Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

17 กรกฎาคม 2555

การใช้ Instagram

การใช้ Instagram

แนะนำ Instagram บน แอนดรอยด์ (Instagram for Android) สิ้นสุดการรอคอยสำหรับคนชอบแชร์รูป

ในที่สุดบรรดาผู้ใช้ สมาร์ทโฟน (Smartphones) ระบบปฏิบัติการ Android (แอนดรอยด์) ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจผู้ใช้ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ iOS (ไอโอเอส) หรือ iPhone (ไอโฟน) อีกต่อไป เพราะเมื่อค่ำคืนคืนวันที่ 3 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ตามเวลาในประเทศไทย ทีมผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นยอดนิยมบน ไอโอเอส อย่าง Instagram ก็ได้ฤกษ์ปล่อยแอพพลิเคชั่น Instagram สำหรับระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ (Instagram for Android) ให้ดาวน์โหลดกันบน Google Play (Android Market เดิม) อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากที่ผู้ใช้ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ต้องปล่อยให้บรรดาผู้ใช้ ไอโฟน ได้ใช้งานล่วงหน้าไปก่อนกว่า 1 ปีครึ่ง (17 เดือน) หลังจากที่แอพพลิเคชั่น Instagram ได้เผยโฉมออกมาเป็นครั้งแรก โดยทีมผู้พัฒนา Instagram ก็คาดหวังเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า Instagram สำหรับ แอนดรอยด์ นั้นจะมีการพัฒนาให้มีความแตกต่างจาก Instagram บน ไอโอเอส และพัฒนาให้ดีกว่าอีกด้วย แต่จะเป็นดังว่าหรือไม่ก็ต้องมาดูกัน ซึ่งในวันนี้ทีมงานของเราก็ถือโอกาสนำแอพพลิเคชั่น Instagram สำหรับ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ (Instagram for Android) มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน ทั้งทุกท่านที่เคยใช้งานใน iOS มาแล้ว ตลอดจนทุกท่านที่ยังไม่เคยสัมผัสกับ Instagram มาก่อน
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Instagram คืออะไร ทำไมถึงได้ยินเพื่อนพูดถึงกันบ่อย?
Instagram นั้นก็คือแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่มีเป้าหมายหลักๆ ก็คือการนำรูปที่ถ่ายไว้ หรือรูปในแกลลอรี่มาตกแต่งให้สวยงามในสไตล์ของเราเอง ด้วยฟิลเตอร์และเครื่องมืออันหลากหลายที่อยู่ใน Instagram แล้ว นำรูปภาพที่ตกแต่งแล้วนั้นไปแชร์ให้เพื่อนๆ ใน Social Network ได้ดูกันนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น Twitter, Facebook, Foursquare หรือ Tumblr และในทางกลับกันเราก็สามารถเปิดดู แสดงความชื่นชอบ (Likes) และแสดงความคิดเห็น (Comments)ในรูปที่เพื่อนๆ ของเราแชร์ไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Instagram ได้รับความนิยมอย่างสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือการใช้งานที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว มีผู้ใช้งานร่วมกันเยอะ (เพื่อนๆ ใช้กันเยอะ) มีอินเทอร์เฟสที่สวยงาม มีความสนุกอยู่ในตัว และยิ่งมีดาราดังชอบใช้กันอีกก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กระแสของ Instagram แรงขึ้นตามลำดับ
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
ส่วนต้นกำเนิดของ Instagram ก็เกิดจากผู้ร่วมก่อตั้ง 2 คนก็คือ Kevin Systrom และ Mike Krieger โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อ เดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2010 (พ.ศ.2553) ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ล่วงเลยมากว่า 17 เดือนแล้วนั่นเอง

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ
Instagram บน แอนดรอยด์ มีอะไรบ้าง?
สำหรับฟีเจอร์เด่นๆ ในแอพพลิเคชั่น Instagram for Androidนั้นก็จะมีดังต่อไปนี้
- ใช้งานฟรี 100% สำหรับฟิลเตอร์ และกรอบรูปแบบต่างๆ
- สามารถทำให้รูปภาพเดิมๆ ของเราที่ดูธรรมดา กลายเป็นรูปภาพที่ดูน่าสนใจ ด้วยผลลัพธ์ที่ออกมาจากโปรแกรมซึ่งมีรายละเอียดและสีสันที่ดีกว่ารูปภาพเดิมๆ ของเราที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้
- สามารถแชร์รูปไปที่
Facebook, Twitter, Tumblr และ Foursquare ได้ทันที และรวดเร็ว (ส่วนการแชร์ไปที่ Flickr
จะใช้งานได้ในเร็วๆ นี้)
- มีการโต้ตอบกันกับเพื่อนๆ ผ่านทางการให้ และการได้รับ
Likes และ Comments
- สามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 2.2 (Froyo) ขึ้นไป และต้องรองรับ OpenGL ES 2
ด้วยเช่นกัน
- รองรับการใช้งานทั้งกล้องด้านหน้า และกล้องด้านหลัง

ความแตกต่างจาก
Instagram บน แอนดรอยด์ และ ไอโอเอส มีอะไรบ้าง?
เท่าที่ได้ใช้งาน Instagram บน สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ ดูในเบื้องต้น ก็พบว่า อินเทอร์เฟส หรือหน้าตาของ แอพพลิเคชั่นนั้นแทบจะถอดแบบกันมาเลยทีเดียว แต่สำหรับเวอร์ชันแรกบน แอนดรอยด์นี้ ก็มีความสามารถที่แตกต่างกันเล็กน้อย อย่างแรก ณ ขณะนี้ก็คือ Instagram บน แอนดรอยด์ ยังมีลูกเล่นด้านการตกแต่งภาพบางอย่างที่ขาดหายไป เช่นฟิลเตอร์ Tilt Shift ที่ช่วยให้ภาพมีความชัดตื้น แต่ใน แอนดรอยด์ นั้นก็มีตัวเลือกของ Instagram’s Advanced Camera เพิ่มเข้ามา ทำให้ผู้ใช้มีทางเลือกระหว่างจะใช้แอพพลิเคชั่นกล้องของ Instagram หรือว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นกล้องมาตรฐานที่มากับตัวเครื่อง ตลอดจนแอพพลิเคชั่นกล้องอื่นๆ ที่เคยดาวน์โหลดมาก่อนหน้านี้ ยกตัวอย่างเช่นหากมีแอพพลิเคชั่นยอดนิยมอย่าง Camera360 ก็สามารถใช้งานได้ทันที

สถิติต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
Instagram
แน่นอนว่าแอพพลิเคชั่นยอดนิยมระดับต้นๆ ก็ย่อมจะมีสถิติต่างๆ ที่สวยหรู ส่วนสถิติที่ว่าจะน่าประทับใจขนาดไหน และมีสถิติด้านใดที่น่าสนใจบ้าง ลองมาดูกัน
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
- ผู้ใช้งาน สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ มากกว่า 430,000 คนรอคอยการมาของ Instagram
- มีผู้ลงทะเบียนใช้งาน Instagram มากกว่า 30
ล้านคน นับตั้งแต่เปิดตัวกับ ไอโอเอส
- มีรูปภาพจำนวนมากกว่า
1 พันล้านรูปที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปบนระบบของ Instagram
- มีรูปภาพจำนวนมากกว่า 5
ล้านรูปที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปในแต่ละวัน
- มีจำนวนการกด
Likes ประมาณ 575
ครั้งต่อวินาที
- มีจำนวนการให้
Comments ประมาณ 81 ครั้งต่อวินาที

ภาพตัวอย่างของแอพพลิเคชั่น
Instagram บน สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์
สุดท้ายนี้เราก็จะมาดูกันว่าหน้าตาของแอพพลิเคชั่น Instagram นั้นมีความสวยงามทันสมัย น่าใช้อย่างไร ที่ใครๆเค้าว่าถอดแบบมาจากเวอร์ชันของ iOS นั้นจริงหรือไม่
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
หน้าหลักของแอพพลิเคชั่น ซึ่งจะมี Feedsรูปภาพล่าสุดแสดงให้เห็น
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
ฟิลเตอร์รูปแบบต่างๆ สำหรับตกแต่งรูปภาพก่อนแชร์
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
หน้ารวมรูปภาพยอดนิยมบน Instagram
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
หน้ารวมรูปภาพของเพื่อนที่เราติดตามอยู่
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
หน้าข้อมูลส่วนตัว ซึ่งรวมรูปภาพของเราเองเอาไว้ รวมถึงเพื่อนที่ติดตามเราอยู่ และเพื่อนที่เราติดตาม
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
ก่อนจะเข้าใช้งาน Instagram ก็จะต้องมีการ Log in กันก่อน หากยังไม่เคยใช้ก็สมัครใหม่ได้ง่ายๆ
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
หน้ารวมที่ดูว่ามีเพื่อนคนไหนมา Likes หรือ Comments รูปภาพของเราบ้าง
, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
อยากรู้ว่าเพื่อนคนไหน แชร์รูปอะไรไว้บ้าง ก็เข้าไปดูได้ทันที

สรุปส่งท้าย
แม้ว่าโดยรวมแล้ว การเปิดตัว Instagram for Androidจะไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ก่อนหน้านี้ ด้วยข้อบกพร่องหลายๆ มากน้อยแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ แต่ละรุ่น เช่นความหน่วง, ความไม่เสถียร,การบริโภคทรัพยากร, การปิดตัวเอง (Force Close), ความหลากหลายของฟังก์ชันตกแต่งรูปภาพ หรืออื่นๆ แล้วแต่ว่ารุ่นไหนจะเจออย่างไร แต่ก็ต้องเข้าใจว่านี่เป็นเพียงแค่เวอร์ชันแรกของ Instagram สำหรับ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ต่างจากเวอร์ชันแรกๆ บน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ iOS หรือ iPhone ที่พบปัญหามากมายเช่นเดียวกัน และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ สมาร์ทโฟน แอนดรอยด์ นั้นแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันทางด้านฮาร์ดแวร์ และเฟิร์มแวร์ ซึ่งก็ต้องอาศัยเวลาในการทดสอบอีกพอสมควร ดังนั้นหากเวลาผ่านไปอีกสักระยะ Instagram สำหรับ แอนดรอยด์ ก็น่าจะดี และสมบูรณ์แบบไม่แพ้ Instagram บน ไอโอเอส อย่างแน่นอนครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมของ
Instagram For Android
ท่านสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Instagram for Android ได้ที่นี่https://play.google.com/store/apps/details?id=com.instagram.android
ท่านสามารถศึกษาวิธีการใช้งาน และรายละเอียดเพิ่มเติมของ Instagram for Android ได้ที่นี่http://help.instagram.com/

ถ่ายรูปสวย ๆ บนมือถือ ด้วยแอพฯ Instagram v 2.0
Instagram v 2.0




สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูป ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร เจอสิ่งสวย ๆ งาม ๆ แล้วเป็นต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้แล้วล่ะก็ เราขอแนะนำแอพพลิเคชั่นเจ๋ง ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะมันสามารถแต่งเติมสีสันรูปภาพ โดยให้ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งในเรื่องของ สี แสง เรียกได้ว่าสามารถปรับอารมณ์ของรูปภาพที่คุณเป็นคนถ่ายได้เลยล่ะ

และแอพพลิเคชั่นที่ว่านี้ มีชื่อว่า "Instagram" ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นบนiPhone,iPad และ iPod Touch แต่สำหรับใครที่ยังงง ๆ เพิ่งเคยได้ยินชื่อของ
Instagramเป็นครั้งแรก ก็ตามเรามาดูความน่าสนใจของแอพฯ ตัวนี้กันเลย

Instagram v 2.0

หลายคนอาจกำลังสงสัย "Instagram" คืออะไร ? แต่สำหรับใครที่ใช้ iPhone หรือ iPad ก็คงจะรู้จักและคุ้นเคยกับแอพพลิเคชั่นตัวนี้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นแอพพลิเคชั่นยอดฮิตติดอันดับต้นๆ ของแอพพลิเคชั่นถ่ายภาพ
"Instagram" คือแอพพลิชั่นสำหรับถ่ายรูป เสริมลูกเล่นด้วยการตกแต่งภาพถ่ายด้วยFilters (ฟิลเตอร์) ต่าง ๆ ที่ให้คุณเลือกปรับภาพได้หลากหลายและสวยงาม แนวอาร์ต ๆ ได้ตามใจชอบ และสามารถแชร์อวดรูปภาพไปให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ในสังคมออนไลน์อื่น ๆ เช่น Twitter และ Facebook ทำให้สังคมผู้ใช้งานInstagram กลายเป็นสังคมออนไลน์การแบ่งปันภาพถ่าย (Social Photo Sharing) เพราะตัว Instagram เองมีระบบ Followers และ Following ให้เลือกติดตามชมรูปภาพ ความเคลื่อนไหวการใช้งานของเพื่อน ๆ ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นตัวนี้ หากถูกใจ ชอบรูปภาพไหน สามารถกด Like รวมไปถึง Comment รูปภาพนั้นได้

และล่าสุด "Instagram v2.0" เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับฟีเจอร์การทำงานใหม่ ๆ มาดูกันว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

• สามารถเลือก Filters ก่อนถ่ายรูป เพิ่มความสะดวกไม่ต้องมาใส่ Filtersหลังจากถ่ายภาพ

• เพิ่ม Filtersใหม่อีก 4 แบบ คือ Amaro, Rise, Hudson และ Valencia

Instagram v 2.0
• เพิ่มฟังก์ชั่นพรีวิว tilt shift แสดงให้เห็นรูปภาพพร้อมฟิลเตอร์ที่เลือไว้ก่อนถ่ายจริง

• ปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นกว่า ขนาดเดิม 612×612 เป็น 1936×1936 สำหรับ iPhone 4 และ
1536×1536 สำหรับ iPhone3GS

• สามารถเลือกกำหนดฟิลเตอร์ จะใส่กรอบให้รูปภาพหรือไม่ใส่กรอบให้รูปภาพ


Instagram v 2.0

• สามารถปรับรูปแนวตั้ง แนวนอน ได้แล้ว โดยไม่ต้องอาศัยแอพพลิเคชั่นตัวอื่นช่วย

• เปลี่ยนไอคอนใหม่

Instagram v 2.0

ทั้งนี้ Instagram v2.0 รองรับการทำงานiOS 4.2.1หรือเวอร์ชั่นสูงกว่า สามารถใช้งานได้กับ iPhone 4, iPhone 3GS, iPod Touch (3rd & 4th generations), iPad 2 และ iPad

Tango ฟรีโปรแกรมวีดีโอคอลบนมือถือ

Tango ฟรีโปรแกรมวีดีโอคอลบนมือถือ

Tango มาแรงแซง Skype ไปแล้ว


Tango Free Mobile Video callโทรศัพท์แบบเห็นทั้งหน้า ทั้งตัวแบบนี้ต้องไม่พลาด กับฟรีโปรแกรม Video Call บนโทรศัพท์มือถือที่กำลังมาแรงที่สุดอีกตัวหนึ่ง คุณอาจคุ้นเคยกับ Skype, Facetime, Yahoo Messenger หรือแม้แต่ Fring แต่วันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณได้สัมผัสและใช้งาน ไม่ว่าคุณจะใช้ iPhone, iPod, iPad หรือแม้แต่ค่าย Google ก็คือ Android คุณก็สามารถใช้ฟรีโปรแกรมวีดีโอคอลนี้ได้เช่นกัน และด้วยตัวเลขการเปิดตัวที่แรงสุดๆ เพียง 9 เดือนก็มีผู้ download ไปกว่า 17 ล้านครั้ง
คุณพร้อมทดสอบหรือยังกับอีกหนึ่งวีดีโอคอลระดับโลก


Tango - Free Mobile Video Call


  • สนใจ download ได้จากลิงค์ www.tango.me
  • สำหรับ iPhone/iPod/iPad ขนาดไฟล์ 6.8 MB คลิกลิงค์ Tango for iPhone/iPod/iPad
  • สำหรับ Android ขนาดไฟล์ 4.8 MB คลิกลิงค์ Tango for Android Mobile

ความสามารถของโปรแกรม Tango


Tango on iPhone




  • รองรับการใช้งาน iPhone 4, iPhone 3GS, iPod touch 4th-generation, iPad, iPad 2 (but not the iPhone 3G) และ Android
  • รองรับการโทรผ่าน iOS ของ Apple และค่ายอื่นๆ
  • สามารถค้นหาเพื่อนๆ ที่ติดตั้ง Tango ได้
  • ไม่จำเป็นต้อง Log In และใช้รหัสผ่าน แค่สร้างบัญชีครั้งแรกเท่านั้น
  • สามารถเชิญเพื่อนผ่านทางอีเมลได้ด้วย

ที่มา :: http://www.it-guides.com/
การใช้ Tango
แอพลิเคชั่นสำหรับการติดต่อสื่อสารที่ช่วยคุณประหยัดค่าโทรศัพท์ และยังรองรับเทคโนโลยี Video Call ที่สามารถมองเห็นคู่สนทนาผ่านกล้องได้ระหว่างที่กำลังคุยกัน ผู้ใช้สามารถโทรหาเพื่อนๆ ที่ติดตั้งแอพลิเคตัวชั่นนี้ผ่านโทรศัพท์มือถือรวมทั้งแท็บเล็ต(เช่น iPad หรือ Galaxy Tab) และยังมีเวอร์ชั่นสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปให้เลือกใช้ด้วย เพียงแค่มี Tango ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสื่อสารได้อย่างมากทีเดียว
Tango เป็นแอพลิเคชั่นที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย อินเตอร์เฟสดูเรียบง่าย เมื่อเริ่มใช้งานก็สามารถสร้าง account ได้ง่ายๆ ภายในไม่กี่วินาที เริ่มต้นความสนุกเพียงเลือกรายชื่อที่อยู่ใน Contacts คุณก็จะได้สื่อสารกับเพื่อนหรือคนที่คุณรักอย่างใกล้ชิด
02.png

Tango ยังสามารถช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ เช่นเวลาที่เราโทรหาเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ เนื่องจาก Tango ใช้การเชื่อมสัญญาณผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 3G และ Wi-Fi อีกจุดเด่นคือ Tango สามารถใช้งาน Video Call มองเห็นคู่สนทนาผ่านกล้องได้ระหว่างที่กำลังคุยกัน และไม่ใช่แค่โทรหากันระหว่างมือถือเท่านั้น แต่ Tango ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถโทรหาเพื่อนที่ใชแท็บเล็ตอย่างเช่น iPad และ Galaxy Tab ได้อีกด้วย
03.png



สามารถเรียกดูประวัติการโทรย้อนหลัง หรือหากเพื่อนหรือ contact อื่นๆ ของคุณยังไม่มี account คุณก็สามารถส่งคำเชิญเขาเหล่านั้นได้ผ่านทางข้อความ (Text) หรืออีเมล์ ได้อีกเช่นกัน
04.png
ที่มา :: http://www.truemove.com/

06 กรกฎาคม 2555

iWatch

iWatch

วิดีโอ YouTube

วิดีโอ YouTube

iWatch, a Tiny, Wrist-Mounted iPhone
iwatch2


The iWatch is as fanciful a design as you could wish for. The concept timepiece is a wrist-sized iPhony, a tiny iPod Touch on a strap. It’s also gorgeous.
The design is from the Italian ADR Studio, and exists only in the world of Photoshop. The main screen, seen above, shows the time, date and weather (Rome’s looking very inviting this month). The gallery goes on to show the Bluetooth syncing options (to iPad and iPhone but not a computer, oddly) and a picture of the iWatch throwing a projected movie onto a wall (hell, it’s a concept design: why not dream a little?) Read the specs and you learn that there will also be an RSS reader, Wi-Fi and 16GB memory.
I would buy one in a second, like Cult of Mac’s resident deviant John Brownlee (who also – curiously – claims the iWatch makes his “heart flutter”, despite the fact that he demonstrably has no heart in his dry, rattling cage of a chest). Sadly, it will never be so, and instead I shall be forced to strap an iPod Touch to my forearm like some giant, lottery-winner’s Rolex.

Will Apple's smart iWatch be iPhone 5 compatible?

Apple might launch the iWatch in May, and it promises to outdo Sony’s SmartWatch






After the launch of the much-hyped iPad 3 and a good dose of iPhone 5 rumours, if there’s one thing that’s still a well-kept secret at the Cupertino-based Apple, it’s the timing (pun unintended) of the launch of its smart watch – the iWatch.

According to iwatchrumours.com, the iWatch is currently under development and set for a launch in May 2012.

Now this is no secret that Steve Jobs, Apple’s chief architect, had the watch among his to-do list. It is part of legend now that, while launching the iPad Nano in 2010, Jobs famously remarked that a member of Apple’s then board was keen on finding a way to strap the device around his wrist and use it as a watch.

In 2010, Apple introduced the iWatch concept, designed by an Italian design house ADR Studio, sparking a huge interest among its fans and competitors.

[Click here to read more about the smartwatch invention that is worth $5m]
While it’s been almost two years since then, with nothing more on that front from Apple, Jobs’ remark and the subsequent talk about the concept actually gave birth to a cottage industry of watchband makers that have been creating a host of multi-coloured bands that help strap the Nano to the wrist.

What’s more, taking things to the next level, some of Apple’s old and new rivals have taken the lead in coming out with a smart watch. Case in point is Sony, which earlier this month unveiled an Android-powered watch with its very own apps.

The watch, obviously, syncs with any Android phone and vibrates for received text messages, phone calls and emails. And if you’re too busy to take your smartphone out of your pocket, the watch even display messages on its 1.42-by-1.42-inch screen.

But let’s face it – the watch isn’t the best looking in town, and there are a host of others in the market today that offer the same level of sync, including ones that connect with Apple’s iOS.

One such device that will offer dual connectivity (to both the iOS and Android platforms) is the Pebble which, in fact, has already managed to raise a neat $6.44 million in funding pledges on crowdfunding platform Kickstarter from 43,771 backers (and counting) who’d like to see the technology become commercially viable and available.

Then there are offerings from Fossil and something called I’m Watch, which claims to be the world’s first real smartwatch.

So when (not if) Apple launches its iWatch, it will be in competition with these and no doubt numerous others that will precede and follow the Apple device.

Will it be better than those? You bet. Why? Glad you asked.

For starters, let’s look at history – Apple wasn’t the first to launch a smartphone, but sales of iPhones have put all other smartphones to shame. Neither was it the first to launch a tablet, and you know what’s happening with the iPad 3 sales figures.

In addition to being water resistant, the new iWatch is going to be undergoing changes to its display. Somewhat akin to the displays seen in the Iron Man, the displays are rumoured to be possibly less than a cm thick. Not only that, but the iWatch displays will be bright, perhaps a retina display. And like everything Apple, the iWatch will come in two colors – black and white.

So far, Apple has been using the Nano as a pseudo smart watch, and not doing badly in the segment. But with the competition ratcheting up the performance of its devices, it may not be long before Apple ups the game, again, in the smart watch segment as well, just as it has done in the smartphone and tablet PC segments.

Till date, Apple has sold nearly 200 million iPhones, yet hasn’t unveiled an assistant to provide wristy support to its customers.

The million-dollar-question, then, is when will Apple come out with its game-changing smart watch? With Apple’s track record of unveiling a game-changer every season, the tech giant may be looking to launch the watch as soon as next month. Watch this space.

Smartphones get smarter in 2012
For the true mobile addict, there is a new gadget that will instantly alert you to an incoming SMS message with a micro vibration in the wrist. This Sony Smartwatch is connected to a mobile phone. It is expected to go on sale this year for about 120 euros.
"And you can even launch the camera from your watch."
At The World Mobile Congress in Barcelona around 60,000 people are gathering to sample the very latest in mobile technology.
One of the most eagerly awaited gadgets is the Padphone made by Taiwanese manufacturer Asus. It is a smartphone that can be slotted into a bigger shell to become a tablet computer, which in turn can be transformed into a laptop.
"This is not just a stylus actually it's a headset so you can answer if someone calls you use it to say Hello, this is John."
Useful on the beach, this Panasonic mobile can withstand an hour underwater.
And in this Ford car, you can dictate an SMS without taking your hands off the wheel.
Several brands, such as Chinese manufacturer Huawei and South Korean giant LG have also launched high-performance smart phones, twice as fast as the market average.
"I think this is a nice product but for me the screen is too small. I need a big one because I use this as a reader. This one is too small"
Amid all the ultra hi-tech, Emporia has spared a thought for older users.
Easy to handle with big buttons, these mobiles for grandparents also have an emergency call button.
Android-powered watches get Internet savvy
The Internet was strapped to wrists at the Consumer Electronics Show on Wednesday in the form of Android-powered "smart watches" that serve up online content along with telling time.
Japanese consumer electronics titan Sony and venture-backed Italian startup i'm Watch were each sporting spins on timepieces that use the Google software to connect wearers with email, music, websites or other online content.
Sony's SmartWatch was promised by the end of March while i'm Watch was released at CES.
"This is the right period for the watch," i'm Watch chief executive and co-founder Massimiliano Bertolini told AFP at the company's booth on the show floor.
"Everybody wants to have technology that is also fashion," he continued. "That is the Apple secret; making devices that people fall in love with."
For some time now California-based Apple has been letting iPod Nano owners turn the small, square devices into Internet-connected watches complete with wrist straps.
I'm Watch ranges in price from $350 for colorful models with silicon wrist bands and aluminum-cased touchscreens to $15,000 for one made of pink gold and adorned with diamonds, according to company designer Gianluca Negrello.
Wearers are alerted to new Gmail messages or fresh posts at online communities Facebook or Twitter and can access digital photo albums or free Google Web-based services such as Calendar.
Messages can't be sent from touch-screen i'm Watch, which can connect to their own online shop for applications or music. People can make phone calls using i'm Watch, which links wirelessly to smartphones.
Sony said at CES that by the end of March it will release a touch-display SmartWatch capable of connecting to mobile phones wirelessly using Bluetooth capabilities.
Applications will be tailored for SmartWatch, which will be priced at $149.
SmartWatch devices being sported by workers at the Sony booth were tethered wirelessly to Android-powered Xperia smartphone models the company unveiled at the show.


http://www.emirates247.com/business/technology/will-apple-s-smart-iwatch-be-iphone-5-compatible-2012-04-25-1.455649




iWatch Watch Concept Looks Awesome

Forget the iPhone and the new Apple iPad, and check out this cool watch concept from the guys over at ADR Studios, if Apple made watches they would probably look like this one.
As you can see from the photos it looks like the iWatch watch concept runs a version of the Apple iPhone OS, and it features a full color touchscreen LCD display, and would have many of the same features of the iPhone like integrated WiFi and Bluetooth, and the ability to run iPhone applications.


iWatch Watch Concept Looks Awesome
iWatch Watch Concept Looks Awesome

Unfortunately it is just a concept, and unless Apple decide to start making watches running their iPhone OS, I can’t see any of us getting our hands on a cool watch like this anytime soon.

http://www.geeky-gadgets.com/iwatch-watch-concept-looks-awesome10-05-2010/
 
iWatch คอนเซ็ปท์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง




iWatch



เมื่อหลายปีก่อน มีนักออกแบบไอเดียดี ๆ มากมาย อยากเห็นผลิตภัณฑ์ของ "แอปเปิล" (Apple)มาโลดแล่นบนโลกของนาฬิกาข้อมือบ้าง ก็เลยมีการคิดเป็นคอนเซ็ปท์เจ๋ง ๆ ขึ้นมามากมาย มาล่าสุดมีดีไซน์เนอร์ชาวสวีเดนได้คิด "iWatch" ขึ้นมาอีกครั้ง ที่สำคัญคือ ดูน่าใช้งานอย่างมากเลยทีเดียว

iWatch ที่คุณผู้อ่านกำลังรับชมอยู่นี้ เป็นผลงานคอนเซ็ปท์เจ๋ง ๆ ของคุณ แอนเดอร์ส เคลเบิร์ก (Anders Kjellberg) โดยเขาได้นำคอนเซ็ปท์ของ iWatch รุ่นก่อน ๆ ที่เคยมีข่าวออกมานั้น มาปรับเปลี่ยนและประยุกต์ให้มีความน่าใช้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปทรงตัวเรือนและฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ

สิ่งที่คุณเคลเบิร์กอยากจะให้ iWatch ของเขามี ก็ประกอบไปด้วย หน้าจอทัชสกรีนแบบจอ Retina ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Wi-Fi ได้ มี Bluetooth ให้พร้อม และมีกล้อง 8 ล้านพิกเซล ที่สามารถบันทึกวิดีโอแบบ HD 1080p ได้อย่างสบาย ๆ ที่สำคัญยังใช้ความจุขนาด 16GB อีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ ก็จัดเต็มพอ ๆ กับที่มีอยู่ใน "iPhone" และ "iPad" เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Facetime หน้าปัดบอกเวลาแบบ Clock faces มี iTunes กับ App Store ให้เสร็จสรรพ หรือแม้แต่เปิดดูแผนที่ด้วยฟังก์ชั่น Maps ก็มีด้วยเช่นกัน อีกทั้งตัวเรือนของ iWatch นี้จะเน้นเป็นสายสีดำ แต่จะมีลูกเล่นตรงที่สีของตะเข็บด้ายที่ใช้เย็บ ซึ่งจะมีให้เลือกมากมาย ทั้ง สีขาว สีดำ สีเขียว สีส้ม สีฟ้า และสีชมพู
ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ขอย้ำอีกครั้งว่า คอนเซ็ปท์ของ iWatch เรือนนี้เป็นเพียงแค่ความคิดของคุณเคลเบิร์กเท่านั้น ไม่ใช่ผลงานการคิดของทางแอปเปิลแต่อย่างใด แต่ที่แน่ ๆ เมื่อได้เห็นคอนเซ็ปท์โดน ๆ แบบนี้แล้ว บอกได้เลยว่าอยากให้ทางแอปเปิลนำ iWatch ไปผลิตจริงสักที และถ้าผลิตออกมาจริง ๆ เชื่อว่ายอดขายคงกระฉูดไม่แพ้ iPhone และ iPad แน่นอน!!

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง

iWatch คอนเซ็ปต์นาฬิกาข้อมือ ที่แอปเปิ้ลน่านำไปผลิตจริง


ที่มา : กระปุกดอทคอม