเรื่อง การอนุรักษ์แม่น้ำท่าจีน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (The development of learning outcomes and problem solving abilities toward the conservation of Tajeen River of fifth grade students taught by problem based learning approach) ระดับ ปริญญาโท










การศึกษาผลการเรียนรู้และทักษะการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (The study of learning outcomes and problem solving skill toward economics in day life of the third grade students taught by problem based learning) ระดับ ปริญญาโท

















การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่าน การเขียน และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนการแก้ปัญหาแบบ IDEAL กับการสอนตามคู่มือครู / วารุณี สิงห์ประสาทพร.
 
 
 
การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้ห้องเรียนเสมือนจริงแบบใช้ปัญหาเป็นหลักในระดับอุดมศึกษา / สุรพล บุญลือ.
http://thesis.swu.ac.th/swudis/Ed_Tech/Surapon_B.pdf














การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการสื่อสารด้วยการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning / PBL) / ทิวาวรรณ จิตตะภาค.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Tivawan_J.pdf















การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโยธินบำรุง ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ / บุญนำ อินทนนท์.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Boonnum_I.pdf















การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสรรค์สร้างความรู้กับการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน / ศุจิกา เพชรล้วน.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Sujika_P.pdf
















การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีเมตาคอดนิชันในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ / กอบวิทย์ พิริยะวัฒน์.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Kobwit_P.pdf














ชุดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานเรื่องพื้นที่ผิวระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 / เมธาวี พิมวัน.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Math/Metavee_P.pdf

















ชุดการเรียนการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐานเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 / พิจิตร อุตตะโปน.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Math/Phichit_U.pdf












ชุดการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นฐานในการเรียนรู้ (Problem-Based Learning) เรื่องทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 / ของ รังสรรค์ ทองสุกนอก.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Math/Rungsun_T.pdf












ผลการจัดกิจกรรมการเีรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based-Learning) ที่มีต่อทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ และความใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 / วาสนา กิ่มเทิ้ง.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Wassana_K.pdf


















ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลักที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อง โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 / วันดี ต่อเพ็ง.
http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Wundee_T.pdf















การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสังคมศึกษาและความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยการจัดการเรียนรู้แบบ backward design / เบญจลักษณ์ พงศ์พัชรศักดิ์.
 
 
 
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD / สุกัญญา พิทักษ์.
 
 
 
 
การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่องการอ่านจับใจความภาษาไทย ที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนกับการเรียนด้วยการใช้ปัญหาเป็นฐาน / วิทยานิพนธ์ของ ปิยรัตน์ พุทธิเสน
 
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการคิดแก้ปัญหาและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบการใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) / วิทยานิพนธ์ ของ สุรีย์พันธุ์ พันธุ์ธรรม
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความสามารถในการคิดวิเคราะห์แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปสี่เหลี่ยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ ธนวัฒน์ คำเบ้าเมือง
 
 
 
การพัฒนาการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเรื่องความน่าจะเป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ มยุรี ชาภักดี
 
 
 
 
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 / การศึกษาค้นคว้าอิสระ ของ วรรณาภรณ์ สกุลซ้ง
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความสามารถการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อการเรียนวิชาเขียนแบบก่อสร้าง 1 เรื่องการใข้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIPPA กับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 / วิทยานิพนธ์ ของ พิสุทธิ์ ชุมเดชะ
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความสามารถในการคิดวิเคราะห์และเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์เรื่องแรงและการเคลื่อนที่ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน / วิทยานิพนธ์ ของ เฉลิมพล ตามเมืองปัก
 
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องเศษส่วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามวิธีปกติ / วิทยานิพนธ์ ของ เพ็ญศรี พิลาสันต์
 
 
 
การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้การเขียนเชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ (4 MAT) / วิทยานิพนธ์ ของ สำราญ บุญธรรม
 
 
 
การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องคุณธรรมจริยธรรมกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานและโดยใช้สถานการณ์จำลอง / วิทยานิพนธ์ ของ เหรียญทอง สุดสังข์
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องอินเทอร์เน็ตและการสร้างเว็บเพจ การคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA) และการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) / วิทยานิพนธ์ ของ พิทักษ์ สวนดี
 
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และการจัดการเรียนรู้แบบปกติเรื่องการบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม / วิทยานิพนธ์ ของ เบญจมาศ เทพบุตรดี
 
 
 
 
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องบทประยุกต์กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) กับการเรียนรู้ตามคู่มือครู / วิทยานิพนธ์ ของ รัชนีวรรณ สุขเสนา




















































































24 มกราคม 2555

Kim Dotcom

                    Kim Dotcom



Kim Dotcom (born Kim Schmitz January 21, 1974), also known as Kimble and Kim Tim Jim Vestor, is a German-Finnish computer programmer and businessman who generated much publicity during the dot-com bubble and was convicted of insider trading, and embezzlement in its aftermath. He is also known as the founder of Megaupload and associated sites. On January 20, 2012, he was in the custody of the New Zealand police under charges of criminal copyright infringement related to the Megaupload site. He is known for his large frame as he stands 6 feet 6 inches (1.98 m) and weighs in at 285 pounds (129 kg).



Early career

As a teenager, Schmitz earned a reputation in his native Germany for cracking corporate PBX systems in the United States, and tried to parlay it into a career in data security. That effort led to his arrest on charges of using and selling stolen calling card numbers. In 1994, Schmitz founded a computer security company called DataProtect. In 1999, DataProtect and IVM engineering presented the "Megacar", a D2 generation Audi A8 which, among other features, had a Windows NT server, a 17.3" SGI flat panel display and combined 16 GSM modules to provide mobile broadband Internet access.
In 1998, Schmitz was sentenced to a probationary sentence of two years for computer fraud and handling stolen goods. According to a report by News & Record, he had traded stolen calling card numbers he bought from hackers in the United States. He achieved early notoriety by being the subject of an advanced-for-its-time flash animation video called Kimble Special Agent.
Schmitz later sold 80% of the shares of DataProtect to "TÜV Rheinland" in 2000, during the dot-com bubble. The former went bankrupt at the time of the subsequent market crash in 2001.

Insider trading and embezzlement

In 2001, Schmitz purchased $375,000 worth of shares of the nearly bankrupt company LetsBuyIt.com and subsequently announced his intention to invest €50 million in the company. Unknown to others, Schmitz did not have the funds available to invest, although the announcement caused the share value of LetsBuyIt.com to jump by nearly 300%. Schmitz quickly sold the shares and profited $1.5 million as a result.
Schmitz had also arranged and obtained an unsecured loan of €280,000 from Monkey AG, a company for which Schmitz had served as Chairman of the Board. The funds were to be paid to Kimvestor AG. As a result, both Monkey and Kimvestor went bankrupt. Schmitz expressed remorse, stating that he had been "dazzled" and had not recognized that he would be unable to repay the loans.
In January 2002, Schmitz was arrested in Bangkok, Thailand, deported to Germany, and sentenced to a probationary sentence of one year and eight months, and a €100,000 fine, the largest insider-trading case in Germany at the time. Schmitz also pleaded guilty to embezzlement in November 2003 and received a two-year probation sentence.

Megaupload and related companies

Main article: Megaupload
Megaupload.com

Megaupload Limited businesses

On 21 March 2005, Schmitz founded Megaupload Limited, a Hong Kong-based file hosting and sharing business that eventually became the 13th most popular site on the internet with over 150 employees, US $175 million revenues, 50 million visitors daily, and estimated to be responsible at its peak for 4% of all internet traffic.
The business branched out into other file and media sharing, including image hosting and video hosting services known as Megavideo, Megalive, Megapix and Megabox as well as CUM.com (formerly Megaporn, Megarotic, and Sexuploader) which specialised in hosting pornographic content. (Megaupload itself also allows such content). Other services included Megaclick, Megafund, Megakey and Megapay, all of which were advertisement and financial services. Two additional web sevices, Megabackup and Megamovie, were in development before their closure.
The Megaupload business' domain names were seized and the sites shut down by the U.S. Justice Department on 19 January 2012, following their indictment and arrests of the owners for allegedly operating as an organisation dedicated to copyright infringement.

Civil litigation and controversies

He was sued for copyright infringement as owner of Megaupload. A settlement was later filed.
In December 2011, Schmitz's Megaworld (owner of Megaupload, Megavideo, Megalive and more) released its "Megaupload Song" promotional music video, which featured Kanye West, will.i.am, Jamie Foxx, Sean "Diddy" Combs, Alicia Keys, Chris Brown and more lauding the service. Universal Music Group (UMG) responded by using the DMCA takedown process to have the clip removed from YouTube and other sites. Schmitz accused UMG of sending "illegitimate takedown notices", since UMG did not own the song in question, and Megaupload went on to file a lawsuit against UMG. A statement released by UMG claimed that a special arrangement exists between UMG and YouTube which allows UMG to take down any videos featuring their artists, regardless of copyright status. This claim was later explicitly denied by YouTube, which has since reinstated the video.

2012 arrest in New Zealand and seizure of Megaupload's websites

On January 5, 2012, indictments were filed in the US against Schmitz on criminal copyright infringement charges along with Július Benčko and 5 other associates. On January 19, 2012, Kim Schmitz, Finn Batato, Mathias Ortmann and Bram van der Kolk were arrested in Coatesville, Auckland, New Zealand, by New Zealand authorities. New Zealand authorities were cooperating with the United States' FBI and Justice Department, Hong Kong Customs and the Hong Kong Department of Justice, the Netherlands Police Agency and the Public Prosecutor's Office for Serious Fraud and Environmental Crime in Rotterdam, London's Metropolitan Police Service, Germany’s Bundeskriminalamt and the German Public Prosecutors, the Royal Canadian Mounted Police and the Canadian Department of Justice in the investigation preceding the arrests.

Other activities

Schmitz has taken part in the Gumball 3000 international road rally on several occasions, finishing "first" in 2001 in his Mercedes Brabus SV12 Megacar. He also competed in 2004.
Since 2001, Schmitz has received media coverage as a founder of a Hong Kong based investing company called Trendax. The company claimed to use artificial intelligence to maximize investment return and Schmitz tried to find investors for a hedge fund managed by the company. According to media reports Schmitz never had a proper license to start the fund.
In 2010, Schmitz leased a NZ$30M mansion at Coatesville, near Auckland, owned by Richard and Ruth Bradley, the British founders of Chrisco, and considered the most expensive house in the country. He had an arrangement to buy the mansion when the lease expired, but the New Zealand Government declined his application to buy the land on the basis that he did not meet the "good character" test. Schmitz was granted permanent residency in New Zealand in 2010.
An investigative piece found Schmitz in Hong Kong business records with the new name "Kim Tim Jim Vestor", allegedly bearing a Finnish passport, and acting as director of several "Mega-" companies, among them Megaupload Ltd. and Megarotic Ltd. According to Megaupload spokesperson B. Lam, Kim is one of many shareholders at Mega and not involved in most day-to-day business decisions.

http://en.wikipedia.org/wiki/Kim_Schmitz

วิดีโอ YouTube


วิดีโอ YouTube


วิดีโอ YouTube

Kim Dotcom AKA Kim Schmitz Net Worth

Kim Dotcom, also known as Kim Schmitz, is an internet entrepreneur and most notably the founder of Megaupload.com with a net worth of $200 million. Born in Kiel, German in 1974, Kim Dotcom/Kim Schmitz has had a fascinating roller coaster career as a multi-millionaire internet CEO. Kim has experienced some extreme highs and some extreme lows including a conviction for tax evasion. He is currently facing a potential 55 year prison sentence for operating Megaupload.com. Megaupload has allegedly cost the entertainment industry over $500 million in damages from pirated content being uploaded and shared through the site. If convicted, not only could he spend decades behind bars, but he may also be forced to hand over $175 million in ill-gotten profits.
How rich is Kim Dotcom Schmitz Kim Dotcom Schmitz Net Worth
Before his arrest, Dotcom/Schmitz lived a life that any man on earth would envy. He owned a fleet of expensive high performance cars, yachts, private jets and one of the most expensive houses in New Zealand that cost a reported $25 million house. He traveled the world with Playboy bunnies and drove around in a Lamborghini that had the license plate “GOD”. When he was arrested on January 19th, 2012, authorities seized $5 million worth of luxury cars, including a Rolls-Royce Phantom Drophead Coupe with a price tag of $400,000.
Megaupload.com has 180 million registered users and allowed Kim to earn over $40 million in 2011 alone. Schmitz is reportedly 6 foot 7 and weighs over 330 pounds.
Kim Schmitz Mansion in New Zealand Kim Schmitz's $25 Million House
Kim Schmitz Home Kim Schmitz Mansion


Press this button if you like this celebrity!

Kim Dotcom AKA Kim Schmitz Videos

CelebrityNetWorth.com Video : MegaUpload Founder's Lavish Lifestyle Interrupted by Arrest

MegaUpload Founder's Lavish Lifestyle Interrupted by Arrest

Kim Dotcom is under arrest in New Zealand for alleged money laundering, racketeering and breach of copyright.
CelebrityNetWorth.com Video : New Zealand Arrests Web Baron

New Zealand Arrests Web Baron

Police jail Kim Dotcom, the founder of the website Megaupload.com, on accusations of making hundreds of millions of dollars off internet piracy.
CelebrityNetWorth.com Video : U.S. Piracy Crackdown Hits New Zealand

U.S. Piracy Crackdown Hits New Zealand

Police in New Zealand raid a luxury mansion and arrest Megaupload founder Kim Dotcom as the U.S. pushes ahead with its war on copyright piracy.
CelebrityNetWorth.com Video : Kim Dotcom

Kim Dotcom

Some of the TV3 News report on Megaupload's Kim Dotcom on the day of his arrest in Auckland New Zealand January 20th 2012
CelebrityNetWorth.com Video : First Video: Megaupload Founder Kim Dotcom Appears In Court

First Video: Megaupload Founder Kim Dotcom Appears In Court

Read more on.rt.com Kim Dotcom (aka Kim Schmitz) appeared with Bram van der Kolk, Finn Batato and Mathias Ortman in North Shore District Court in ...










อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจบริการฝากไฟล์? (Cyber Talk)

กลายเป็นสัญญาณเตือนว่าชาวออนไลน์ไม่ควรวางใจเก็บไฟล์ไว้บนบริการฝากไฟล์ออนไลน์เทคโนโลยีคลาวด์มากเกินไป เมื่อการจับกุมผู้ก่อตั้งบริการแชร์ไฟล์ออนไลน์นาม Megaupload และคำสั่งปิดเว็บไซต์ของเอฟบีไอหรือสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานั้นทำให้ผู้ใช้ทั่วโลกตกอยู่ในภาวะเกียร์ว่าง ไม่สามารถดึงข้อมูลหรือฝากไฟล์เพิ่มเติมอย่างเคยได้ เท่ากับผู้ใช้ที่ทำถูกกฏหมายนั้นกลับโดนหางเลขจากโทษที่ไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ

Kim Dotcom ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริการฝากไฟล์ Megaupload นั้นถูกจับกุมในงานปาร์ตี้ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 38 ปีที่แมนชันหรูในอัคแลนด์ สาเหตุการจับกุมคือ Megaupload นั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งดาวน์โหลดภาพยนตร์และรายการทีวีละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ Megaupload ก็เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลที่ถูกกฏหมายเช่นกัน จุดนี้มีการระบุว่า Megaupload นั้นมีสมาชิกที่ใช้งาน Megaupload อย่างถูกกฏหมายในหลักแสนถึงหลักล้านรายทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าเอฟบีไอของสหรัฐฯได้จับกุมทีมงานของ Megaupload ทั้งหมด 7 คนช่วงวันที่ 20 มกราคมทื่ผ่านมา ตามคำสั่งศาลที่ตั้งข้อหาว่า Megaupload มีส่วนรู้เห็นให้มีการเผยแพร่ไฟล์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์บนโลกออนไลน์ โดยขณะนี้มีผู้ถูกจับแล้ว 4 คนในนิวซีแลนด์ อีก 3 รายยังอยู่ในการติดตามตัว โดยโทษสูงสุดคือค่าปรับ 500 ล้านดอลลาร์ และจำคุก 20 ปี

ศาลระบุว่า ทีมงานของ Megaupload ทราบดีว่ามีการนำไฟล์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาเผยแพร่เป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ลงมือแก้ปัญหาทั้งที่สามารถทำได้ ผลคือผู้เป็นเจ้าของผลงานทั้งเพลง ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ได้รับความเสียหาย สวนทางกับ Megaupload ที่รับรายได้จากแบนเนอร์โฆษณาในเว็บช่วงปี 2011 ที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 175 ล้านเหรียญ เพราะคำโฆษณาว่า Megaupload คือบริการสำหรับการแบ่งปันไฟล์ขนาดใหญ่

กระทั่งวันที่ 22 มกราคม 2012 เว็บไซต์ Megaupload จึงแสดงเอกสารข้อกล่าวหาจากเอฟบีไอซึ่งระบุว่าการปิดเว็บไซต์นี้เป็นไปตามคำสั่งศาลสหรัฐฯ โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าผู้ใช้ทั่วไปจะสามารถดึงไฟล์ของตัวเองได้หรือไม่และเมื่อใด

จุดนี้ Steve Su หนึ่งในสมาชิก Megaupload ให้สัมภาษณ์กับสื่อในออสเตรเลียว่า การปิด Megaupload ทำให้เขาต้องสูญเสียสื่อการสอนที่เขาได้อัปโหลดเพื่อแบ่งปันกับนักเรียนไป โดยให้ความเห็นว่า เอฟบีไอควรแยกให้ดีว่าคอนเทนต์ใดถูกหรือผิดกฏหมายแทนที่จะลงดาบปิดบริการทั้งหมดจนสร้างความเสียหายให้ผู้บริโภค

แน่นอนว่ากรณี Megaupload ทำให้เกิดกระแสความไม่เห็นด้วยจากชาวออนไลน์ มีการยกตัวอย่างโดยเทียบกับโทรศัพท์มือถือว่า ใครๆก็ใช้โทรศัพท์มือถือรวมถึงผู้ก่อการร้าย เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งการใช้งานในแง่ถูกและผิดกฏหมาย เท่ากับบริการฝากไฟล์ที่เปิดให้สมาชิกส่งไฟล์มาเก็บไว้เพื่อเปิดชมบนอุปกรณ์พกพานั้นไม่ควรรับโทษทั้งหมดจนถูกปิดเว็บไซต์อย่างไม่ยุติธรรม

ที่สำคัญ กรณี Megaupload สะท้อนว่ามีโอกาสสูงมากที่ชาวออนไลน์จะถามตัวเองว่าบริการเก็บข้อมูลออนไลน์หรือ cloud storage นั้นปลอดภัยจริงหรือนับตั้งแต่นี้ไป ทำให้ผู้ให้บริการลักษณะเดียวกันอย่าง Dropbox, RapidShare และ Hotfile มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบตามไปด้วย

ขณะนี้เว็บไซต์ฝากไฟล์ออนไลน์บางส่วนออกมาให้ความเห็นกับสำนักข่าวต่างประเทศว่าไม่กังวลกับกรณี Megaupload ที่เกิดขึ้น โดยเชื่อมั่นใจคุณภาพ มาตรฐาน และความร่วมมือกับเข้าหน้าที่ ด้านผู้บริหาร Megaupload อย่างนาย Kim และทีมงานอีก 3 รายกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความเพื่อสู้คดี ซึ่งแนวโน้มของทั้ง 2 เรื่องคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานในการเห็นความจริงที่เกิดขึ้น









http://www.manager.co.th/CBizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000009765





MEGAUPLOAD โดนตำรวจ FBI จับ ข้อหาแชร์ไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์



เว็บไซต์ Megaupload ถูกปิดเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ที่ผ่านมาในเวลาบ้านเรา โดยเมื่อเข้าเว็บจะเจอหมายของสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษอเมริกา (FBI) ได้ออกหมายจับจับกุมทีมงานทั้งหมด 7 คนของเว็บให้บริการแชร์ไฟล์ Megaupload เบื้องต้นถูกจับแล้ว 4 คนในนิวซีแลนด์ ส่วนอีก 3 คนยังอยู่ในการติดตามตัว โทษสูงสุดคือปรับ 500 ล้านดอลลาร์ และจำคุก 20 ปี


ประเด็นของเว็บไซต์ Megaupload นี้คือ เป็นเวบที่ให้บริการอัพโหลดไฟล์และแชร์ไฟล์ แต่ภายในเนื้อหาที่อัพโหลดในเว็บไซต์ Megaupload นี้มีการนำไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่เป็นจำนวนมาก ทั้งพวกเพลง หนังภาพยนตร์ ซอฟต์แวร์ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมต่างๆที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เลยนำสู่คำสั่่่งศาลการอนุมัติจับกุม เพราะเว็บนี้มีผู้โหลดจำนวนมาก



นอกเหนือจากการจับกุม kim Schmitz
เจ้าของเว็บไซต์ รวมถึงทีมงานเว็บไซต์ Megaupload แล้ว ยังมีการยึดรถหรูจำนวน 26 คัน ไปด้วย รวมมูลค่ากว่า 180 ล้านบาท (ภาพถ่ายโดย Elliott Kember บนเว็บไซต์ Flickr ) หากดูใน Wikipedia Kim Schmitz เคยโดนจับกุมในประเทศไทยมาแล้ว
ข่าวนี้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่สำหรับคนที่ชอบโหลดของฟรีบนเว็บแชร์ไฟล์อยู่ เพราะไม่แน่หลังจากข่าว Megaupload ถูกปิดแล้ว รายต่อไปก็อาจะเป็นพวกเว็บแชร์ไฟล์รายอื่นเช่นพวก rapidshare , mediafile ,4share ด้วยก็เป็นได้



อาลัยเลิฟ Megaupload เดอะแบดกายนาย Kim Dotcom / Schmitz

Kim Dotcom – หลัง FBIได้ปิดฉาก Megaupload.com โลกแห่งการแชร์ออนไลน์ลง อันจากไปพร้อมคราบน้ำตาของเหล่าผู้ฝากไฟล์ ซึ่งต้องรับชะตากรรม แหล่งเก็บไฟล์ กลายเป็นป่าช้าร่องหน ไร้ถิ่น นิรนาม ไม่อาจทราบว่าหายไปไหน? นอกจาก FBI อินทรีอเมริกา ผู้เข้ามา “อุ้ม” มันไปเท่านั้น!!
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วาทกรรม ” ละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ “ กำลังครุกรุ่นเร่าร้อน ทะลุออกนอกโลกคีย์บอร์ด ซึ่งในขณะนั้นเหล่านักดาวน์โหลดเดอร์ทั้งหลาย ไม่มีใครคาดคิด หรือฝันถึงว่าเว็บฝากไฟล์ที่ใช้บริการอยู่ประจำอย่าง Megaupload.com จะโดนเก็บ เว็บไซต์ที่เป็นเสมือนทางสว่างให้กับนักเสพย์บันเทิง แต่เปรียบดั่งปลิงของเหล่าผู้สร้างงาน
แน่นอนปลิงตัวนี้ค่อนข้างอ้วนท้วนทีเดียว ด้วยตัวเลขผู้ใช้บริการ ราวพันล้านยูสเซอร์ กินมาร์เกตแชร์อยู่ 4% ในตลาด ซึ่งว่ากันว่า ตีเป็นมูลค่ามหาศาล ที่เหล่าอุตสากรรมเพลงต้องสูญเสียไป
“Bit by bit, it’s a hit, it’s a hit!” คือ นิยามที่ ทำให้ Kim Schmitz และ Kim Tim Jim หุ้นส่วน ต้องเข้าไปฉลองวันเกิดครบ 38 ปี ในคุก หลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นาย บุกเข้ารวบตัวในเซฟเฮ้าส์สุดหรู นิวซีแลนด์ เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานสืบสวนกลางอเมริกา ได้อธิบายว่า ธุรกิจภายใต้ Kim Dotcom นั้นทำกำไรกว่า 175 ล้านดอลล่าห์ ในระยะเวลาสั้นๆ ด้วยการก้อปปี้ทุกสิ่งบนโลกออนไลน์

Born To Be …. Kim Schmitz

ย้อนกลับไปหลายปีกว่านั้น ในคีล เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง ณ ดินแดนเบียร์ Kim Schmitz เริ่มต้นธุรกิจมืด จากการก้อปปี้เกมส์คอมพิวเตอร์ขายกับเพื่อนๆ ตามมาด้วยอาชีพแฮกเกอร์ เมื่อสืบประวัติไปมากกว่านั้น ทำให้ทราบว่า องค์การ NASA , ตึก Pentagon และธนาคารหลายแห่ง ได้ผ่านมือเขามาแล้ว ก่อนจะมาโดนจับกุมในปี 1998 หลังพ้นข้อกล่าวหา จึงเข้านั่งแท่นที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยให้กับ Kimvestor คัมปานี
” ผมฉลาดกว่า บิลล์ เกตต์ และจะเป็นชายที่รวยที่สุดในโลก “ คือ สิ่งที่ Schmitz ให้สัมภาษณ์ไว้กับ Der Spiegel นิตยสารแห่งหนึ่งของเยอรมัน
เป็นที่ทราบกันว่า Schmitz ในร่าง 130 กิโลกรัม นั้นใช้ชีวิตอย่างอู่ฟู่ ฟุ่มเฟือย พอๆ กับพรสวรรค์ด้านคอมพิวเตอร์ของเขา ปาร์ตี้ รถหรู แข่งรถ ท่องเที่ยวด้วยเจ็ทส่วนตัว ” ผมมีจุดยืนเรื่องการจับจ่าย และผมเลือกที่จะสนุกสนานกับมัน “ เขากล่าวในรายการ Harald Schmidt โชว์ที่ได้รับความนิยมกลางดึกคืนหนึ่ง
กระนั้น เขายังชอบที่จะโปรโมทตัวเอง เช่น การเสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลล์ สำหรับข้อมูลนำจับ Osama bin Laden เพื่อต่อต้านขบวนการก่อการร้ายร่วมกับอเมริกาฯ

THE NAME’S DOTCOM. KIM DOTCOM

กระทั่งในปี 2002 Schmitz ถูกจับกุมคดีทุจริตการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ครั้งใหญ่ เป็นประวัติการณ์ของเยอรมัน ด้วยการปั่นระดับราคาหุ้น ก่อนประกาศแผนการลงทุน เพื่อหนีภาวะล้มละลาย หลังจากกำทรัพย์จำนวนมหาศาล Schmitz หลบหนีเข้ามายังไทย ก่อนจะถูกจับกุมและส่งกลับออกนอกประเทศ และถูกศาลแห่งมิวนิคสั่งคุมประพฤติ เป็นวลา 20 เดือน ถูกปรับเป็นเงิน 100,000 ยูโร ในวัย 28 ปี
หลังชื่อเสียๆ ของ Schmitz ไม่เป็นที่ยอมรับต่อสาธารณะชน 2-3 ปี ต่อจากนั้น Schmitz และครอบครัวได้ย้ายเข้ามายังคฤหาสน์ราคาหลายล้านดอลล่าห์ ของย่านสุดแพงในโอคแลนด์ นิวซีแลนด์ และเริ่มลงทุนด้วยตัวเลข 8 ล้านดอลล่าห์ ภายใต้สกุลใหม่ Kim Dotcom
” นี่คือสวรรค์บนดินแห่งหนึ่งของโลก ที่ผมไว้ใจว่าจะปลอดภัยกับโมนาภรรยาและลูกๆ “ Dotcom กล่าว เขาลงทุนสร้างดอกไม้ไฟ เพื่อฉลองปีใหม่ไปกว่า 5 แสนดอลล่าห์ เพื่อภรรยาที่รัก ได้ชื่นชมบนเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว
และแล้วฟ้าก็ผ่าลงมายังชีวิตอันฟู่ฟ่าของเขา เมื่อ FBI ได้เข้าจับกุมด้วย ข้อหาปล่อยให้มีการเผยแพร่ ดาวน์โหลด ไฟล์อันละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา หลังการจับกุม FBI ประมาณรายได้ของ Kim Dotcom ราว 115,000 ดอลล่าห์ / วัน จากอาณาจักรของเขา
รายการทรัพย์สินที่ถูกยึด ประกอบไปด้วยรถหรู 20 ล้านคัน หนึ่งในนั้นเป็นพิงค์คาดิลแลค Kim Dotcom และผู้ต้องหาอีก 3 ราย ถูกส่งขึ้นศาลแห่งนิวซีแลนด์ในวันจันทร์ ก่อนถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอเมริกา ปิดฉากแบดกายและ Megaupload.com ดูเหมือนทั้งหมดนี่จะเป็นคำเตือนของความฟู่ฟ่า หวือหวา ฉาบฉวย ที่ต้องจบลง ในพริบตา ของอาณาจักร Kim Dotcom อาณาจักรมืดที่ยูสเซอร์อย่างคุณต้องเคยยื่นมือเข้าไป … ใช่ไหม? นักดาวน์โหลดทั้งหลายเอ๋ย !!!

Source By reuters , gizmodo
ที่มา : http://tech.mthai.com/software/13512.html