Facebook Fan Page ::https://www.facebook.com/prapasara.blog

17 สิงหาคม 2554

สื่อการสอน

                       สื่อการสอน






แนวคิด             

                สื่อการเรียนการสอนนั้น หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทางถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่งความรู้ไปสู่ผู้เรียน และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ                   โดยสื่อการเรียนก็นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนผู้สอนได้แสดงบทบาท และเกิดความเข้าใจ        ในวิชาที่เรียนที่สอนกันได้มากขึ้น

วัตถุประสงค์

1.             สามารถอธิบายความของสื่อการเรียนการสอนได้
2.             สามารถอธิบายประเภท และคุณสมบัติของสื่อการเรียนการสอนได้
3.             สามารถเข้าใจหลักการเลือกสื่อการเรียนการสอน
4.             สามารถอธิบายและดำเนินการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนได้

ขอบข่ายเนื้อหา

1.             ความหมายสื่อการเรียนการสอน
2.             ประเภทของสื่อการเรียนการสอน
3.             คุณค่าของสื่อการสอน
4.             หลักการเลือกสื่อการสอน
5.             หลักการใช้สื่อการสอน
6.             ขั้นตอนการใช้สื่อการสอน
7.             ประเภทและคุณสมบัติของสื่อการสอน
8.             รูปแบบและวิธีการใช้เทคโนโลยีการเรียนการสอน


ความหมาย

                สื่อนับเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสอนตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเนื่องจากเป็นตัวกลางที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของเนื้อหาบทเรียนให้ตรงกับผู้สอนต้องการ  ไม่ว่าสื่อนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตามล้วนแต่เป็นทรัพยากรที่สามารถอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ได้ทั้งสิ้น
                กิดานันท์  มลิทอง (2549: 100)  ได้ให้ความหมายคำว่า  สื่อ  (medium,pl.media เป็นคำมาจากภาษาลาตินว่า ระหว่าง  (betaween สิ่งใดข้อตามที่บรรจุข้อมูลสารสนเทศหรือเป็นตัวกลางข้อมูลส่งผ่านจากผู้ส่งหรือแหล่งส่งไปยังผู้รับเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อสารกันได้ตรงตามวัตถุประสงค์
                ในการเล่าเรียน  เมื่อผู้สอนนำสื่อมาใช้ประกอบการสอนเรียกว่า สื่อสอนการสอน  และเมื่อนำมาให้ผู้เรียนใช้เรียกว่า  สื่อการเรียน  โดยเรียกรวมกันว่า  สื่อการเรียนการสอน  หรืออาจจะเรียกสั้นๆ ว่า  สื่อการสอน  หมายถึงสิ่งใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกเสียง  สไลด์ วิทยุ  โทรทัศน์  วีดิทัศน์  แผนภูมิ  รูปภาพ  ฯลฯ  ซึ่งเป็นวัสดุบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน  หรือเป็นอุปกรณ์เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาสิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุอุปกรณ์ทางกายภาพที่นำมาใช้เทคโนโลยีการศึกษาเป็นสิ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางทำให้การสอนส่งไปถึงผู้เรียน  สื่อการสอนถือว่ามีบทบาทมากในการเรียนการสอนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นตัวกลางที่ช่วยให้การสื่อระหว่างผู้สอนและผู้เรียนดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้ผู้เรียนมีความหมายของเนื้อหาบทเรียนได้ตรงกับที่ผู้สอนต้องการเรียนรู้ได้ทั้งสิ้น  ในการใช้สื่อการสอนนั้นผู้สอนจำเป็นต้องศึกษาถึงลักษณะคุณสมบัติของสื่อแต่ละชนิดเพื่อเลือกสื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์การสอนและสามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน  โดยต้องการวางแผนอย่างเป็นระบบในการใช้สื่อด้วย  ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภทของสื่อการเรียนการสอน

สื่อต่างๆ  ที่เป็นตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูลสารสนเทศจากผู้สอนไปยังผู้เรียน  หรือเป็นสิ่งที่ผู้เรียนใช้ศึกษาความรู้ด้วยตนเอง  นักวิชาการได้จำแนกสื่อการสอนตามประเภท  ลักษณะและวิธีการใช้ดังนี้

สื่อโสตทัศน์
เป็นสื่อที่นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มของสื่อการเรียนการสอน  โดยเป็นสื่อที่บรรจุหรือถ่ายทอดข้อมูลเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการได้ยินเสียงและเห็นภาพ  สื่อที่ใช้กันมาแต่ดั้งเดิม  เช่น  หนังสือตำราเรียน  ภาพ  ของจริง  ของจำลอง  จะเป็นสื่อที่บรรจุเนื้อหาในตัวเอง  ต่อมามีการใช้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการถ่ายทอดเนื้อหาและเนื้อหาและวัสดุที่ใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้                         โรเบิร์ต อี. เดอ  คีฟเฟอร์  (Robert  E.  de  Kieffer ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น   ประเภทตามลักษณะที่ใช้สื่อความหมายทางเสียงและภาพรวมเรียกว่า  สื่อโสตทัศน์  (audiovisual  materials)       ในปัจจุบันมีสื่อโสตเพิ่มขึ้นมากจากที่เดอ  คีฟเฟอร์  ได้กล่าวไว้ทั้ง   ประเภท  ในที่นี้จึงขอยกตัวอย่างสื่อใหม่รวมไปในแต่ละประเภทดังนี้
1.  สื่อไม่ใช้เครื่องฉาย (nonprojected  materials)  เป็นสื่อที่ใช้การทางทัศนะโดยไม่ต้อง           ใช้เครื่องฉายร่วมด้วย  แบ่งออกเป็น   ประเภท  ได้แก่สื่อภาพ (illustrative  materials เป็นสื่อ                 ที่สามารถถ่ายทอดเนื้อหา  เช่น  ภาพกราฟิก  กราฟ  แผนที่  ของจริง  ของจำลอง  กระดานสาธิต  (demonstration  boards ใช้ในการนำเสนอเนื้อหา  เช่นกระดานชอล์ก  กระดานนิเทศ  กระดานแม่เหล็ก  กระดานผ้าสำลี  ฯลฯ  และกิจกรรม(activites
2. สื่อเครื่องฉาย  (projected  and  equipment)  เป็นวัสดุและอุปกรณ์  อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสารด้วยภาพหรือทั้งภาพทั้งเสียง  อุปกรณ์มีทั้งแบบฉายตรงและฉายอ้อมเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาจากวัสดุแต่ละประเภทที่ใช้เฉพาะอุปกรณ์นั้นเพื่อให้เป็นภาพปรากฏขึ้นบนจอเช่นเครื่องฉายข้ามศีรษะใช้กับแผ่นโปร่งใส  เครื่องฉายสไลด์  ใช้กับแผ่นฟิล์มสไลด์  หรือให้ทั้งภาพและเสียง  เช่น  เครื่องฉายภาพยนตร์ฟิล์ม  เครื่องเล่นดีวีดีใช้กับวีซีดีและดีวีดี  เหล่านี้เป็นต้น  นอกจากนี้ยังอาจรวมเครื่องถ่ายทอดสัญญาณ  คือ  เครื่องแอลซีดีที่ใช้ถ่ายทอดสัญญาณจากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นวีซีดี  เข้าไว้ในเครื่องด้วย            เพื่อนำสัญญาณภาพจากอุปกรณ์เหล่านั้นขึ้นจอภาพ
3.  สื่อเสียง   (audio  materials  and  equipment)  เป็นวัสดุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์            เพื่อการสื่อสารด้วยเสียง อุปกรณ์เครื่องเสียงจะใช้ถ่ายทอดเนื้อหาจากวัสดุแต่ละประเภทที่ใช้เฉพาะกับอุปกรณ์นั้นเพื่อเป็นเสียงให้ได้ยิน  เช่น  เครื่องเล่นซีดีใช้กับแผ่นซีดี  เครื่องเล่น/บันทึกเทปใช้กับเทปเสียง  หรืออาจเป็นอุปกรณ์ในการถ่ายทอดสัญญาณเสียงดังเช่นวิทยุที่รับสัญญาณเสียงจากแหล่งส่งโดยไม่ต้องใช้วัสดุใดๆในการนำเสนอเสียง
สื่อแบ่งตามประสบการณ์การเรียนรู้
การแบ่งประเภทของสื่อการสอน  ถ้าแบ่งตามระดับประสบการณ์ของผู้เรียน  ซึ่ง  เดล             (Dale 1969:107)  ได้แบ่งสื่อการสอนออกเป็น  10  ประเภท  โดยพิจารณาจากลักษณะของประสบการณ์ที่ได้รับจากสื่อการสอนประเภทนั้น  โดยยึดเอาความเป็นรูปธรรมและนามธรรมเป็นหลักในการแบ่งประเภท  และได้เรียงลำดับจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดประสบการณ์  ที่เป็นนามธรรมที่สุด  (Abstract  Concrete  Continuum)  เรียกว่า  กรวยประสบการณ์  (Cone  of  Experience ดังภาพที่ 1


 ภาพที่ 1 แสดงกรวยประสบการณ์ของ เอ็ดการ์ เดล
แหล่งที่มา  : Dale, Edgar. (1969 : 107). Audio – Visual Materials of Instruction. Chicago : University of Chicago Press

ขั้นที่1  ประสบการณ์ตรงและมีความมุ่งหมาย  (Direct  Purposeful  Experience เป็นประสบการณ์ที่เป็นรากฐานของประสบการณ์ทั้งปวง  เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง                     ได้เห็น  ได้ยินเสียง  ได้สัมผัสด้วยตนเอง  เช่น  การเรียนจากของจริง  (Real  object ได้ร่วม  กิจกรรมการเรียนด้วยการลงมือกระทำ  เป็นต้น
ขั้นที่   ประสบการณ์จำลอง  (Contrived Simulation Experience จากข้อจำกัดที่ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริงให้แก่ผู้เรียนได้ เช่น ของจริงมีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป มีความซับซ้อน มีอันตราย จึงใช้ประสบการณ์จำลองแทน เช่น การใช้หุ่นจำลอง (Model) ของตัวอย่าง (Specimen เป็นต้น

ขั้นที่ 3 ประสบการณ์นาฏการ (Dramatized Experience) เป็นประสบการณ์ที่จัดขึ้นแทนประสบการณ์จริงที่เป็นอดีตไปแล้ว หรือเป็นนามธรรมที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจและไม่สามารถ                  ใช้ประสบการณ์จำลองได้  เช่น  การละเล่นพื้นเมือง  ประเพณีต่างๆ  เป็นต้น
ขั้นที่ 4 การสาธิต (Demonstration)  คือ การอธิบายข้อเท็จจริง  ความจริง  และกระบวนการที่สำคัญด้วยการแสดงให้เห็นเป็นลำดับขั้น  การสาธิตอาจทำได้โดยครูเป็นผู้สาธิต  นอกจากนี้อาจใช้ภาพยนตร์  สไลด์และฟิล์มสตริป  แสดงการสาธิตในเนื้อหาที่ต้องการสาธิตได้
                ขั้นที่ 5 การศึกษานอกสถานที่ (Field Trip)  การพานักเรียนไปศึกษายังแหล่งความรู้นอกห้องเรียน  เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนรู้หลายๆด้าน  ได้แก่  การศึกษาความรู้จากสถานที่สำคัญ  เช่น  โบราณสถาน  โรงงาน  อุตสาหกรรม  เป็นต้น
                ขั้นที่ 6 นิทรรศการ (Exhibition)  คือ การจัดแสดงสิ่งต่างๆ  รวมทั้งมีการสาธิตและการฉายภาพยนตร์ประกอบเพื่อให้ประสบการณ์ในการเรียนรู้แก่ผู้เรียนหลายด้าน  ได้แก่  การจัดป้ายนิทรรศการ  การจัดแสดงผลงานนักเรียน
                ขั้นที่ 7 ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ (Motion Picture and Television)  ผู้เรียนได้เรียนด้วยการเห็นและได้ยินเสียงเหตุการณ์  และเรื่องราวต่างๆ  ได้มองเห็นภาพในลักษณะการเคลื่อนไหวเหมือนจริง        ไปพร้อมๆกัน
                ขั้นที่ 8 การบันทึกเสียง วิทยุ และภาพนิ่ง (Recording, Radio and Picture)  ได้แก่  เทปบันทึกเสียง  แผ่นเสียง  วิทยุ  ซึ่งต้องอาศัยเรื่องการขยายเสียง  ส่วนภาพนิ่ง  ได้แก่  รูปภาพทั้งชนิดโปร่งแสงที่ใช้กับเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ(Overhead  projector สไลด์ (Slide)  ภาพนิ่งจากคอมพิวเตอร์  และ                ภาพบันทึกเสียงที่ใช้กับเครื่องฉายภาพทึบแสง(Overhead  projector
ขั้นที่ 9 ทัศนสัญลักษณ์  (Visual Symbol)  มีความเป็นนามธรรมมากขึ้น  จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นพื้นฐาน  ในการเลือกนำไปใช้  สื่อที่จัดอยู่ในประเภทนี้  คือ  แผนภูมิ  แผนสถิติ  -ภาพโฆษณา  การ์ตูน  แผนที่  และสัญลักษณ์ต่างเป็นต้น
 ขั้นที่ 10 วจนสัญลักษณ์ (Verbal Symbol)  เป็นประสบการณ์ขั้นสุดท้าย  ซึ่งเป็นนามธรรมที่สุด  ไม่มีความคล้ายคลึงกันระหว่างวจนสัญลักษณ์กับของจริง  ได้แก่  การใช้ตัวหนังสือแทนคำพูด

สื่อแบ่งตามทรัพยากรการเรียนรู้
ทรัพยากร  หมายถึง  สิ่งทั้งปวงที่มีค่า  ทรัพยากรการเรียนรู้  (learning  resources จึงหมายถึงทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติหรือสิ่งที่คนประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการเรียนรู้  โดนัลด์  พี.  อีลี  (Donald  P.  Ely (Ely 1972:36:42 ได้จำแนกสื่อการเรียนการสอนตามทรัพยากรการเรียนรู้   รูปแบบ  โดยแบ่งได้เป็นสื่อที่ออกแบบขึ้นเพื่อ  จุดมุ่งหมายทางการศึกษา            (by  design และสื่อที่มีอยู่ทั่วไปแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน (by  utiliegation ได้แก่


1.  คน  (people คน  ในทางการศึกษาโดยตรงนั้น  หมายถึง  บุคคลที่อยู่ในระบบของโรงเรียน  ได้แก่  ครู  ผู้บริหาร  ผู้แนะนำการศึกษา  ผู้ช่วยสอน  หรือผู้ที่อำนวยความสะดวกด้านต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้  ส่วน  คน  ตามความหมายของการประยุกต์ใช้  ได้แก่คนที่ทำงานหรือมีความชำนาญงานในแต่ละสาขาซึ่งมีอยู่ในวงสังคมทั่วไป  คนเหล่านี้เป็น ผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งถึงแม้มิใช่นักศึกษาแต่สามารถจะช่วยความสะดวกหรือเชิญมาเป็นวิทยาการเพื่อเสริมการเรียนรู้ได้ในการให้ความรู้แต่ละด้าน  อาทิเช่น  ศิลปิน  นักการเมือง  นักธุรกิจ  ช่างซ่อมเครื่อง
2.  วัสดุ(materials)   ในการศึกษาโดยตรงเป็นประเภทที่บรรจุเนื้อหาบทเรียนโดยรูปแบบของวัสดุมิใช่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง  เช่น  หนังสือ  สไลด์  แผนที่  แผ่นซีดี  หรือสื่อต่างๆที่เป็นทรัพยากรในการเรียนการสอนนั้นจะมีลักษณะเช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ในการศึกษาดังกล่าวเพียงแต่ว่าเนื้อหาที่บรรจุในวัสดุส่วนมากจะอยู่ในรูปของการให้ความบันเทิง  เช่น  คอมพิวเตอร์  หรือภาพยนตร์สารคดีชีวิตสัตว์สิ่งเหล่านี้ถูกมองไปในรูปแบบของความบันเทิงแต่สามารถให้ความรู้ในเวลาเดียวกัน
3.  อาคารสถานที่  (settings หมายถึง  ตัวตึก  ที่ว่าง  สิ่งแวดล้อม  ซึ่งมีผลเกี่ยวกับทรัพยากรรูปแบบอื่นๆที่กล่าวมาแล้วและมีผลกับผู้เรียนด้วย  สถานที่สำคัญในการศึกษา  ได้แก่ตึกเรียนและสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนการสอนโดยรวม  เช่นห้องสมุด  หอประชุม  ส่วนสถานที่ต่างๆ          ในชุมชนก็สามารถประยุกต์ให้เป็นทรัพยากรสื่อสารเรียนการสอน  ได้เช่น  โรงงาน  ตลาด  สถานที่ ทาง ประวัติศาสตร์เช่น  พิพิธภัณฑ์  เป็นต้น
4.  เครื่องมือและอุปกรณ์  (tools  and  equipment เป็นทรัพยากรทางการเรียนรู้เพื่อช่วยในการผลิตหรือใช้ร่วมกับทรัพยากรอื่นๆ  ส่วนมากมักเป็น  โสตทัศนูปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ  ที่นำมา           ใช้ประกอบหรืออำนวยความสะอาดในการเรียนการสอน  เช่นเครื่องฉายข้ามศีรษะ  คอมพิวเตอร์  เครื่องถ่ายเอกสาร  หรือแม้แต่ตะปู  ไขควง  เหล่านี้เป็นต้น
5.  กิจกรรม (activities โดยทั่วไปแล้วกิจกรรมที่ใช้ในการเรียนการสอนมักจัดขึ้นเพื่อร่วมกระทำทรัพยากรอื่นๆ  หรือเป็นเทคนิควิธีการพิเศษเพื่อการเรียนการสอน  เช่น  เกม  การสัมมนา  การจัดทัศนศึกษา  กิจกรรมเหล่านี้มักมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่ตั้งขึ้น  โดยมีการใช้วัสดุการเรียนเฉพาะแต่ละวิชา  หรือวิธีการพิเศษในการเรียนการสอน

คุณค่าของสื่่อการสอน

            สื่อการสอนนับว่าเป็นสื่อสำคัญในการเรียนรู้เนื่องจากเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเนื้อหาจากผู้สอนไปยังผู้เรียน  หรือเป็นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง  ดังนั้น  สื่อการสอนจึงนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งกับผู้เรียนและผู้สอน  ดังนี้

                สื่อกับผู้เรียน
                สื่อการเรียนการสอนมีความสำคัญและคุณค่าต่อผู้เรียนดังนี้
                 เป็นสิ่งช่วยให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาบทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันสั้น  และช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้นได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
                 สื่อจะช่วยกระตุ้นและสร้างความเข้าใจให้กับผู้เรียนทำให้เกิดความรู้สนุกสนานและไม่รู้สึกเบื่อหน่ายการเรียน
                 การใช้สื่อจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจตรงกันหากเป็นเรื่องของนามธรรมและยากต่อความเข้าใจ  และช่วยให้เกิดประสบการณ์ร่วมกันในวิชาที่เรียน
                 สื่อช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน  ทำให้เกิดมนุษยสัมพันธ์อันดีในระหว่างผู้เรียนด้วยกันเองและกับผู้สอนด้วย
                 สร้างเสริมลักษณะที่ดีในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้  ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์จากการใช้สื่อเหล่านี้
                 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องของความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยการจัดให้มีการใช้สื่อในการศึกษารายบุคคล

                สื่อกับผู้สอน
                สื่อการเรียนการสอนมีความสำคัญและคุณค่าต่อผู้สอนดังนี้
                 การใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆประกอบการเรียนการสอน  เป็นการช่วยให้บรรยากาศในการสอนน่าสนใจยิ่งขึ้น  ทำให้ผู้สอนมีความกระตือรือร้นในการสอนมากกว่าวิธีการที่เคยใช้การบรรยายแต่เพียงอย่างเดียว   และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองให้เพิ่มขึ้นด้วย
                 ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้สอนในด้านการเตรียมเนื้อหาเพราะสามารถนำสื่อมาใช้ซ้ำได้  และบางอาจให้นักศึกษาเนื้อหาจากสื่อได้เอง
                 เป็นการกระตุ้นให้ผู้สอนตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมและผลผลิตวัสดุและเรื่องราวใหม่ๆเพื่อใช้เป็นสื่อการสอน  ตลอดจนคิดค้นเทคนิควิธีการต่างๆ  เพื่อให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น
                อย่างไรก็ตาม  สื่อการสอนจะมีคุณค่าต่อเมื่อผู้สอนได้นำไปใช้อย่างเหมาะสมและถูกวิธีดังนั้น  ก่อนที่จะนำสื่อแต่ละอย่างไปใช้  ผู้สอนควรจะศึกษาถึงลักษณะและคุณสมบัติของสื่อการสอนข้อดีและข้อจำกัดอันเกี่ยวเนื่องกับตัวสื่อและการใช้สื่อแต่ละอย่าง  ตลอดจนการผลิตและการใช้สื่อให้เหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอนด้วย  ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการการเรียนการสอนบรรลุผลตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ที่วางไว้

หลักการเลือกสื่อการสอน

                การเลือกสื่อการสอนเพื่อนำมาใช้ประกอบการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง  โดยผู้สอนจะต้องตั้งวัตถุประสงค์นั้นเป็นตัวชี้นำในการเลือกสื่อการสอนที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้  นอกจากนี้ยังมีหลักการอื่นๆ  เพื่อประกอบการพิจารณา  คือ
                 สื่อนั้นต้องสัมพันธ์กับเนื้อหาบทเรียนและจุดมุ่งหมายที่จะสอน
                         เลือกสื่อที่มีเนื้อหาถูกต้อง  ทันสมัย  น่าสนใจ  และเป็นสื่อที่ให้ผลต่อการเรียนการสอนมากที่สุด  ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหานั้นได้ดีเป็นลำดับขั้นตอน
                 เป็นสื่อที่เหมาะสมกับวัย  ระดับชั้น  ความรู้  และประสบการณ์ของผู้เรียน
                 สื่อนั้นควรสะดวกในการใช้  มีวิธีใช้ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
                 ต้องเป็นสื่อที่มีคุณภาพ  มีเทคนิคการผลิตที่ดี  มีความชัดเจนและเป็นจริง
                 มีราคาไม่แพงจนเกินไป  หรือถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

       
                               

 


หลักการใช้สื่อการสอน

                ภายหลังจากที่ผู้สอนได้เลือกและตัดสินใจแล้วว่าจะใช้สื่อประเภทใดบ้างในการสอนเพื่อให้เรียนสามารถเรียนรู้จากการถ่ายทอดเนื้อหาของสื่อนั้นได้ดีที่สุด  ผู้สอนจำเป็นต้องมีหลักในการใช้สื่อการสอนตามลำดับดังนี้ 
                 เตรียมตัวผู้สอน  เป็นการเตรียมตัวในการอ่าน  ฟังหรือดูเนื้อหาที่อยู่ในสื่อที่จะใช้ว่ามีเนื้อหาถูกต้อง  ครบถ้วน  และตรงกับที่ต้องการหรือไม่  ถ้าสื่อนั้นมีเนื้อหาไม่ควร  ผู้สอนจะเพิ่มโดยวิธีใดในจุดไหนบ้าง  จะมีวิธีใช้สื่ออย่างไร  เช่น  ใช้ภาพนิ่งเพื่อเป็นการนำบทเรียนที่จะสอน แล้วอธิบายเนื้อหาเกี่ยวกับบทเรียนนั้น  ต่อจากนั้นเป็นการให้ชมวีดิทัศน์เพื่อเสริมความรู้  และจบลงโดยการสรุปด้วยแผ่นโปร่งใสหรือสไลด์ในโปรแกรม  PowerPoint  อีกครั้งหนึ่งดังนี้ เป็นต้น  ขั้นตอนเหล่านี้ผู้สอนต้องเตรียมตัวโดยเขียนลงในแผนการสอนเพื่อการใช้สื่อได้ถูกต้อง
                 เตรียมจัดสภาพแวดล้อม  โดยการจัดเตรียมวัสดุ  เครื่องมือ  และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ให้พร้อม  ตลอดจนต้องเตรียมสถานที่หรือห้องเรียนให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมด้วย  เช่น  มีปากกาเขียนแผ่นโปร่งใสพร้อมแผ่นโปร่งใส  แถบวีดิทัศน์ที่นำมาฉายมีการกรอกกลับตั้งแต่ต้นเรื่องโทรทัศน์ต่อเข้ากับเครื่องเล่นวีดิทัศน์เรียบร้อย  ที่นั่งของผู้เรียนอยู่ในระยะที่เหมาะสม  ฯลฯ  สภาพแวดล้อมและ             ความพร้อมต่างๆเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยในการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความสะดวกราบรื่นไม่เสียเวลา
                 เตรียมพร้อมผู้เรียน  เป็นการเตรียมผู้เรียนโดยมีการแนะนำหรือให้ความคิดรวบยอดว่าเนื้อหาในสื่อเป็นอย่างไร  เพื่อให้ผู้เรียนเตรียมในการฟังดู  หรืออ่านเนื้อหาจากสื่อนั้นให้เข้าใจได้ดีและสามารถจับประเด็นสำคัญของเนื้อหาได้  หรือหากผู้เรียนมีการใช้สื่อด้วยตนเองผู้สอนต้องบอกวิธีการใช้ในกรณีที่เป็นอุปกรณ์ที่ผู้เรียนจะต้องมีกิจกรรมอะไรบ้าง  เช่น  มีการทดสอบ  การอภิปราย  การแสดง  หรือการปฏิบัติ  ฯลฯ  เพื่อผู้เรียนจะเตรียมตัวได้ถูกต้อง
                         การใช้สื่อ  ผู้สอนต้องใช้สื่อให้เหมาะกับขั้นตอนที่เตรียมไว้แล้วเพื่อดำเนินการสอนได้อย่างราบรื่น  และต้องควบคุมการเสนอสื่อให้ถูกต้อง  ตัวอย่างเช่น  ในการฉายวีดิทัศน์  ผู้สอนต้องปรับภาพที่ออกทางเครื่องรับโทรทัศน์ให้ชัดเจน  ปรับเสียงอย่าให้ดังจนรบกวนห้องเรียนอื่นหรือค่อยเกินไปจนผู้เรียนที่นั่งอยู่หลังห้องไม่ได้ยิน  ดูว่ามีแสงตกลงบนพื้นจอหรือไม่  หากใช้เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะต้องปรับระยะเครื่องฉายไม่ให้ภาพเบี้ยว  (keystone  effect ดังนี้เป็นต้น 
                 การประเมินติดตามผล  หลังจากมีการเสนอสื่อแล้ว  ควรมีการประเมินและติดตามผลโดยการให้ผู้เรียนตอบคำถาม  อภิปราย  หรือเขียนรายงาน  เพื่อเป็นการทดสอบว่าผู้เรียนเข้าใจบทเรียนและเรียนรู้จากสื่อที่เสนอไปนั้นอย่างถูกต้องหรือไม่  เพื่อผู้สอนจะได้สามารถทราบจุดบกพร่องและแก้ไขปรับปรุงการสอนของตนได้

ขั้นตอนการใช้สื่อการสอน

                การใช้สื่อการสอนนั้นอาจใช้เฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการสอน  หรือจะใช้ในทุกขั้นตอนก็ได้  ดังนี้
                 ขั้นนำสู่บทเรียน  เพื่อกระตุ้นให้เรียนเกิดความสนใจในเนื้อหาที่กำลังจะเรียนสื่อที่ใช้ในขั้นนี้จึงเป็นสื่อที่แสดงเนื้อหากว้างๆ  หรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเรียนในครั้งก่อนยังมิใช่สื่อที่เน้นเนื้อหาเจาะลึกจริง  อาจเป็นสื่อที่เป็นแนวปัญหาหรือเพื่อให้ผู้เรียนคิด  และควรเป็นสื่อที่ง่ายต่อการนำเสนอในระยะเวลาอันสั้น  เช่น  ภาพ  บัตรคำ  หรือเสียง  เป็นต้น
 ขั้นดำเนินการสอนหรือประกอบกิจกรรมการเรียน  เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะจะให้ความรู้เนื้อหาอย่างละเอียดเพื่อสนองวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  ผู้สอนจึงต้องเลือกสื่อให้ตรงกับเนื้อหาและวิธีการสอนหรืออาจจะใช้สื่อประสมก็ได้  ต้องมีการจัดลำดับขั้นตอนการใช้สื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียน  การใช้สื่อในขั้นนี้จะต้องเป็นสื่อที่เสนอความรู้อย่างละเอียดถูกต้องและชัดเจนแก่ผู้เรียน  เช่น  ของจริง  แผ่นโปร่งใส  กราฟ  วีดิทัศน์  แผ่นวีซีดี  หรือการทัศนศึกษานอกสถานที่  เป็นต้น 
 ขั้นวิเคราะห์และฝึกปฏิบัติ  เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ตรงแก่ผู้เรียนเพื่อให้ผู้เรียน              ได้ทดลองนำความรู้ด้านทฤษฏีหรือหลักการที่เรียนมาแล้วไปใช้แก้ปัญหาในขั้นฝึกหัดโดยการลงมือ        ฝึกปฏิบัติเอง  สื่อในขั้นนี้จึงเป็นสื่อที่เป็นประเด็นปัญหา  เทปเสียง  สมุดแบบฝึกหัด  ชุดการเรียน  หรือบทเรียนซีเอไอ  เป็นต้น
 ขั้นสรุปบทเรียน  เป็นการเน้นย้ำเนื้อหาให้มีความเข้าใจที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้           ขั้นสรุปนี้ควรใช้เพียงระยะเวลาน้อย  เช่น  แผนภูมิ  โปร่งใส  กราฟ  เป็นต้น
 ขั้นประเมินผู้เรียน  เป็นการทดสอบว่าผู้เรียนสามารถเรียนรู้หรือเข้าใจสิ่งที่เรียนไปถูกต้องมากน้อยเพียงใด  และบรรลุตามวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ตั้งไว้หรือไม่  สื่อในขั้นประเมินนี้มักจะเป็นคำถามจากเนื้อหาบทเรียนโดยอาจมีภาพประกอบด้วยก็ได้  อาจนำบัตรคำหรือสื่อที่ใช้ขั้นกิจกรรมการเรียนมาถามอีกครั้งหนึ่ง  และอาจเป็นการทดสอบโดยการปฏิบัติจากสื่อหรือการกระทำของผู้เรียนเพื่อทดสอบดูว่าผู้เรียนสามารถมีทักษะจากการฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่

   ประเภทและคุณสมบัติของสื่อการสอน

สื่อการสอนประเภทไม่ใช้เครื่องฉาย
วัสดุ  อุปกรณ์  เทคนิควิธีการ

วัสดุ / อุปกรณ์ / วิธีการ

ข้อดี
ข้อจำกัด
สิ่งพิมพ์ต่างๆเช่นหนังสือ
 ตำราเรียน  คู่มือ  วารสาร  ฯลฯ
-    เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง
-   สามารถอ่านได้ตามอัตราความสามารถแต่ละบุคคล
-   เหมาะสำหรับการอ้างอิง
-   สะดวกในการพกพา
-   ทำสำเนาจำนวนมากได้ง่าย
-   ถ้าจะให้ได้สิ่งพิมพ์ที่คุณภาพดีต้องใช้ต้นทุนในการผลิตสูง
-   บางครั้งต้องพิมพ์ใหม่เพื่อปรับปรุงข้อมูลที่ล้าสมัย
-   ผู้ที่ไม่รู้หนังสือไม่สามารถอ่านหรือทบทวนให้เข้าใจได้
-   ไม่สะดวกในการแก้ไขปรับปรุง
ของจริง  ของตัวอย่าง
-    แสดงภาพได้ตามความเป็นจริง
-   สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
-   สามารถจับต้องและพิจารณารายละเอียดได้
-   บางครั้งอาจจะลำบากในการจัดหา
-   ของบางสิ่งอาจมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำมาแสดงได้
-   บางครั้งของนั้นอาจมีราคาสูงเกินไป
-   ปกติเหมาะสำหรับ
-   การเสนอต่อกลุ่มย่อย
-   เก็บรักษาลำบาก
ของจำลอง  หุ่นจำลอง  ขนาดเท่า  ย่อส่วน  หรือ  ขยายของจริง-   อยู่ในลักษณะ   มิติ
-   สามารถจับต้องพิจารณารายละเอียดได้
-   เหมาะในการนำเสนอที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (เช่น  ลักษณะของอวัยวะภายในร่างกาย)
-   สามารถใช้แสดงหน้าที่และลักษณะส่วนประกอบ
-   ช่วยในการเรียนรู้และการปฏิบัติทักษะชนิดต่างๆ
-   หุ่นบางอย่างสามารถผลิตได้ด้วยวัสดุท้องถิ่นที่หาได้ง่าย
-   ต้องอาศัยความชำนาญในการผลิตส่วนมากจะราคาแพง
-   ปกติเหมาะสำหรับการแสดงต่อกลุ่มย่อย
-   ถ้าทำได้ไม่เหมือนของจริงทุกประการ บางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
วัสดุกราฟิก  เช่น แผนภูมิ  แผนภาพ    กราฟ  การ์ตูน  ภาพถ่าย  ภาพวาด ฯลฯ
-    ช่วยในการชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา
-   ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของเนื้อหา
-   สามารถจัดหาได้ง่ายจากสิ่งพิมพ์ต่างๆ
-   ผลิตได้ง่ายและสามารถผลิตได้จำนวนมาก
-   เก็บรักษาได้ง่ายด้วยวิธีผนึกภาพ
-   เหมาะสำหรับการเรียนในกลุ่มเล็ก
-   งานกราฟิกที่มีคุณภาพดี  จำเป็นต้องใช้ช่างเทคนิคที่มีความชำนาญในการผลิต
-   การใช้ภาพบางประเภท  เช่นภาพตัดส่วน  (sectional  drawings หรือภาพการ์ตูนอาจไม่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเข้าใจดีขึ้นเพราะไม่สามารถสัมพันธ์กับของจริงได้
กระดานชอล์ก
กระดานขาว








-   ต้นทุนในการผลิตต่ำ
-   สามารถเขียนงานกราฟิกได้หลายชนิด
-   ช่วยในการสร้างความเข้าใจตามลำดับเรื่องราวเนื้อหา
-   ผู้สอนต้องหันหลังให้กลุ่มผู้เรียนเมื่อเขียนกระดานทำให้ไม่สามารถควบคุมชั้นเรียนได้ดี
-   สามารถอ่านข้อความบนกระดานได้ไม่ไกลมากนัก  ทำให้กลุ่มผู้เรียนมีจำนวนจำกัด
-   ภาพ  หัวข้อ  หรือประเด็น  คำบรรยายต้องถูกลบไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก
-   ผู้สอนต้องมีความสามารถในการเขียนกระดานพอสมควร



กระดานผ้าสำลีและกระดานแม่เหล็ก
-   สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
-   วัสดุในการผลิตหาง่ายและสามารถผลิตได้เอง
-   เหมาะสำหรับแสดงความเกี่ยวกันของลำดับขั้นตอนเนื้อหา
 ช่วยดึงดูดความสนใจ
-   สามารถให้กลุ่มผู้เรียนร่วมใช้เพื่อสร้างความสนใจ
 ไม่เหมาะสำหรับผู้เรียนกลุ่มใหญ่
การจัดทัศนศึกษานอกสถานที่
-    ผู้เรียนสามารถสังเกตการณ์และมีส่วนร่วมได้ด้วยตนเอง
-   เปิดโอกาสให้ผู้เรียนร่วมทำงานเป็นกลุ่มและสร้างสรรค์ความรับผิดชอบร่วมกัน
-   สามารถจูงใจเป็นรายบุคคลได้ดี
-   ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
-   จัดเฉพาะผู้เรียนกลุ่มย่อย
-   ต้องเตรียมการและวางแผนโดยละเอียดรอบคอบ
เกม
-   ดึงดูดความสนใจให้สนุกในกิจกรรมการเรียน
-   มีความแปลกใหม่แตกต่างไปจากการเรียนปกติ
-   สร้างบรรยากาศให้รู้สึกพอใจและผ่อนคลายแก่ผู้เรียน
-   ดึงความสนใจในงานที่ต้องทำซ้ำๆกันได้ดีกว่าการเรียนด้วยการฝึกฝนธรรมดา
-   กิจกรรมที่มีการแข่งขันจะใช้ไม่ได้ผลกับผู้เรียนที่ไม่มีความชำนาญหรือไม่ชอบการแข่งขัน
-   เกิดความไขว้เขวได้ง่าย  จึงต้องอธิบายกฎเกณฑ์และวิธีการเล่นอย่างถูกต้อง
-   ต้องระวังในการเลือกเกมที่มีการออกแบบให้ตรงกับทักษะในการเรียน
การจำลอง(simulation)
เช่น  บทบาทสมมุติเครื่องจำลอง
-   มีการฝึกปฏิบัติทักษะในโลกของจริงภายใต้สภาวะที่คล้ายคลึงกับชีวิตจริง
-   สามารถฝึกปฏิบัติกิจกรรมที่เสี่ยงอันตรายได้โดยไม่เสี่ยงอันตรายได้โดยไม่เสี่ยงกับการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-   การจำลองมีแต่เฉพาะลักษณะสำคัญของสถานการณ์โดยละทิ้งรายละเอียดต่างๆเพื่อใช้ได้อย่างสะดวกไม่ยุ่งยากแก่ความเข้าใจ
-   ผู้เรียนต้องใช้เวลามากในสถานการณ์ของปัญหาและทดลองด้วยวิธีการต่างๆ
-   การให้เรียนในสภาวะจำลองที่ง่ายกว่าความเป็นจริงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ถ้าต้องเผชิญกับสถานการณ์ในชีวิตจริงที่ไม่ง่ายดายเหมือนที่เคยปฏิบัติมา
การจัดนิทรรศการ
-   เป็นการให้การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีครูบรรยาย
-   เร้าให้เกิดความสนใจใฝ่รู้ ในเรื่องราวที่เสนอ
-   ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการจัดสื่อประกอบเนื้อหาบทเรียนที่จะนำเสนอ
-   เสริมสร้างความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลและสร้างความสามัคคีในกลุ่ม



-   สถานที่จัดอาจไม่เหมาะสมทำให้ไม่มีผู้ชมมากเท่าที่ควร
-   อาจมีงบประมาณไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถจัดหาสื่อได้ตามต้องการ
  หากขาดการประชาสัมพันธ์ที่จูงใจจะทำให้มีผู้ชมน้อยส่งผลให้การจัดไม่ประสบผลตามที่ตั้งจุดมุ่งหมายไว้


การสาธิต
-   การนำเสนอการปฏิบัติและกรรมวิธีให้เห็นอย่างเป็นขั้นตอนได้ชัดเจน
 ใช้สอนทักษะได้เป็นอย่างดี
-   สร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนมีการรับรู้ร่วมกัน
-   กระตุ้นให้มีการซักถามและปฏิบัติตามขั้นตอนได้
-   ผู้สอนต้องมีทักษะความชำนาญในวิธีการสาธิตเป็นอย่างดีจึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น
  อาจเสียค่าใช้จ่ายสูง
-   อาจไม่สามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมในการสาธิตได้
การสอนแบบโปรแกรม
-   ผู้เรียนสามารถเรียนตามความสามารถของตน
-   ผู้เรียนจะต้องมีส่วนร่วมอย่างกระฉับกระเฉงในการเรียนและได้รับผลป้อนกลับทันที
-   ให้รูปแบบการเรียนรู้ที่เชื่อถือได้
-   ให้ประสิทธิผลสูงกว่าการสอนแบบธรรมดา
-   ต้องการออกแบบการเรียนที่ดีโดยผู้เชี่ยวชาญจึงจะทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพสูงสุดได้
-    การเรียนในบทเรียนเดียวซ้ำๆกันอาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนได้
-   เป็นลักษณะการสอนรายบุคคลจึงอาจทำให้ผู้เรียนขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม


 สื่อการเรียนการสอนประเภทใช้เครื่องฉาย


วัสดุและอุปกรณ์ประเภทเสนอภาพนิ่ง

วัสดุ
อุปกรณ์
ข้อดี
ข้อจำกัด
แผ่นโปร่งใสและเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ สามารถใช้ได้ในที่มีแสงสว่าง
 เหมาะสำหรับผู้เรียนกลุ่มใหญ่
 ผู้สอนหันหน้าเข้าหาผู้เรียนได้
 ผู้สอนสามารถเตรียมแผ่นโปร่งใสไว้ใช้ล่วงหน้า  หรือสามารถเขียนลงไปพร้อมทำการบรรยายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ
 แผ่นโปร่งใสบางประเภทสามารถแสดงให้การเคลื่อนไหวได้บ้าง
-   ถ้าจะผลิตแผ่นโปร่งใสมีลักษณะพิเศษจะต้องลงทุนสูง
-   ผู้เรียนไม่มีบทบาทร่วมในการใช้อุปกรณ์
สไลด์และเครื่องฉายสไลด์
 เหมาะสำหรับผู้เรียนกลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็ก
 ผลิตง่ายและทำสำเนาได้ง่ายเช่นกัน
 สามารถเปลี่ยนรูปในการสอนได้ตามความต้องการ
 สามารถปรับเปลี่ยนรูปได้ตามความต้องการของเนื้อเรื่อง
 ใช้สะดวก  เก็บรักษาง่าย
 ใช้ประกอบกับเครื่องบันทึกเสียงในการผสมสัญญาณเสียงและภาพ
 สามารถใช้ได้กับเครื่องฉายที่ใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่





ต้องฉายในห้องมืดพอสมควรยกเว้นจะมีจอ  Daylight  Screen
-   การถ่ายทำชุดสไลด์ที่ดีต้องมีการวางแผนทำบทสคริปต์  การถ่ายทำและการจัดภาพเป็นชุด
วัสดุทึบแสงและเครื่องฉายภาพทึบแสง
 สามารถขยายภาพถ่าย  ภาพเขียนหรือวัสดุทึบแสงให้เป็นภาพที่มองดูมีขนาดใหญ่ได้
 ใช้เป็นกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อเสนอภาพเคลื่อนไหวของวัตถุและการสาธิตภายในห้องเรียนได้
 ให้ภาพที่ชัดเจน  สามารถขยายภาพและข้อความจากสิ่งพิมพ์ให้อ่านได้อย่างทั่วถึง
 สามารถใช้กล้องตัวรองที่ฐานเครื่องเป็นกล้องวีดิทัศน์ที่ได้
-   ต้องใช้เครื่องในห้องที่มืดสนิทจึงจะเห็นภาพขยายได้ชัดเจน
-   เครื่องฉายภาพทึบแสงรุ่นเก่ามีขนาดใหญ่ทำให้ขนย้ายลำบาก
 ต้องมีความระวังในการติดตั้งและการเก็บเครื่องอย่างดี
เครื่องวีดีโอโปรเจกเตอร์ (video  projector) หรือเครื่องแอลซีดี (crystal  display)-   ใช้กับอุปกรณ์ได้หลายประเภท
-   สามารถเสนอภาพขนาดใหญ่จากอุปกรณ์ต่างๆ  เพื่อให้เห็นภาพได้อย่างทั่วถึง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์
-   ถ้าต้องการเสนอภาพคมชัดมากๆจะต้องใช้เครื่องที่มีราคาสูง
-   ต้องมีความรู้ในการต่อสายเข้ากับเครื่องให้ถูกต้อง
-   ต้องระวังในการใช้งานและการปิด/เปิดเพื่อถนอมหลอดฉาย



 สื่อการสอนประเภทใช้เครื่องฉาย


วัสดุและอุปกรณ์ประเภทเสนอภาพเคลื่อนไหว
 
วัสดุ
อุปกรณ์
ข้อดี
ข้อจำกัด
โทรทัศน์วงจรปิด
-  เหมาะสำหรับผู้เรียนกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
 ใช้ถ่ายทอดเหตุการณ์หรือการสอนที่ผู้เรียน/ผู้ชมไม่สามารถรวมกันอยู่ในบริเวณที่เรียน/ที่ชมพร้อมกันได้
 สามรถใช้ร่วมกับวีดีทัศน์ในการส่งภาพได้
-   รับภาพได้เฉพาะในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น
-   ถ้าต้องการถ่ายทอดภาพหลายจุดต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจอภาพในบริเวณต่างๆ
โทรทัศน์วงจรเปิด
 สามารถใช้ได้กับผู้เรียนหรือผู้ชมไม่จำกัดจำนวน  และสามารถแพร่สัญญาณไปได้ในระยะไกลๆ
-   ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
-   เหมาะสำหรับการใช้จูงใจ    สร้างทัศนคติและเสนอปัญหาให้ผู้เรียนคิดหรือเสริมสร้างการอภิปรายร่วมกัน
 ช่วยลดภาระของผู้สอนคือ    แทนที่จะต้องบรรยายหลายครั้งหรือหลายแห่งในหัวข้อเดียวกันต่อผู้เรียนหลายกลุ่ม    ก็ใช้การแพร่สัญญาณไปยังที่ต่างๆได้ในเวลาเดียวกัน

 การจัดรายการที่ดีต้องใช้ต้นทุนสูงมากและต้องใช้ช่างเทคนิคในการผลิตรายการ
-   เป็นสื่อสารทางเดียว  ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถถามข้อสงสัยได้ในทันที  และผู้สอนไม่สามารถทราบการตอบสนองของผู้เรียนได้
 รายการที่เสนออาจไม่ตรงกับตารางสอนหรือบทเรียน
วิดีทัศน์
 สามารถใช้ได้กับผู้เรียนกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
 สามารถซ้ำเมื่อผู้เรียนไม่เข้าใจหรือทบทวน
 แสดงการเคลื่อนไหวของภาพประกอบเสียงที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงของจริงมาก
 ต้นทุนอุปกรณ์และการผลิตที่มีคุณภาพดีมีราคาสูง  และต้องใช้ช่างเทคนิคในการผลิต/จัดรายการ
 ตัวอักษรที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์มีขนาดเล็กอ่านยาก
 แถบเทปเสื่อมสภาพได้ง่าย
แผ่นดีวีดี (DVD: digital versatile disc)

















 แผ่นมีความจุตั้งแต่4-17จิกะไบต์  ทำให้สามารถบันทึกภาพยนตร์ได้ทั้งเรื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนแผ่นใหม่ขณะเล่น
 คุณภาพของภาพบนแผ่นดีวีดีให้ความคมชัดมาก  โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับแถบวีดีทัศน์
 ให้เสียงดอลบีเซอร์ราวด์ช่วยให้การชมภาพยนตร์มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น
 สามารถเลือกชมตอนใดของภาพยนตร์โดยไม่ต้องเรียงตามเนื้อเรื่อง
-  เลือกเสียงได้หลายภาษา
 ไม่ยึดหรือเสียหายง่ายเหมือนแถบเทป
 สามารถทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดความสกปรกบนแผ่น
 เครื่องเล่นสามารถเล่นได้ทั้งแผ่นซีดีแผ่นวีซีดี  และแผ่นดีวีดี


-   แผ่นดีวีดีคุณภาพดียังมีราคาสูงพอควร
-   การบันทึกภาพยนตร์ลงแผ่นต้องใช้อุปกรณ์ราคาสูงพอควร
-   ผู้ใช้อาจไม่สะดวกในการบันทึก  ภาพยนตร์ลงแผ่นได้เอง













แผ่นวีซีดี  (vcd:video-compact   disc)
 คุณภาพของภาพบนแผ่นวีซีดีให้ความคมชัดมากกว่าแถบวีดีทัศน์
 ไม่มีการยึดเหมือนแถบวีดีทัศน์
 เครื่องเล่นแผ่นวีซีดีสามารถเล่นแผ่นซีดีได้ด้วย
 ทำความสะอาดได้ง่ายหากเกิดความสกปรกบนแผ่น
 ผู้ใช้อาจไม่สะดวกในการบันทึกภาพยนตร์ลงแผ่นได้เองเหมือนการใช้แถบวีดีทัศน์
-   แผ่นมาตรฐานสูงไม่สามารถใช้เล่นเครื่องเล่นมาตรฐานธรรมดาได้

สื่อการสอนประเภทเครื่องเสียง
 
วัสดุ / อุปกรณ์ 

ข้อดี
ข้อจำกัด
วิทยุ
-   สามารถใช้กับผู้เรียนกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่  หรือรายบุคคล
-   ระยะกระจายเสียงกว้างและถ่ายทอดได้ในระยะไกลๆ
-   ลดภาระของผู้สอนหรือผู้บรรยายในการเดินทางไปสอนในที่ต่างๆ
-   สามารถให้ความรู้แก่ผู้ที่ไม่สามารถอ่านเขียนจากใช้ทักษะในการฟังเพียงอย่างเดียว
-   ดึงดูดความสนใจได้ดี
-   เครื่องรับวิทยุราคาถูกและสามารถใช้กับแบตเตอรี่ได้
-   สามารถใช้กับสื่ออื่น  เช่น  สิ่งพิมพ์ 


-   ต้องใช้ห้องที่ทำขึ้นเฉพาะเพื่อการกระจายเสียง
-   ผู้ฟังหรือเรียนต้องปรับตัวเข้าหารายการ  เนื่องจากผู้บรรยายไม่สามารถปรับตัวเข้าหาผู้ฟังได้
-   เป็นการสื่อสารทางเดียวทำให้ผู้บรรยายไม่สามารถทราบปฏิกิริยาสนองกลับของผู้ฟัง
เทปบันทึกเสียง
-   ใช้ได้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้เรียน
-   เหมาะสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือกับกลุ่มย่อย
-   การเปิด/ปิด/เดินหน้า  ย้อนกลับสามารถทำได้สะดวก
-   ต้นทุนการผลิตต่ำ
-   อุปกรณ์ราคาถูกและสามารถใช้กับแบตเตอรี่ได้
-   ใช้ได้หลายสภาวการณ์  เช่น ใช้ประกอบสไลด์  ใช้บันทึกเสียงที่ไม่สามารถฟังได้ทั่วถึง  เช่น  ฟังการเต้นของหัวใจ  เป็นต้น
-   การบันทึกเสียงที่คุณภาพดีจำเป็นต้องใช้ห้องและอุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพสูง
-   ต้องมีความชำนาญพอสมควรในการตัดต่อเทป
-   ต้องระมัดระวังในการเก็บรักษา
แผ่นซีดี  (CD:compact disc)



-   บันทึกเสียงประเภทต่างๆในระบบดิจิทัลที่ให้ความคมชัดมาก
 เรียกค้นข้อมูลเสียงได้รวดเร็ว
 มีความทนทานใช้งานได้นาน
 ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะแก่การพกพา
-   ไม่สามารถบันทึกได้ถ้าใช้แผ่น  CD-R
-   เครื่องเล่นมีราคาสูงกว่าเครื่องเล่นเทปเสียง

สื่อประสมเชิงโต้ตอบ  (Interactive  Multimedia)
 
วัสดุ / อุปกรณ์
ข้อดี
ข้อจำกัด
คอมพิวเตอร์
-   ใช้งานได้หลายประเภท  เช่นคำนวณ  จัดเก็บฐานข้อมูล  งานกราฟิก  จัดหน้าสิ่งพิมพ์  ฯลฯ
-   ใช้แก้ปัญหาต่างๆที่ซับซ้อน
-   เสนอข้อมูลได้หลายประเภท
-   มีการโต้ตอบกับผู้เรียน
-   สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในหน่วยความจำอื่น  เช่น  แผ่นซีดี
-   ใช้ร่วมกับโมเด็มหรือแบบไร้สายเพื่อใช้บนอินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารข้อมูลกับฐานข้อมูลอื่นๆได้ทั่วโลก
-   ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารได้  เช่น  การรับส่งเมล  การประชุมทางไกล ฯลฯ
-   เครื่องกระเป๋าหิ้วและแบบมือถือมีขนาดเล็กเหมาะแก่การพกพาไปใช้ในที่ต่างๆได้
-   เครื่องที่มีสมรรถนะการใช้งานสูงจะมีราคาสูงพอสมควร
-   ต้องมีการบำรุงรักษาตามระยะเวลา
-   ต้องใช้กับโปรแกรมซอฟต์แวร์ประเภทต่างๆ  จึงจะใช้งานได้
-   มีการเปลี่ยนแปลงด้านอุปกรณ์  เช่น  ความเร็วต่างๆจนทำให้เครื่องที่มีอยู่ล้าสมัยได้เร็ว






บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (ซีเอไอ) (computer-assisted    instruction : CAI)




-   ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับบทเรียนได้
-   สามารถให้ผลป้อนกลับได้ในทันที
-   มีรูปแบบบทเรียนให้เลือกใช้มากมาย  เช่น  การสอน  ทบทวน  เกม         การจำลอง
-   เสนอบทเรียนได้ทั้งลักษณะตัวอักษรภาพ  และเสียง
-   ผู้เรียนสามารถทบทวนเนื้อหา
    บทเรียนและทำกิจกรรมได้ตามความสามารถของตนในลักษณะการศึกษารายบุคคล

-   ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรมบทเรียน
-   โปรแกรมซอฟต์แวร์บางประเภทมีราคาสูงพอควร

           
แผ่นซีดี  ซีดีอาร์ และ  ซีดีอาร์ดับเบิลยู   (CR-Rom,CD-R,CD-RW)







-   สามารถบันทึกข้อมูลได้มากถึง  700     เมกะไบต์
-   บันทึกข้อมูลได้ทั้งตัวอักษร  ภาพนิ่ง  กราฟิก  แอนิเมชั่น  เคลื่อนไหวแบบวีดีทัศน์  และเสียง
-   ไม่มีการเผลอลบข้อมูลที่บันทึกไว้  แล้ว
-   ค้นข้อมูลได้เร็วและถูกต้อง
-   มีอายุการใช้งานนานและยากแก่การบุบสลาย
 ขนาดเล็กกะทัดรัดเหมาะแก่การพกพา
-   แผ่นซีดีรอมและแผ่นซีดีอาร์จะไม่สามารถบันทึกทับข้อมูลเดิมได้
-   ต้องใช้เล่นร่วมกับคอมพิวเตอร์









รูปแบบและวิธีการการใช้เทคโนโลยี

ในการเรียนการสอน

รูปแบบ/วิธีการ
ข้อดี
ข้อจำกัด
สื่อหลายมิติ(hypermedia)
-   สามารถอ่านเนื้อหาในตอนใดที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเรียงตามลำดับเชื่อมโยงข้อมูลได้สะดวก
-   เนื้อหาบทเรียนมีทั้งภาพกราฟิก       ภาพวีดีทัศน์  เสียงพูด    เสียงดนตรี
-   ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับบทเรียนและได้รับผลป้อนกลับทันที

-   ต้องใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงในการผลิตบทเรียน
  ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการสร้างบทเรียน
-   ต้องใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ 
     คุณภาพสูง
-   การผลิตบทเรียนที่ดีต้องใช้อุปกรณ์ร่วมหลายอย่าง   เช่น  เครื่องเสียง  กล้องดิจิทัล  
อินเทอร์เน็ต (Internet)
-   ค้นคว้าข้อมูลได้ทั่วโลก
-   ติดตามข่าวสารความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
-   สนทนากับผู้ที่อยู่ห่างไกล
-   รับส่งไปรษณีย์  รูปแบบข้อความ  ภาพ  และเสียงได้
-   ใช้ในการเรียนการสอนได้มากมายหลายรูปแบบ  เช่นการสอนบนเว็บทางไกล
-   ข้อมูลที่ได้อาจไม่ถูกต้องเพราะไม่มีใครรับรอง
  ต้องมีการศึกษาใช้งานเพื่อสืบค้นข้อมูล
-   ประชาชนไม่มีความรู้ด้านไอที
เวิลด์ไวด์เว็บ
(World  Wide Web)
-   ผู้เรียนใช้ได้ทุกคน
-   เป็นเทคโนโลยีราคาถูก
-   ผู้เรียนด้วยเว็บสามารถเรียน  ณ  ที่ใดที่หนึ่งได้สะดวก
-   สามารถสื่อสารระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนได้
-   การสื่อสารยังใช้แบนด์วิดท์แคบทำให้สื่อสารการสอนที่ส่งบนเว็บจำกัดอยู่เพียงข้อความและภาพนิ่งเป็นส่วนมาก
-   ไม่เหมาะกับวัฒนธรรมบางประเทศที่เคร่งต่อประเพณีเก่า
-   ผู้เรียนอาจได้ดูเว็บไม่ปกติ

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์      (e-mail)  
-  ช่วยในเรื่องของเวลา
 เปิดโอกาสให้สอบถามเป็นการส่วนตัว
 สามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้
 ไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติได้
-   อาจเกิดความผิดพลาดในเวลาที่ไม่ต่อเนื่อง
การสอนบนเว็บWBI : (web-based  instruction)
-   ขยายโอกาสให้ผู้เรียนรอบโลก
-   เรียนด้วยการสื่อสารหลายแบบ
-   มีการเรียนทั้งแบบประสานเวลาและแบบไม่ประสานเวลา
 ผู้สอนและเรียนอาจไม่พบหน้ากันเลย  อาจทำให้ผู้เรียนบางคนอึดอัดและไม่สะดวกในการเรียน
-   ผู้สอนต้องใช้เวลาเตรียมการสอนมากกว่าปกติ
-   ผู้เรียนต้องรู้จักควบคุมการเรียนของตนเองจึงจะประสบผลสำเร็จในการเรียนได้
การส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม
-   ถึงแม้จะมีการลงทุนค่อนข้างสูงในเบื้องต้นในเรื่องของห้องสตูดิโอและอุปกรณ์รับสัญญาณแต่สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นสิ่งเปลืองเหมือนวัสดุอื่น
-    เป็นการลงทุนอย่างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความสามารถในการรับบทเรียนและการสอนเพื่อผู้เรียนกลุ่มใหญ่
-   การบรรยายบทเรียนเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้เรียนทุกแห่ง
-   สามารถใช้รูปแบบการสื่อสารสองทางเมื่อใช้ร่วมกับโทรศัพท์
 ต้องใช้ทุนสูงในการเริ่มต้น  รวมถึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคในการดำเนินในการดำเนินงาน
-   หากเป็นการรับสัญญาณผ่านโทรทัศน์จะไม่มีลักษณะการยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาและสถานที่เรียนเหมือนการเรียนบนเว็บ
-   ความจำเป็นในการอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอน  การรักษาความปลอดภัย  ต้องเพิ่มงบประมาณมากขึ้นกว่าปกติ



การประชุมทางไกลด้วยวีดีทัศน์
-   ประหยัดเวลาในการเดินทางของผู้สอน
-   ผู้สอนไม่จำเป็นต้องปรับวิธีการสอนมากนักจากวิธีการเรียนในชั้นเรียน
-   สามารถส่งภาพและเสียงไปพร้อมกันได้
-  หากเป็นการรับภาพทางโทรทัศน์ต้องใช้ต้นทุนสูง  ต้องปรับปรุงห้องเรียนเช่น    มีแสงเพียงพอ  ระบบเสียงดี
-   หากรับภาพทางอินเทอร์เน็ตต้องใช้กล้องที่มีคุณภาพสูงเพื่อส่งภาพที่มีคุณภาพซึ่งย่อมมีราคาสูงตามไปด้วย
เทคโนโลยีไร้สาย



















 ระบบเคลื่อนที่ทำให้คล่องตัวในการใช้งาน  ผู้สอนเป็นอิสระในการเดินดูผู้เรียนทั่วห้อง  และผู้เรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกสถานที่ไม่จำเป็นต้องนั่งเฉพาะในห้องเรียน
-   เกิดความยืดหยุ่นในการเรียนการสอนทั้งรูปแบบและวิธีการ
-   เชื่อมต่อเว็บได้ทันทีเพื่อการสื่อสารและความร่วมมือในการทำงาน
-   เพิ่มความสามารถ  เพิ่มความสามารถในการทำงานด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าแบบเดิม
-   ใช้การสื่อสารด้วยเสียงบนอินเทอร์เน็ตได้ในห้องเรียนที่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้
 ประหยัดค่าใช้จ่ายทำให้ไม่ต้องเสียค่าเดินสายเคเบิลในอาคารและบริเวณโดยรอบ


-   อุปกรณ์ไร้สายจะมีราคาสูงกว่า  อุปกรณ์ใช้สาย
-   ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในเรื่องของการ์ดเพื่อการสื่อสารหากใช้คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ไม่มีเสาอากาศไร้สาย















ที่มา  :   ชัยยงค์     พรหมวงค์     การบริหารองค์กรเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
        


 






















































































































12 ความคิดเห็น:

  1. สื่อการเรียนการสอน



    สื่อการเรียนการสอนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนการสอนในแต่ละคาบทั้งนี้เพราะสื่อการเรียนการสอนมีคุณค่าและประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน คือ
    1. ช่วยให้ครูกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการตอบสนองตามที่คาดหวัง จะให้เกิดในตัวนักเรียน
    2. ช่วยให้ครูจัดประสบการณ์ให้ นักเรียนได้หลายรูปแบบ เช่น ใช้เทปเสียง วีดีทัศน์ การสาธิต หรือ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
    3. ช่วยครูในการเพิ่มพูนประสบการณ์ ความรู้ให้แก่นักเรียน เช่น ทำรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ สไลด์ มาให้เด็กชม
    4. ช่วยครูจำลองของแทนของจริงที่ไม่สามารถนำมาให้ดูได้ เช่นการเดินทางของดวงจันทร์หมุนรอบโลก ลูdโลก
    5. ช่วยครูสื่อความหมายกับนักเรียนได้ดีขึ้น


    ครูสามารถใช้สื่อได้ 2 วิธี คือ
    วิธีแรก ครูใช้สื่อในการเรียนการสอนโดยยึดวัตถุประสงค์ เนื้อหา และกิจกรรมเสนอให้นักเรียนดูโดยตรง เช่น การใช้ บทเรียนสำเร็จรูป ชุดรูปภาพ
    วิธีที่สอง ครูใช้สื่อเป็นองค์ประกอบอยู่ในกระบวนการเรียนการสอน โดยครูและสื่อจะต้องเข้าไปสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมและตัวนักเรียน เช่น การใช้วีดิทัศน์เป็นสื่ออันหนึ่งในการเรียนการสอน เมื่อชมวีดิทัศน์แล้ว มีกิจกรรมอื่นตามมา เช่น มีใบงาน ให้อภิปราย ตอบคำถาม สรุป เป็นต้น
    หลักในการเลือกสื่อการเรียนการสอน
    ในการเรียนการสอนแต่ละครั้ง ครูควรพิจารณาเลือกใช้สื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเรื่องต่อไปนี้ จะช่วยให้ผู้เรียนสนใจ สนุกสนาน และบรรลุวัตถุประสงค์
    1. ความเหมาะสม สื่อเหมาะกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์
    2. ความถูกต้อง สื่อช่วยให้นักเรียนได้ข้อสรุปถูกต้อง
    3. ความเข้าใจ สื่อช่วยให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
    4. ประสบการณ์ที่ได้รับ สื่อช่วย เพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน
    5. เหมาะสมกับวัย สื่อมีความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถ ความสนใจและความต้องการของ ผู้เรียน
    6. เที่ยงตรงในเนื้อหา สื่อช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้เนื้อหาที่ถูกต้อง
    7. ใช้การได้ดี เพื่อใช้สื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้
    8. คุ้มกับราคา ผลที่ได้คุ้มกับเวลา เงิน และการเตรียม
    9. ตรงกับความต้องการ สื่อนั้นช่วยให้นักเรียนร่วมกิจกรรมตามที่ครูต้องการ
    10. ช่วงเวลา ความสนใจ สื่อช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจ ช่วงเวลานานพอสมควร

    แนวการผลิตและเลือกสื่อการสอนเป็นรายหมวดวิชา
    การผลิตสื่อการสอนเป็นรายหมวดวิชาแตกต่างกันไปตามธรรมชาติ และลักษณะ เนื้อหาของหมวดวิชาต่าง ๆ
    ต่อไปนี้จะเสนอแนวการผลิตสื่อการสอนพอเป็นพื้นฐานเพียงบางหมวดวิชา
    ก. แนวทางผลิตและเลือกสื่อการสอนหมวดวิชาภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ
    โดยที่ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษเป็นวิชาทักษะ การใช้สื่อการสอนทั้งสองวิชาต้องคำนึงถึงหลักบูรณาการสื่อที่จะช่วยให้

    ผู้เรียนได้มีพัฒนาการทางการใช้ภาษาทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน





    .

    ตอบลบ
  2. การผลิตสื่อการสอนวิชาภาษาไทย/อังกฤษ มีแนวดังนี้




    1. ควรผลิตและเลือกสื่อที่จะเอื้อต่อลำดับขั้นของการพัฒนาทักษะทางภาษาทั้ง 4 ด้าน
    2. ควรเน้นการใช้สื่อที่จะให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการฝึกปฏิบัติทั้งที่เป็นสถานการณ์จริง คือ การได้ฟัง พูดอ่านและเขียนจริง หรือในสถานการณ์จำลองที่มีสื่อโสตทัศน์ เช่น เครื่องบันทึกเสียงเข้าช่วย
    3. ควรผลิตและเลือกสื่อที่ครอบคลุมสื่อประเภทวัสดุประเภทของจริงที่พบหาได้ในชีวิตประจำวัน และสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น แบบเรียน ภาพชุด บัตรคำต่าง ๆ
    4. ควรผลิตและเลือกสื่อประเภทอุปกรณ์ที่ช่วยนักเรียนให้ได้ฝึกทักษะทางภาษา เช่น เครื่องฝึกผสมคำหรือผสมประโยค เครื่องบันทึกเสียง สำหรับฝึกการออกเสียง เป็นต้น
    5. ควรจัดให้มีสื่อประเภทวิธีการ เช่น การสนทนา โต้ตอบระหว่างครูกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน การเล่นแสดงบทบาทการเล่นละคร และการเล่นเกม ฝึกทักษะต่าง ๆ




    .

    ตอบลบ
  3. แนวทางการผลิตและเลือกสื่อการสอนหมวดวิชาคณิตศาสตร์





    วิชาคณิตศาสตร์ เป็นทักษะเชิงสติปัญญาที่ต้องใช้กระบวนการทางสติปัญญาสูงกว่าทักษะทางกายอื่นๆ เนื้อหาสาระทางคณิตศาสตร์เป็นประสบการณ์นามธรรม สิ่งที่ผู้เรียนได้พบเห็นส่วนใหญ่เป็นสัญลักษณ์แทนจำนวน ผู้เรียนที่มีประสบการณ์น้อยจะมีปัญหาด้านนามธรรม การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ จึงมุ่งไปที่การสร้างสภาพการณ์และประสบการณ์รูปธรรม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจประสบการณ์นามธรรมดีขึ้น สื่อการสอนคณิตศาสตร์ จึงมีตั้งแต่วัสดุที่ใช้แทนจำนวนไปจนถึงสื่อที่สามารถแสดงให้เห็นกระบวนการทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง เช่น แสดงการเกิดสมการทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ในรูปของภาพยนตร์หรือเทปโทรทัศน์ เป็นต้น

    การผลิตและเลือกสื่อการสอนวิชาคณิตศาสตร์มีข้อคิดดังนี้
    1. ต้องผลิตสื่อตามเนื้อหาที่ผ่านการวิเคราะห์แล้ว โดยกำหนดเป็นหน่วยที่แยกย่อยลงไปจนถึงหนึ่งหน่วยต่อการสอน 1 ครั้ง
    2. ควรผลิตและเลือกสื่อการสอนในลักษณะที่มีสื่อมาประกอบกันเป็นชุดการสอน 1 ชุด สำหรับการสอน 1 ครั้ง โดยมีชุดอุปกรณ์หรือ “KIT” ประกอบด้วย
    3. ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า การสอนคณิตศาสตร์ทำไม่ได้เพียงด้วยการพูดให้ฟัง ดังนั้นจึงควรผลิตและใช้สื่อการสอนในทุกโอกาสที่จะทำได้
    4. การผลิตและเลือกสื่อการสอน ควรคำนึงถึงธรรมชาติของสื่อในการที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ รูปธรรมให้ ผู้เรียนมากที่สุด ทั้งที่เป็นสื่อที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น เช่น เมล็ดพืช ก้อนกรวด ก้อนหิน ฯลฯ และสื่อที่มีผู้ผลิตจำหน่าย เช่น ไม้บล๊อค หรือภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นการเกิดรูปทรงต่าง ๆ โดยเทคนิคการสร้างภาพเคลื่อนไหวเข้าช่วย
    5. การเรียนคณิตศาสตร์ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน การฝึกฝนแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ จึงเป็นกิจกรรมที่ต้องบูรณาการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตสื่อการสอนคณิตศาสตร์
    6. ก่อนผลิตและเลือกสื่อการสอนคณิตศาสตร์ ครูควรได้ศึกษาวิธีการจากระบบสื่อการสอนคณิตศาสตร์ที่มีผู้คิดขึ้นแล้ว เพื่อเป็นแนวทางในการผลิตสื่อ






    .

    ตอบลบ
  4. แนวการผลิตและเลือกสื่อการเรียนการสอนหมวดวิชาวิทยาศาสตร์




    วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยธรรมชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติปรากฏการณ์ตามธรรมชาติและการนำทฤษฎีหรือหลักการมาใช้ให้เกิดประโยชน์ หรืออีกนัยหนึ่งวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นรอบตัวมนุษย์ การสอนวิทยาศาสตร์จึงสามารถใช้ธรรมชาติเป็นสื่อการสอนได้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ทดลองปฏิบัติให้เกิดประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง
    การผลิตและเลือกสื่อการสอนวิชา วิทยาศาสตร์มีแนวคิดดังนี้
    1. อุปกรณ์การสอนวิทยาศาสตร์ครอบคลุมวัสดุอุปกรณ์ และวิธีการที่สามารถจัดหาและผลิตขึ้นมาได้เองในท้องถิ่นและที่มีผู้ผลิตจำหน่ายครูจึงควรพิจารณาผลิตและเลือกสื่อการสอนที่เหมาะสม
    2. ควรถือว่ากิจกรรมภาคปฏิบัติ เช่น การทดลองในห้องปฏิบัติการเป็นสื่อการสอนสำคัญที่ครูควรจัดให้แก่นักเรียน มิใช่การสอนวิทยาศาสตร์เพียงด้วยการพูดให้ฟัง หรือให้นักเรียนจดตามกระดานดำ
    3. อุปกรณ์การทดลองบางอย่าง ครูสามารถผลิตสื่อทดแทนขึ้นใช้เองได้แต่อุปกรณ์บางอย่างและสารเคมีบางประเภท ทางโรงเรียนควรต้องหางบประมาณซื้อหามาไว้ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์





    .

    ตอบลบ
  5. การผลิตและเลือกสื่อการสอนวิชาสังคมศึกษา



    สังคมศึกษาเป็นวิชาที่ว่าด้วยมนุษย์และความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสมาชิกอื่นในสังคม ตัวผู้เรียน โรงเรียนและชุมชน จึงเป็นสื่อการสอนวิชาสังคมศึกษาที่ครูสามารถจะนำมาใช้ได้เสมอ

    การผลิตและเลือกสื่อการสอนหมวดวิชาสังคมศึกษามีข้อคิดดังนี้
    1. ควรผลิตและเลือกสื่อการสอนสังคมศึกษาที่ครอบคลุมทั้งวัสดุ อุปกรณ์และวิธีการสื่อที่ผลิตและเลือกหาได้ง่าย คือ ภาพชุดต่าง ๆ
    2. ควรจัดให้สื่อประเภทวิธีการ ได้แก่ กิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การเล่นเกม และกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เป็นต้น
    3. ครูควรถือว่าการสอนสังคมศึกษา ไม่ควรจำกัดเพียงแต่ในห้องเรียนเท่านั้น แต่ควรถือว่ากิจกรรมนอกห้องเรียนและกิจกรรมในชุมชนเป็นสื่อการสอนสังคมศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูง และทำให้การเรียนวิชาสังคมศึกษาสนุกสนาน

    4. การสอนสังคมศึกษาด้วยการพูดให้ฟังหรือบอกให้จด เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย ครูจึงควรจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติมากกว่าการฟังจากครูฝ่ายเดียว ครูจึงควรจัดหาสื่อการสอนที่จะช่วยจัดสภาพการณ์ให้นักเรียนได้ฝึกฝนมากกว่าเรียนจากการฟัง



    เอกสารอ้างอิง



    มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. สื่อการสอนระดับมัธยมศึกษา เล่มที่ 1 หน่วยที่ 1–5. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสามเจริญพานิช, 2525.
    สุนันท์ สังข์อ่อง . สื่อการสอนและ นวัตกรรมทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์, 2526.





    .

    ตอบลบ
  6. สื่อการสอนคืออะไร?




    สื่อการสอน (Instruction Media) หมายถึง วัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวกลางหรือพาหะ
    ในการถ่ายทอดความรู้ ทัศนคติ ทักษะและประสบการณ์ไปสู่ผู้เรียน สื่อการสอนแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติพิเศษและมีคุณค่า
    ในตัวของมันเองในการเก็บและแสดงความหมายที่เหมาะสมกับเนื้อหาและเทคนิควิธีการใช้อย่างมีระบบ

    คุณสมบัติของสื่อการสอน

    สื่อการสอนมีคุณสมบัติพิเศษ 3 ประการ คือ
    1. สามารถจัดยึดประสบการณ์กิจกรรมและการกระทำต่าง ๆ ไว้ได้อย่างคงทนถาวร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในอดีต
    หรือปัจจุบัน ทั้งในลักษณะของรูปภาพ เสียง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้ตามความต้องการ
    2. สามารถจัดแจงจัดการและปรุงแต่งประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ใช้ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน
    เพราะสื่อการสอนบางชนิด สามารถใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเอาชนะข้อจำกัดในด้านขนาด ระยะทาง เวลา และความเป็นนามธรรม
    ของประสบการณ์ตามธรรมชาติได้
    3. สามารถแจกจ่ายและขยายของข่าวสารออกเป็นหลาย ๆ ฉบับเพื่อเผยแพร่สู่คนจำนวนมาก และสามารถใช้ซ้ำ ๆ ได้
    หลาย ๆ ครั้ง ทำให้สามารถแก้ปัญหาในด้านการเรียนการสอนต่าง ๆ ทั้งการศึกษาในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน
    ได้เป็นอย่างดี

    คุณค่าของสื่อการสอน

    1. เป็นศูนย์รวมความสนใจของผู้เรียน
    2. ทำให้บทเรียนเป็นที่น่าสนใจ
    3. ช่วยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์กว้างขวาง
    4. ทำให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ร่วมกัน
    5. แสดงความหมายและสัญลักษณ์ต่าง ๆ
    6. ให้ความหมายแก่คำที่เป็นนามธรรมได้
    7. แสดงสิ่งที่ลี้ลับให้เข้าใจง่าย
    8. อธิบายสิ่งที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายขึ้น
    9. สามารถเอาชนะข้อจำกัดต่าง ๆ เกี่ยวกับเวลา ระยะทางและขนาดได้ เช่น
    9.1 ทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวช้าให้เร็วขึ้นได้
    9.2 ทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วให้ช้าลงได้
    9.3 ย่อสิ่งที่ใหญ่เกินไปให้เล็กลงได้
    9.4 ขยายสิ่งที่เล็กเกินไปให้ใหญ่ขึ้นได้
    9.5 นำสิ่งที่อยู่ไกลเกินไปมาศึกษาได้
    9.6 นำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาให้ดูได้

    คุณค่าของสื่อการสอน จำแนกได้ 3 ด้าน คือ

    1. คุณค่าด้านวิชาการ
    1.1 ทำให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ตรง
    1.2 ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีกว่าและมากกว่าไม่ใช่สื่อการสอน
    1.3 ลักษณะที่เป็นรูปธรรมของสื่อการสอน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความหมายของสิ่งต่าง ๆ ได้กว้างขวางและ
    เป็นแนวทางให้เข้าใจสิ่งนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น
    1.4 ส่วนเสริมด้านความคิด และการแก้ปัญหา
    1.5 ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ถูกต้อง และจำเรื่องราวได้มากและได้นาน
    1.6 สื่อการสอนบางชนิด ช่วยเร่งทักษะในการเรียนรู้ เช่น ภาพยนตร์ ภาพนิ่ง เป็นต้น
    2. คุณค่าด้านจิตวิทยาการเรียนรู้
    2.1 ทำให้เกิดความสนใจ และต้องเรียนรู้ในสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น
    2.2 ทำให้เกิดความคิดรวบยอดเป็นเพียงอย่างเดียว
    2.3 เร้าความสนใจ ทำให้เกิดความพึงพอใจ และยั่วยุให้กระทำกิจกรรมด้วยตนเอง
    3. คุณค่าด้านเศรษฐกิจการศึกษา
    3.1 ช่วยให้ผู้เรียนที่เรียนช้าเรียนได้เร็วและมากขึ้น
    3.2 ประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ
    3.3 ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้เหมือนกันครั้งละหลาย ๆ คน
    3.4 ช่วยขจัดปัญหาเรื่องเวลา สถานที่ ขนาด และระยะทาง



    .

    ตอบลบ
  7. ประเภทของสื่อการสอน

    การจำแนกสื่อการสอนตามคุณสมบัติ
    ชัยยงค์ พรมวงศ์ (2523 : 112) ได้กล่าวไว้ว่า สื่อการสอนแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
    1. วัสดุ (Materials) เป็นสื่อเล็กหรือสื่อเบา บางทีเรียกว่า Soft Ware สื่อประเภทนี้ผุพังได้ง่าย เช่น
    - แผนภูมิ (Charts)
    - แผนภาพ (Diagrams)
    - ภาพถ่าย (Poster)
    - โปสเตอร์ (Drawing)
    - ภาพเขียน (Drawing)
    - ภาพโปร่งใส (Transparencies)
    - ฟิล์มสตริป (Filmstrip)
    - แถบเทปบันทึกภาพ (Video Tapes)
    - เทปเสียง (Tapes) ฯลฯ
    2. อุปกรณ์ (Equipment) เป็นสื่อใหญ่หรือหนัก บางทีเรียกว่า สื่อ Hardware สื่อประเภทนี้ได้แก่
    - เครื่องฉายข้ามศีรษะ (Overhead Projectors)
    - เครื่องฉายสไลค์ (Slide Projectors)
    - เครื่องฉายภาพยนตร์ (Motion Picture Projectors)
    - เครื่องเทปบันทึกเสียง (Tape Receivers)
    - เครื่องรับวิทยุ (Radio Receivers)
    - เครื่องรับโทรทัศน์ (Television Receivers)
    3. วิธีการ เทคนิค หรือกิจกรรม (Method Technique or Activities) ได้แก่
    - บทบาทสมมุติ (Role Playing)
    - สถานการณ์จำลอง (Simulation)
    - การสาธิต (Demonstration)
    - การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips)
    - การจัดนิทรรศการ (Exhibition)
    - กระบะทราย (Sand Trays)

    การจำแนกสื่อการสอนตามแบบ (Form)
    ชอร์ส (Shorse. 1960 : 11) ได้จำแนกสื่อการสอนตามแบบเป็นหมวดหมู่ดังนี้
    1. สิ่งพิมพ์ (Printed Materials)
    - หนังสือแบบเรียน (Text Books)
    - หนังสืออุเทศก์ (Reference Books)
    - หนังสืออ่านประกอบ (Reading Books)
    - นิตยสารหรือวารสาร (Serials)
    2. วัสดุกราฟิก (Graphic Materials)
    - แผนภูมิ (Chats)
    - แผนสถิติ (Graph)
    - แผนภาพ (Diagrams)
    - โปสเตอร์ (Poster)
    - การ์ตูน (Cartoons)
    3. วัสดุและเครื่องฉาย (Projector materials and Equipment)
    - เครื่องฉายภาพนิ่ง (Still Picture Projector)
    - เครื่องฉายภาพเคลื่อนไหว (Motion Picture Projector)
    - เครื่องฉายข้ามศีรษะ (Overhead Projector)
    - ฟิล์มสไลด์ (Slides)
    - ฟิล์มภาพยนตร์ (Films)
    - แผ่นโปร่งใส (Transparancies)
    4. วัสดุถ่ายทอดเสียง (Transmission)
    - เครื่องเล่นแผ่นเสียง (Disc Recording)
    - เครื่องบันทึกเสียง (Tape Recorder)
    - เครื่องรับวิทยุ (Radio Receiver)
    - เครื่องรับโทรทัศน์ (Television Receiver)





    .

    ตอบลบ
  8. การจำแนกสื่อการสอนตามประสบการณ์


    เอดการ์ เดล (Edgar Dale. 1969 : 107) เชื่อว่าประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมจะทำให้เกิดการเรียนรู้แตกต่างกับ
    ประสบการณ์ที่เป็นนามธรรม ดังนั้นจึงจำแนกสื่อการสอนโดยยึดประสบการณ์เป็นหลักเรียงตามลำดับจากประสบการณ
    ์ที่ง่ายไปยาก 10 ขั้น เรียกว่า กรวยประสบการณ์ (Cone of Experience)
    ขั้นที่ 1 ประสบการณ์ตรง (Direct Experiences) มีความหมายเป็นรูปธรรมมากที่สุดทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
    จากประสบการณ์จริง เช่น เล่นกีฬา ทำอาหาร ปลูกพืชผัก หรือเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
    ขั้นที่ 2 ประสบการณ์รอง (Verbal Symbols) เป็นกรณีที่ประสบการณ์หรือของจริงมีข้อจำกัด จำเป็นต้องจำลอง
    สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาศึกษาแทน เช่น หุ่นจำลอง ของตัวอย่าง การแสดงเหตุการณ์จำลองทางดาราศาสตร์
    ขั้นที่ 3 ประสบการณ์นาฏการ (Dramaticed Experiences) เป็นประสบการณ์ที่จัดขึ้นแทนประสบการณ์ตรง
    หรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีตหรืออาจเป็นความคิด ความฝัน สามารถเรียนด้วยประสบการณ์ตรงหรือประสบการณ์จำลองได้
    เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมุติ เป็นต้น
    ขั้นที่ 4 การสาธิต (Demonstration) เป็นการอธิบายข้อเท็จจริงลำดับความคิดหรือกระบวนการเหมาะสมกับเนื้อหา
    ที่ต้องการความเข้าใจ ความชำนาญหรือทักษะ เช่น การสาธิตการผายปอดการสาธิตการเล่นของครูพละ เป็นต้น
    ขั้นที่ 5 การศึกษานอกสถานที่ (Field Trips) เป็นการพาผู้เรียนไปศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียน โดยมีจุดมุ่งหมาย
    ที่แน่นอน ประสบการณ์นี้มีความเป็นนามธรรมมากกว่าการสาธิต เพราะผู้เรียนแทบไม่ได้มีส่วนในกิจกรรมที่ได้พบเห็นนั้นเลย
    ขั้นที่ 6 นิทรรศการ (Exhibits) เป็นการจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้รับด้วยการดูเป็นส่วนใหญ่ อาจจัดแสดงสิ่งต่าง ๆ
    เช่น ของจริง หุ่นจำลอง วัสดุสาธิต แผนภูมิ ภาพยนตร์ เป็นต้น
    ขั้นที่ 7 โทรทัศน์และภาพยนตร์ (Television and Motion Picture) เป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากกว่า
    การจัดนิทรรศการ เพราะผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วยการดูภาพและฟังเสียงเท่านั้น
    ขั้นที่ 8 ภาพนิ่ง วิทยุและการบันทึกเสียง (Still Picture) เป็นประสบการณ์ที่รับรู้ได้ทางใดทางหนึ่งระหว่างการฟัง
    และการพูด ซึ่งนับเป็นนามธรรมมากขึ้น
    ขั้นที่ 9 ทัศนสัญลักษณ์ (Visual Symbols) เป็นประสบการร์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด บรรยาย การปราศรัย
    คำโฆษณา ฯลฯ ดังนั้นผู้เรียนควรมีพื้นฐานเช่นเดียวกับทัศนสัญลักษณ์นั้น ๆ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี
    ขั้นที่ 10 วัจนสัญลักษณ์ (Verbal Symbols) ได้แก่ คำพูด คำอธิบาย หนังสือ เอกสาร แผ่นปลิว แผ่นพับ
    ที่ใช้ตัวอักษร ตัวเลข แทนความหมายของสิ่งต่าง ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่เป็นนามธรรมมากที่สุด






    .

    ตอบลบ
  9. ข้อดีและข้อจำกัดของสื่อการสอน


    1. สื่อที่ไม่ต้องใช้เครื่องประกอบ


    1.1 หนังสือพิมพ์ สมุดคู่มือ เอกสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น ๆ


    ข้อดี

    1. วิธีเรียนที่ดีที่สุดสำหรับบางคน ได้แก่ การอ่าน
    2. สามารถอ่านได้ตามสมรรถภาพของแต่ละบุคคล
    3. เหมาะสมสำหรับการอ้างอิงหรือทบทวน
    4. เหมาะสำหรับการผลิตเพื่อแจกเป็นจำนวนมาก


    ข้อจำกัด

    1. ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง
    2. บางครั้งข้อมูลล้าสมัยง่าย
    3. สิ่งพิมพ์ที่จำเป็นต้องอาศัยการผลิตต้นแบบหรือการผลิตที่มีคุณภาพ ซึ่งหาได้ยาก


    1.2 ตัวอย่างของจริง


    ข้อดี


    1. แสดงสภาพตามความเป็นจริง
    2. อยู่ในลักษณะสามมิติ
    3. สัมผัสได้ด้วยสัมผัสทั้ง 4


    ข้อจำกัด

    1. การจัดหาอาจลำบาก
    2. บางครั้งขนาดใหญ่เกินกว่าจะนำมาแสดงได้
    3. บางครั้งราคาสูงเกินไป
    4. ปกติเหมาะสำหรับการแสดงต่อกลุ่มย่อย
    5. บางครั้งเสียหายง่าย
    6. เก็บรักษาลำบาก
    1.3 หุ่นจำลอง / เท่า / ขยาย / ของจริง




    .

    ตอบลบ
  10. ข้อดี


    1. อยู่ในลักษณะสามมิติ
    2. สามารถจับต้องและพิจารณารายละเอียด
    3. เหมาะสำหรับการแสดงที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า (เช่น ส่วนกลางหู)
    4. สามารถใช้แสดงหน้าที่
    5. ช่วยในการเรียนรู้และการปฏิบัติทักษะชนิดต่าง ๆ
    6. หุ่นบางอย่างสบายสามารถผลิตได้ด้วยวัสดุในท้องถิ่นที่หาง่าย


    ข้อจำกัด

    1. ต้องอาศัยความชำนาญในการผลิต
    2. ส่วนมากราคาแพง
    3. ปกติเหมาะสำหรับการแสดงต่อกลุ่มย่อย
    4. ชำรุดเสียหายง่าย
    5. ไม่เหมือนของจริงทุกประการบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจผิด


    1.4 กราฟิก / แผนภูมิ / แผนภาพ / แผนผัง / ตาราง

    ข้อดี

    1. ช่วยในการชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา
    2. ช่วยแสดงลำดับขั้นตอนของเนื้อหา
    3. ภาพถ่ายมีลักษณะใกล้ความเป็นจริง ซึ่งดีกว่าภาพเขียน

    ข้อจำกัด

    1. เหมาะสำหรับกลุ่มเล็ก ๆ
    2. เพื่อให้งานกราฟิกได้ผลจำเป็นต้องใช้ช่างเทคนิคที่ค่อนข้างมีความชำนาญในการผลิต
    3. การใช้ภาพบางประเภท เช่น ภาพตัดส่วน (Sectional drawings) หรือการ์ตูน อาจไม่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมาย
    เกิดความเข้าใจดีขึ้นแต่กลับทำให้งง เพราะไม่สามารถสัมผัสของจริงได้

    1.5 กระดานชอล์ค

    ข้อดี

    1. ต้นทุนราคาต่ำ
    2. สามารถใช้เขียนงานกราฟิกได้หลายชนิด
    3. ช่วยในการสร้างความเข้าใจตามลำดับเรื่องราวเนื้อหาสามารถนำไปใช้ได้อีก

    ข้อจำกัด

    1. ผู้เขียนต้องหันหลังให้กลุ่มเป้าหมาย
    2. กลุ่มเป้าหมายจำนวนเพียง 50 คน
    3. ภาพหัวข้อหรือประเด็นคำบรรยายต้องถูกลบ ไม่สามารถนำไปใช้ได้อีก
    4. ผู้เขียนต้องมีความสามารถในการเขียนกระดานพอสมควรทั้งในการเขียนตัวหนังสือ

    1.6 แผ่นป้ายสำลี / แผ่นป้ายแม่เหล็ก

    ข้อดี

    1. สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
    2. วัสดุในการผลิตหาได้ง่าย
    3. เหมาะสำหรับแสดงความเกี่ยวพันของลำดับเนื้อหา เป็นขั้นตอน
    4. ช่วยดึงดูดความสนใจ
    5. สามารถให้กลุ่มเป้าหมายร่วมใช้เพื่อสร้างความสนใจและทดสอบความเข้าใจ

    ข้อจำกัด

    - เหมาะสำหรับกลุ่มย่อย



    .

    ตอบลบ
  11. 2. สิ่งที่ต้องใช้เครื่องฉายประกอบ (Projectable Media)


    2.1 ชนิดที่ไม่มีการเคลื่อนไหว หรือภาพนิ่ง (Still Picture)
    2.1.1 เครื่องฉายทึบแสง (Opaque Projector)

    ข้อดี

    1. สามารถขยายภาพถ่ายหรือภาพเขียนให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งแม้กลุ่มจะใหญ่ก็เห็นชัดเจนทั่วถึงกัน
    2. ช่วยลดภาวะการผลิตสไลด์และแผ่นภาพโปร่งแสง (Overhead Transparencies)
    3. สามารถขยายภาพบนแผ่นกระดาษ เพื่อจะได้วาดภาพขยายได้ถูกต้อง
    4. ช่วยในการขยายวัตถุที่มีขนาดเล็กให้กลุ่มใหญ่ ๆ เห็นได้ทั่วถึง

    ข้อจำกัด

    1. เมื่อจะใช้เครื่องจะต้องมีห้องที่มืดสนิทจึงจะเห็นภาพขยาย
    2. เครื่องมีขนาดใหญ่มาก ขนย้ายลำบาก
    3. ต้องใช้ไฟฟ้า
    2.1.2 ไมโครฟิล์ม

    ข้อดี

    1. สะดวกต่อการเก็บรักษาและสามารถจัดประเภทได้ง่าย หากมีไมโครฟิล์มจำนวนมาก ๆ
    2. เหมาะสำหรับใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ เพราะมีขนาดเล็ก
    3. ต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำแต่ต้องมีเครื่องฉายที่ดี
    4. ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาหยิบใช้ง่าย

    ข้อจำกัด

    1. ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
    2. เครื่องขยายที่ใช้คนดูคนเดียวมีราคาถูก แต่เครื่องฉายสำหรับกลุ่มใหญ่มีราคาแพง
    3. เครื่องขยายต้องใช้ไฟฟ้า (ยกเว้นเครื่องส่งขนาดเล็ก)

    2.2 ชนิดที่มีการเคลื่อนไหว (Moving Picture)

    2.2.1 ฟิล์ม / ภาพยนตร์ (ทั้ง 16 มม. และ 8 มม.)

    ข้อดี

    1. ให้ภาพที่มีการเคลื่อนไหวและให้เสียงประกอบ ซึ่งทั้งสองอย่างมีลักษณะใกล้ความจริงมากที่สุด
    2. เหมาะสำหรับกลุ่มทุกขนาด คือ สามารถใช้ได้ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
    3. ใช้เนื้อที่และเวลาน้อยในการเสนอ
    4. เหมาะสำหรับใช้จูงใจสร้างทัศนคติและแนะปัญหาหรือแสดงทักษะ
    5. ฟิล์ม 8 มม. เหมาะสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเอง
    6. เหมาะสำหรับให้ความรู้ แต่ผู้ใช้จะต้องอธิบายข้อความบางอย่างเกี่ยวกับภาพยนตร์โดยละเอียด
    ก่อนทำการฉายหรือเมื่อฉายจบแล้วควรจะให้มีการซักถามปัญหา หรืออภิปรายกลุ่มสรุปเรื่องราวอีกด้วย

    ข้อจำกัด

    1. ไม่สามารถหยุดภาพยนตร์เมื่อมีใครมีข้อสงสัย
    2. ต้นทุนในการผลิตสูงมากและกรรมวิธีการผลิตยุ่งยาก
    3. การผลิตฟิล์มจำนวนน้อย ๆ (ก๊อปปี้) ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกว่าเดิมมาก
    4. ต้องใช้ไฟฟ้าในการฉาย
    5. ลำบากต่อการโยกย้ายอุปกรณ์สำหรับฉาย
    6. จำเป็นต้องฉายที่มืดจึงจะมองเห็น (นอกจากจะใช้จอฉายกลางวัน)
    7. บางครั้งถ้าใช้ภาพยนตร์ต่างประเทศอาจจะไม่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้จริง ๆ



    .

    ตอบลบ
  12. 2.2.2 โทรทัศน์วงจรเปิด (Open Circuit Television)


    ข้อดี

    1. สามารถใช้กับทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย และถ่ายทอดได้ในระยะไกล ๆ
    2. ช่วยในการดึงดูดความสนใจ
    3. เหมาะสำหรับใช้ในการจูงใจ สร้างทัศนคติและเสนอปัญหา (ให้ผู้ชมคิดหรือเสริมสร้างการอภิปรายร่วม)
    4. ช่วยลดภาวะของผู้ใช้ คือ แทนที่จะบรรยายหลายแห่งต่อคน ที่ต่าง ๆ เห็นได้ในเวลาเดียวกัน


    ข้อจำกัด

    1. ต้นทุนการจัดรายการสูงและต้องใช้ช่างผู้ชำนาญในการทำรายการ
    2. เครื่องรับโทรทัศน์มีราคาสูงและบำรุงรักษายาก
    3. ต้องใช้ไฟฟ้า
    4. ผู้ชมต้องปรับตัวเข้ารายการผู้ใช้หรือผู้บรรยายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้ชมได้


    2.2.3 โทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television)


    ข้อดี

    1. สามารถใช้ได้ในกลุ่มย่อยและกลุ่มคนที่มีไม่มากจนเกินไป
    2. สามารถฉายซ้ำเมื่อผู้ชมเกิดความไม่เข้าใจ
    3. แสดงการเคลื่อนไหว
    4. สามารถใช้ได้ในกรณีที่มีบริเวณหรือเวลาจำกัด
    5. เหมาะสำหรับใช้ในการจูงใจสร้างทัศนคติและเสนอปัญหา
    6. เหมาะสำหรับใช้ในการขยายภาพ / บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นขั้นตอนแต่ใช้เวลามากในการพัฒนา


    ข้อจำกัด

    1. ต้นทุน อุปกรณ์และการผลิตสูงและต้องใช้ผู้ชำนาญในการผลิต / จัดรายการ
    2. ต้องใช้ไฟฟ้า (แม้ว่าจะสามารถใช้แบตเตอรี่ได้ ก็อาจจะต้องชาร์ตไฟ)
    3. เครื่องรับมีราคาสูง และยากแก่การบำรุงรักษา



    .

    ตอบลบ