ศูนย์ LifeVantage

ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ LifeVantage : Protandim Nrf1 / Nrf2 / ProBio / TrueScience / TrueRenew ติดต่อสอบถาม/สั่งซื้อ โทร ☎️ :: 084-110-5021 📍 Line ID :: pla-prapasara 🌸 รับโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะทาง Line ค่ะ

28 ธันวาคม 2563

คำอวยพรปีใหม่ภาษาเยอรมัน

 สวัสดีปีใหม่ภาษาเยอรมัน




คำอวยพรปีใหม่ภาษาเยอรมัน

Einen guten Rutsch ins neue Jahr!
A smooth start to the new year!

Alles Gute!
Best wishes

Alles Gute zum Neuen Jahr!
Best wishes for the new year

Die besten Wünsche für das neue Jahr!
Best wishes for the new year!

Glück und Erfolg im Neuen Jahr!
Good fortune and success in the new year!

Mögen sich all deine Wünsche erfüllen.
May all your wishes come true

Gesundheit, Glück und Erfolg!
Health, happiness and success!

Zum neuen Jahr Gesundheit, Glück und viel Erfolg!
Health, happiness, and much success in the new year!

ch wünsche dir ein frohes Fest!
I wish you a joyous holiday!

Wir wünschen deiner Familie Frohe Festtage!
We wish your family happy holidays!

Alles Gute zum neuen Jahr!
Best wishes for the new year!

Einen guten Rutsch ins neue Jahr!
A good start in the new year!

Ein glückliches neues Jahr!
Happy New Year!

Glück und Erfolg im neuen Jahr!
Good fortune and success in the new year!

Zum neuen Jahr Gesundheit, Glück und viel Erfolg!
Health, happiness, and much success in the new year!

Ein frohes neues Jahr.
Happy New Year


Ein gutes neues Jahr.
Happy New Year.


Einen guten Rutsch (ins neue Jahr)
Happy New Year

Ein frohes neues JahrHappy New Yearสวัสดีปีใหม่
Ich wünsche Ihnen ein gesundes und erfolgreiches neues JahrI wish you a healthy and successful new year.ฉันอวยพรให้คุณมีสุขภาพที่ดีและประสบความสำเร็จในปีใหม่นี้
Zum neuen Jahr viel Glück, Gesundheit und ErfolgWishing you luck, health and success for the new year.ขออวยพรให้คุณพบแต่โชคดี สุขภาพแข็งแรง และความสำเร็จในปีใหม่นี้
Alles Gute für 2021All the best for 2021ขอให้มีความสุขในทุกๆ อย่างในปีนี้
Lebe! Liebe! Lache! Auf diese Weise mache Dein neues Jahr zu einem Fest, das Dich Dein Leben feiern lässt.Live, love and laugh! In this way you make your new year a celebration of your life.มีชีวิตชีวา มีความรัก มีเสียงหัวเราะ เฉลิมฉลองให้กับปีใหม่ของคุณ

Ich wünsche Ihnen/Dir ein gesundes und erfolgreiches neues Jahr! - (Formal= Ihnen / Informal= Dir)
I wish you a healthy and successful New Year.



Zum neuen Jahr viel Glück, Gesundheit und Erfolg.

Wishing you luck, health and success for the New Year.



Alles Gute für 2021.
All the best for 2021.



Alles Liebe und Gute für 2021.
Much love and all the best for 2021.



Viel Erfolg im neuen Jahr.
Wishing you lots of success in the New Year.



Wir wünschen Ihnen/Dir ein gutes neues Jahr und freuen uns Sie/ Dich bald wiederzusehen! - (Formal= Ihnen & Sie / Informal= Dir & Dich)

We wish you a happy new year and look forward to seeing you soon.



Wir wünschen Ihnen/Dir einen tollen Start ins neue Jahr! - (Formal= Ihnen / Informal= Dir)
Wishing you a great start to the New Year



Wir wünschen Ihnen/Dir und Ihrer/Deiner Familie ein großartiges Jahr 2021. - (Formal= Ihnen & Ihrer / Informal= Dir & Deiner)

Wishing you and your family a great 2021.


Ich wünsche Ihnen ein gesundes und erfolgreiches neues Jahr.

Guten Rutsch!

Prost Neujahr!

Prosit Neujahr!

Gutes neues Jahr!

Frohes neues Jahr!

Frohes Neues!

Ein glückliches neues Jahr!

Ich wünsche dir ein frohes neues Jahr! (ใช้กับคนสนิท)

Ich wünsche Ihnen ein frohes neues Jahr! (ใช้กับเจ้านาย ผู้ใหญ่)




#สวัสดีปีใหม่ภาษาเยอรมัน

#คำอวยพรปีใหม่ภาษาเยอรมัน

https://prapasara.blogspot.com/2020/12/blog-post_28.html


15 ธันวาคม 2563

Munemax มูนีแมกซ์ เบต้ากลูแคน เสริม อาหารบำรุงปอด ดูแลปอด เพิ่มภูมิคุ้มกัน

 Munemax  มูนีแมกซ์  

มูนีแม็กซ์ เบต้ากลูแคน เสริม อาหารบำรุงปอด ดูแลปอด เพิ่มภูมิคุ้มกัน






YouTube Video


Munemax มูนีแมกซ์ 

https://youtu.be/w9fogHGTq8g 



เสมือนพลังกองทัพป้องกันเซลล์ ไม่ให้ถูกทําลายจากสิ่งแปลกปลอม และ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง พร้อมต่อสู้กับเชื้อโรค หรือ ไวรัส ที่จะเข้ามาทําร้ายร่างกายได้อย่างทันท่วงที

CORDYCEPS SINENSIS EXTRACT

รับประทานครั้งละ แคปซูล ก่อนนอน

 


ผลลัพธ์ที่ได้จากทาน มูนีแมกซ์


   ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสต่างๆ เช่น Covid-19

   เพิ่มกลไกป้องกันการที่เชื้อจะเข้าสู่เซลล์

  ลดความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อ

  บรรเทาอาการไม่ให้ลุกลามรุนแรง เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายในการต่อสู้เชื้อโรค

  ลดระยะเวลาในการเจ็บป่วยให้สั้นลง

   ช่วยลดจํานวน และ กําจัดเชื้อให้หมดจากร่างกายโดยเร็ว

  ช่วยปกป้อง และป้องกันระบบทางเดินหายใจ

  บำรุงและฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ และปอด

  ลดการอักเสบของปอด

  ปกป้องและขจัดสารพิษจากปอด



สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 🙏🙏🙏   



 โทร ☎️  ::   082-236-4928   🌸


Line ID   ::   pla-prapasara








http://line.me/ti/p/~pla-prapasara




🌸 รับสมัครผู้นำต้นสายทั่วประเทศ / ตัวแทนจำหน่ายที่นี่ค่ะ 🌸

🌸 สมัครสมาชิกกับทีมงานเรา ## รับทำเว็บไซต์สำหรับการขายให้ฟรี !!! 🌸


🌸   รับโปรโมชั่น สุดพิเศษ เฉพาะทาง Line  นะคะ   🌸












   ปกป้องปอด + ภูมิแพ้เรื้อรัง    หอบหืด    ปอดอักเสบ


1 กระปุก : บรรจุ 28 แคปซูล วิธีรับประทาน : รับประทาน วันละ 2 แคปซูล ก่อนนอน


























02 ธันวาคม 2563

ผู้ป่วยบายพาสกับการรักษาด้วยวิธีการของกาโน

 

ผู้ป่วยบายพาสกับการรักษาด้วยวิธีการของกาโน



YouTube Video


วิธีรับประทานตำรับยาหลินจือ กรณี ผู้ป่วยบายพาส (1) https://youtu.be/ANeHeCjCCxk


YouTube Video



วิธีรับประทานตำรับยาหลินจือ กรณี ผู้ป่วยบายพาส (2) https://youtu.be/zDaL6ko37NI








.






#สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 🙏🙏🙏
โทร
☎️   :: 082-236-4928

Line ID :: pla-prapasara





สั่งวันนี้มีโปรโมชั่น พิเศษ‼️ #ทักมาเลย
http://line.me/ti/p/~pla-prapasara



🚒🚒 กรุงเทพและปริมณฑล 1-2 วันรับของ ต่างจังหวัด 2-3 วันค่ะ 🚒🚒

🌸 รับสมัครผู้นำต้นสายทั่วประเทศ / ตัวแทนจำหน่ายที่นี่ค่ะ 🌸

🌸 สมัครสมาชิกกับทีมงานเรา ## รับทำเว็บไซต์สำหรับการขายให้ฟรี !!! 🌸







#กาโนรักคุณปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฟรี !!!   #วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยกาโน 

#ผู้ป่วยบายพาสกับการรักษาด้วยวิธีการของกาโน


บายพาสหัวใจกับเรื่องที่ควรรู้

บายพาสหัวใจ (Heart Bypass Surgery) คือวิธีการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยการผ่าตัด ซึ่งมักใช้ในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจโดนขัดขวาง หรือเกิดการอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้อย่างเต็มที่ โดยการผ่าตัดมีจุดประสงค์เพื่อสร้างช่องทางให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้อย่างเพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจวายตามมา

บายพาสหัวใจ

การทำบายพาสแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

 

  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบดั้งเดิม (Traditional Coronary Artery Bypass Grafting) คือการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องเปิดช่องอก และต้องใช้ยาเพื่อหยุดการเต้นของหัวใจ และใช้อุปกรณ์พิเศษช่วยเพื่อให้เลือดยังสามารถไหลเวียนไปทั่วร่างกายโดยไม่ผ่านหัวใจจนกว่าจะผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย
  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจโดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump Coronary Artery Bypass Grafting) วิธีการผ่าตัดบายพาส โดยจะเปิดช่องอก คล้ายกับวิธีแรก แต่แพทย์จะไม่ใช้ยาเพื่อหยุดการเต้นของหัวใจ และจะไม่ใช้อุปกรณ์พิเศษที่ใช้สูบฉีดเลือด
  • การผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Direct Coronary Artery Bypass Grafting) เป็นการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์พิเศษ ซึ่งจะทำให้แพทย์ไม่ต้องทำการเปิดช่องอก มักนิยมทำในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจอุดอยู่บริเวณด้านหน้าของหัวใจ และไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจมากกว่า 1 เส้น

ปัจจุบันวิธีการผ่าตัดบายพาสหัวใจที่นิยมมากที่สุดคือ วิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิม และแบบไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ทั้งนี้ในการพิจารณาเลือกใช้วิธีการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่าวิธีใดเหมาะสมมากที่สุด

ขั้นตอนการบายพาสหัวใจ

การผ่าตัดบายพาสหัวใจเป็นวิธีที่แพทย์จะเลือกใช้เมื่อพบว่าผู้ป่วยมีหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือมีการเกาะสะสมของคราบตะกอนภายในหลอดเลือดจำนวนมากจนทำให้หลอดเลือดตีบลงจนทำให้เสี่ยงต่อหัวใจวายหรือหัวใจขาดเลือดสูงขึ้น เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและสูญเสียประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือด โดยในบางกรณี แพทย์ก็อาจพิจารณาใช้วิธีการผ่าตัดอื่น ๆ เพื่อช่วยขยายหลอดเลือดและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ เช่น การสวนบอลลูนหัวใจ หรือการใส่ขดลวดแทน เป็นต้น แต่หากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวก่อนเข้ารับการผ่าตัดบายพาส และอาการไม่มีการตอบสนองกับการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แพทย์จะรีบทำการผ่าตัดบายพาสโดยเร็วที่สุดด้วยเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ขณะที่การผ่าตัดบายพาสหัวใจจะต้องใช้แพทย์จากหลาย ๆ สาขาทำงานร่วมกัน เช่น ศัลยแพทย์ทรวงอก อายุรแพทย์โรคหัวใจ นักกายภาพบำบัด เพื่อช่วยให้การผ่าตัดและการฟื้นตัวของผู้ป่วยเป็นไปได้ด้วยดี

แม้การผ่าตัดบายพาสหัวใจจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจวายได้ แต่ก็ไม่สามารถรักษาอาการโรคหัวใจได้ ทำได้เพียงพยุงอาการและช่วยให้หัวใจมีโอกาสฟื้นฟูกลับมาทำงานได้มากขึ้น ทว่าการผ่าตัดดังกล่าวก็ไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่สูงอายุมาก ๆ เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดได้ และการผ่าตัดก็ไม่สามารถยืดระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วยได้ด้วย

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตาย แพทย์ก็จะไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัดบายพาสหัวใจ เพราะผลที่ได้นั้นไม่คุ้มค่าต่อการผ่าตัด

วิธีการบายพาสหัวใจ

การผ่าตัดบายพาสหัวใจนั้นมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยแพทย์จะต้องชี้แจงให้ผู้ป่วยรับทราบถึงขั้นตอนในการผ่าตัดต่าง ๆ อย่างละเอียด จากนั้นแพทย์ให้ผู้ป่วยเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องอดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง แต่ในบางกรณีผู้ป่วยอาจได้รับอนุญาตให้สามารถจิบน้ำเล็กน้อยได้จนถึงเวลา 2 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด

เมื่อเข้าไปยังห้องผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบผ่านทางหน้ากากออกซิเจน เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหมดสติอย่างสมบูรณ์แล้วแพทย์ก็จะเริ่มทำการผ่าตัด โดยวิธีการผ่าตัดจะแตกต่างกันไปตามชนิดของการผ่าตัด แพทย์จะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 3-6 ชั่วโมง แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการผ่าตัด และจำนวนหลอดเลือดหัวใจที่อุดตันเป็นหลัก

ในการผ่าตัด หากเป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม หรือการผ่าตัดที่ต้องใช้ปอดและหัวใจเทียม แพทย์จะทำการเปิดช่องอก โดยการกรีดเปิดปากแผลที่กลางอก จากนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณ์ในการถ่างกระดูกซี่โครงบริเวณที่ตรงกับหัวใจ เพื่อสร้างพื้นที่ในการผ่าตัด จากนั้น หากเป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม แพทย์จะทำการเชื่อมต่อปอดและหัวใจเทียมกับระบบไหลเวียนเลือด แต่ถ้าหากเป็นวิธีที่ไม่ใช้ปอดและหัวใจเทียม แพทย์ก็จะข้ามไปยังขั้นตอนในการลดระดับอุณหภูมิในร่างกายลง รวมทั้งหัวใจด้วย เพราะอากาศที่เย็นมาก ๆ จะทำให้หัวใจเต้นช้าลง และปริมาณออกซิเจนที่หัวใจต้องการก็จะลดลง เมื่อระดับอุณหภูมิและการทำงานของหัวใจเข้าสู่ระดับที่แพทย์ต้องการแล้วก็จะเริ่มทำการบายพาสหัวใจ

ในการผ่าตัดแพทย์ใช้หลอดเลือดที่อยู่ในสภาพดี ซึ่งนำมาจากส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในช่องอก แขนหรือขา มาเชื่อมต่อแทนหลอดเลือดที่อุดตัน หรือเสียหาย เมื่อเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะถอดปอดและหัวใจเทียมออก จากนั้นแพทย์จะทำการตรวจเช็คว่าระบบไหลเวียนเลือดสามารถไหลเวียนได้ตามปกติหรือไม่ หากเป็นปกติแล้วก็จะทำการเย็บปิดปากแผลและปิดแผลด้วยผ้าพันแผลชนิดกันน้ำ แล้วนำตัวผู้ป่วยไปติดตามอาการในห้องไอซียูต่อไป

ทั้งนี้หากเป็นวิธีการผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบแผลเล็ก ก็จะมีขั้นตอนในการผ่าตัดที่คล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันที่ไม่ต้องทำการเปิดช่องอก แต่จะกรีดเป็นแผลเล็ก ๆ บริเวณซี่โครงเพื่อสอดอุปกรณ์พิเศษเข้าไปเพื่อทำการผ่าตัด ซึ่งวิธีนี้แผลจะหายเร็วกว่า และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อน้อยกว่าอีกด้วย

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

เมื่อแพทย์นัดหมายกำหนดการผ่าตัดแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าพักรักษาตัวภายในโรงพยาบาลก่อนวันเข้ารับการผ่าตัด เพื่อเตรียมพร้อมและตรวจสุขภาพก่อน โดยแพทย์จะสั่งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ และเจาะเลือด ทั้งนี้ผู้ป่วยควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และยาที่ใช้อยู่โดยละเอียดและเป็นจริง หากผู้ป่วยสูบบุหรี่ แพทย์ก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยหยุดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการติดเชื้อภายในช่องอก และทำให้แผลหายช้าลงอีกด้วย

นอกจากนี้ ก่อนเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยควรเตรียมการต่าง ๆ ที่บ้านไว้ก่อนล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จะคอยช่วยเหลือผู้ป่วยในการเดินทางกลับจากโรงพยาบาล และในช่วงเวลาที่พักฟื้นที่บ้าน รวมทั้งจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้สะดวกต่อการใช้ชีวิตหลังออกจากโรงพยาบาล ที่สำคัญคือก่อนเดินทางไปโรงพยาบาลผู้ป่วยควรอาบน้ำชำระร่างกาย สระผม ตัดเล็บ และสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด เนื่องจากหลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอาบน้ำเองได้ และเสื้อผ้าสะอาดที่เตรียมไปก็จะช่วยให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไม่พึงประสงค์ที่อาจมากับเสื้อผ้าของโรงพยาบาลได้

การดูแลหลังผ่าตัด

หลังจากเข้ารับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวในห้องไอซียู อย่างน้อย 1-2 วัน จากนั้นจึงจะย้ายเข้าไปพักฟื้นต่อในห้องพักผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลต่ออีกอย่างน้อย 7 วัน เพื่อดูอาการและติดตามผล โดยในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยอาจต้องมีการต่อท่อหรือสายต่าง ๆ ตามร่างกายอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่ผู้ป่วยฟื้นแล้วอาจมีอาการต่าง ๆ เช่น สูญเสียความทรงจำชั่วคราว มีอาการมึนงง และมีปัญหาในเรื่องการดูเวลา

เมื่อแพทย์อนุญาตผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ผู้ป่วยและผู้ดูแลจะต้องระมัดระวังในเรื่องการดูแลบาดแผล พักผ่อนมาก ๆ และควรหลีกเลี่ยงจากการทำกิจกรรมหนัก ๆ เพราะอาจทำให้แผลหายช้า หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ยังควรสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยหากเกิดอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีอาการบวมแดง หรือมีเลือดออกที่บริเวณแผลผ่าตัด
  • มีอาการเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้น
  • หายใจลำบาก
  • ชีพจรเต้นเร็ว หรือผิดปกติ
  • ขาบวม หรือมีอาการชาตามแขนและขา
  • มีอาการคลื่นไส้ หรืออาเจียนต่อเนื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น การผ่าตัดบายพาสหัวใจยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่พบได้หลัก ๆ ได้แก่

 

  • หัวใจเต้นผิดปกติ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้ารับการผ่าตัดบายพาสจะมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยา
  • การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด เนื่องจากไม่รักษาความสะอาดให้ดีพอ
  • การทำงานของไตลดลง หลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีการทำงานของไตที่ลดลง จนทำให้ต้องได้รับการฟอกไต แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยมาก
  • ปัญหาเกี่ยวกับสมอง ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดบายพาสอาจพบปัญหาในเรื่องการเรียนรู้ หรือการอ่านหนังสือ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 6-12 เดือน แต่ก็มีบางกรณีที่ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนจนกลายเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้มีปัญหาในการพูด การเคลื่อนไหว หรือการกลืนอาหารอย่างถาวรได้
  • หัวใจวาย ในบางกรณี ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดในระหว่างผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้อาการยิ่งรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เสียชีวิตได้

 


ที่มา   ::   https://www.pobpad.com/